Blog

  • แนะ5แนวทางจัดทำแผนแม่บทปราบคอร์รัปชั่น

    แนะ5แนวทางจัดทำแผนแม่บทปราบคอร์รัปชั่น

    นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยภายในงานเสวนา“ปฏิรูปการป้องกันปราบปรามคอร์รัปชั่น…อย่างเห็นผลและยั่งยืน" ว่า จะต้องดำเนินการใน 5 ด้านคือ 1.ปฎิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยผู้นำและพรรคการเมือง ต้องมีเจตจำนงค์ทางการเมือง และมีนโยบายที่ชัดเจน ในการต่อต้านคอร์รัปชันให้หมดไปจากสังคมไทย โดยเฉพาะการทุจริตเชิงนโยบาย และนโยบายประชานิยม ที่มีการคอร์รัปชั่นมาก จะต้องศึกษารายละเอียด ผลกระทบที่เกิดขึ้น และความเสี่ยงในการทุจริต ก่อนที่จะจัดทำโครงการ รวมทั้งสนับสนุนให้กรรมการเลือกตั้ง ลดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และมีบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งผลักดันกฏหมายให้ได้มาตรฐานสากล ตลอดจนตัดวงจรการให้สินบน ทั้งผู้รับและผู้ให้ ส่วนบุคคลที่แจ้งเบาะแสให้รัฐเอาผิดนักการเมือง หรือข้าราชการทุจริตควรได้รับการลดโทษ2. ควรปฎิรูปการสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนและสังคม โดยเสนอให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือได้ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบทุจริตต่าง ๆ ต่อประชาชน และเร่งสร้างเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นเป็นกลุ่มย่อย 3.ปฏิรูปการรณรงค์คุณธรรม จริยธรรม และการต่อต้านคอร์รัปชั่น 4. การปฏิรูปด้านมาตรการรื่องความโปร่งใส โดยเสนอให้แก้พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการปี 40 ให้ทันเหตุการณ์ และเพิ่มอำนาจประชาชนในการตรวจสอบ และเข้าถึงข้อมูล เนื่องจากประชาชนเดือดร้อนจากโครงการของรัฐที่ลงมือทำไปแล้ว และโครงการบางโครงการขาดทุน หรือแพงเกินเหตุ ขณะที่การออกแบบเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างเอื้อประโยชน์กับคนบางกลุ่ม และ 5. การปฏิรูปสร้างความเข้มแข็งหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชั่นภาครัฐนั้น ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างธรรมาภิบาลในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาลยุติธรรม และองค์กรอิสระ“ปัญหาการทุจริตในไทยมีมานานแล้ว และปัจจุบันรุนแรงมากขึ้น ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งไม่ใช่เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเป็นภัยสังคม โดยการติดตามเรื่องทุจริต ไม่ใช่กลั่นแกล้ง แต่ต้องการให้ทำของที่ผิด ให้ถูกต้อง พร้อมทั้งจะนำข้อมูลไปจัดทำแผนแม่บทการต่อต้านคอร์รับชั่น เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และหากแนวทางใดเอกชนทำได้จะทำเอง แต่ส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับกฏหมายจะเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณาต่อไปนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวเสวนาเรื่อง "ปฎิรูปการป้องกันปราบปรามคอร์รัปชั่น…อย่างเห็นผลและยั่งยืน"ว่า จะต้องปลูกฝังสร้างความคิดที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มจากที่บ้าน และสถานศึกษา พร้อมสร้างจิตสำนึกให้มีความเข้มแข็งในจิตใจ และหากภาคเอกชนจะรับบุคลากรเข้าทำงา นไม่ใช่จะดูแต่ใบประกาศนียบัตรอย่างเดียว แต่ควรดูการทำความดีต่อสังคมด้วย ซึ่งมีแผนที่จะร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จัดทำมหาลัยสีขาว เพื่อให้รู้ว่าอะไร ถูกอะไรผิด หากประสบความสำเร็จ จะขยายเครือข่ายในยังหน่วยงานการศึกษาอื่นเพิ่ม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะ5แนวทางจัดทำแผนแม่บทปราบคอร์รัปชั่น

  • เล็งเพิ่มค่าประกันให้นักท่องเที่ยว

    เล็งเพิ่มค่าประกันให้นักท่องเที่ยว

    นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการท่องเที่ยว เชิญตัวแทนภาคเอกชน ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมด มาหารือเรื่องการปรับขึ้นค่าจ่ายประกันของบริษัททัวร์ เนื่องจากปัจจุบัน การเปิดบริษัททัวร์นั้นใช้เงินไม่มากนัก จึงกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มคน หรือมิจฉาชีพ ที่ต้องการหารายได้เข้ามาลงทุนเปิดบริษัทของตัวเอง และจัดโปรแกรมทัวร์แบบหลอกลวง จากนั้นก็นำมาขายในงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อน และกระทบต่อภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกสำหรับค่าประกันขั้นต่ำที่ต้องจ่ายนั้น พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ปี 51 นั้น กรมการท่องเที่ยวกำหนดไว้ว่า บริษัททัวร์ และโรงแรมจ่ายประกันขั้นต่ำในทัวร์ไทยเที่ยวนอก 200,000 บาท ,ทัวร์ต่างชาติเที่ยวไทย 100,000 บาท,ทัวร์ในประเทศ 50,000 บาทและ ทัวร์เฉพาะพื้นที่ 10,000 บาท ซึ่งหากพิจารณาให้ดี ๆ แล้ว ทัวร์ในพื้นที่ เช่น บริษัทอยู่ที่จ. กระบี่ และทำทัวร์ในกระบี่จ่ายแค่ 10,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่น้อย หากเทียบกับความเสียหายที่บริษัททัวร์ต้องชดใช้ เมื่อไม่ทำตามข้อตกลงกับลูกค้า ดังนั้นบริษัททัวร์จึงสามารถใช้เป็นโอกาสเปิดบริษัท เพื่อหลอกลวงขายแพ็กเกจให้นักท่องเที่ยวได้“เราเห็นกรณีเกี่ยวกับการหลอกลวงขายทัวร์ให้นักท่องเที่ยวมาค่อนข้างมาก และล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่าน โดยมีนักท่องเที่ยวแจ้งความว่า ได้ซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวจากบริษัททัวร์ภูพระนางทราเวล แต่กลับไม่ได้เข้าพักในวัน เวลา ที่จองไว้ อีกทั้งบริษัททัวร์กับโรงแรมแห่งนี้ก็ได้ปิดตัวไปแล้ว นักท่องเที่ยวจึงเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้น่าเป็นห่วงมาก ก็อยากให้นักท่องเที่ยวที่จะตัดสินใจซื้อแพ็กเกจทัวร์ ต้องโทรเข้ามาสอบถามคอลเซ็นเตอร์ของกรมการท่องเที่ยวที่เบอร์ 02-4011111 ก่อน ซึ่งจะมีรายชื่อทัวร์ที่ติดบัญชีดำ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรเลือกไปอยู่”ด้านนายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า การตรวจสอบมาตรฐานบริษัททัวร์เป็นเรื่องสำคัญ ที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญ เบื้องต้นต้องมีใบรับรองมาตรฐานคุณภาพ ให้บริษัทที่ต้องประกอบธุรกิจนำเที่ยว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และในส่วนของภาคเอกชนในอุตสาหกรรมนำเที่ยว ก็ต้องช่วยเหลือกัน และเพื่อสอดส่องมาตรฐาน และเกิดความเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม สินค้าท่องเที่ยวนั้น เป็นสินค้าที่ค่อนข้างตรวจสอบยาก และคาดว่าเรื่องการหลอกลวงนักท่องเที่ยวครั้งนี้ น่าจะเกิดจากเรี่องส่วนตัว เป็นเรื่องของสภาพคล่องบริษัทนำเที่ยวเองมากกว่านายกฤตย์ พัตรปาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า จากกรณีที่บริษัทภูพระนางทราเวลได้หลอกลวงขายแพ็กเกจให้นักท่องเที่ยวนั้น ผู้จัดงานจะต้องตรวจสอบสถานภาพของบริษัทที่ออกบูธให้เข้มข้นมากกว่านี้ ขณะเดียวกันในส่วนของภาครัฐก็ต้องเข้ามาเข้มงวดเพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนให้มากขึ้นด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งเพิ่มค่าประกันให้นักท่องเที่ยว

  • ชาวนายกระดับการเคลื่อนไหว

    ชาวนายกระดับการเคลื่อนไหว

    นายปัญญา จุลอำพันธ์ เลขาธิการสมาพันธ์เครือข่ายชาวนาไทย เปิดเผยว่า สมาพันธ์เครือข่ายชาวนาไทยได้มีแถลงการณ์แนวทางการเคลื่อนไหวและยกระดับ 5 ข้อ ประกอบด้วย ขอให้รัฐบาลนี้รีบเบิกเงินงบกลางที่ยังค้างอยู่อีก 27,000 ล้านบาท จ่ายให้แก่ชาวนาภายในวันที่ 10 เม.ย.57 หากรัฐบาลไม่สามารถนำเงินมาจ่ายให้ได้ตามกำหนด ขอให้รัฐบาลลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบเหมือนอาระยะประเทศในระบอบประชาธิปไตย ขณะเดียวกัน หลังจากที่รัฐบาลได้หลอกมาโดยตลอด และยังใส่ร้ายชาวนาที่ออกมาเรียกร้องเงินจำนำข้าวตามสิทธิโดยชอบธรรม อย่างไร้สามัญสำนึก และยังอ้างว่าตัวเองมาจากประชาชน โดยที่ไม่ได้มองเห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารที่ทำให้เกิดวิกฤตชาวนาขึ้น หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ขอให่ผู้นำแสดงสปิริตลาออก นอกจากนี้ สมาพันธ์ขอยืนยันว่า ชาวนาที่มาเรียกร้องเงินจำนำข้าวไม่ได้เกี่ยวข้องทางการเมือง โดยเรามาเรียกร้องสิทธิโดยชอบธรรม แต่หากแกนนำจังหวัดต่างๆในสมาพันธ์ฯจะยกระดับในการขับไล่รัฐบาล หรือเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มต่างๆ ทางสมาพันธ์ฯขอให้เอกสิทธิ์ในการตัดสินใจของแกนนำแต่ละจังหวัดตามระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉยปัญหาของชาวนา และไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน หลังวันที่ 10 เม.ย.นี้ทางสามพันธ์ฯจะนำข้าวชาวนาทั่วประเทศและข้าวเปลือกมาขายให้หน่วยงานของรัฐบาลทุกกระทรวงๆละ 1,000 ตัน ในราคาตันละ 15,000 บาท ตลอดเดือนเม.ย.นี้ ทั้งนี้ จากการติดตามทวงถามไปยังหน่วยงานต่างๆในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับโครงการจำนำข้าว ทำให้ทางสมาพันธ์ฯทราบข้อเท็จจริงในหลายๆประการของความล้มเหลวในโครงการรับจำนำข้าว ดังนั้นทางสมาพันธ์ฯจึงขอท้ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวมาจี้แจงผ่านรายการของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางช่อง 3 ภายในสัปดาห์นี้ เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้มาชี้แจงต่อพี่น้องชาวนาทั้งประเทศว่าติดขัดอะไรในการจ่ายเงินจำนำข้าวให้แก่ชาวนา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนายกระดับการเคลื่อนไหว