Blog

  • ช่อง 3 ยอมออกคู่ขนานกับช่องดิจิตอลแล้ว

    ช่อง 3 ยอมออกคู่ขนานกับช่องดิจิตอลแล้ว

    วันนี้ (8 ต.ค.) ที่ศาลปกครอง แจ้งวัฒนะ เวลา 13.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เสียงข้างมาก 3 คน ได้แก่ พลโทพีระพงษ์ มานะกิจ นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ และนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ชี้แจงเพิ่มเติม หลังจากที่ บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด หรือ ช่อง 3 ได้ยื่นหนังสือขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาคำสั่งเดิมของศาล เพื่อขยายเวลาการออกอากาศผ่านทางเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม จากกำหนดเดิมเวลา 16.30 น.ของวันที่ 11 ต.ค.57 ออกไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาสำหรับผู้ฟ้องคดี คือ ช่อง3 นำโดยนายสุรินทร์ กฤติยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พร้อมด้วยทนายช่อง3 ได้เดินทางมาถึงศาลปกครองตั้งแต่เวลา 13.00 น.ทั้งนี้ ระหว่างการเข้าให้ถ้อยคำของทั้ง 2 ฝ่าย ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ตุลาการได้ไต่สวนทีละฝ่าย เริ่มจากกรรมการ กสท. และให้ช่อง 3 ออกมารอนอกห้องไต่สวน จนเมื่อไต่สวน กสท.แล้ว ได้สลับให้ช่อง 3 เข้าห้องไต่สวน และให้ กสท.รอนอกห้อง สลับกันเช่นนี้ถึง 2 ครั้ง และให้เข้าพูดคุยร่วมกัน รวมเวลากว่า 5 ชั่วโมงต่อมาเวลา ประมาณ18.40 น.ทั้ง 2 ฝ่ายออกจากห้องไต่สวน โดยนางสาวสุภิญญา กล่าวว่า การไกล่เกลี่ยวันนี้ถือว่าสิ้นสุดแล้ว โดยศาลได้ยึดเอาประโยชน์ของประชาชนและการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิตอล โดยช่อง 3 อนาล็อก สามารถออกอากาศในระบบดิจิตอลในช่อง 33 เอชดี ของบริษัท มัลติมีเดีย จำกัด เหมือนช่อง 7 และช่อง 9 และช่อง3 และช่อง 33 เอชดี โดยจะต้องยื่นฝังรายการก่อนเวลา 12.00 น.วันที่ 10 ต.ค.เพื่อกสท.นำเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อให้กรรมการอนุมัติตามขั้นนตอนต่อไป ทั้งนี้ ในวันที่ 11 ต.ค.57 ประชาชนจะสามารถรับชมช่อง3ผ่านกล่องเคเบิล ดาวเทียมในช่อง 43 และช่อง 33 กล่องเอชดีด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)เปิดเผยว่า เบื้องต้นผังรายการช่อง 3 อนาล็อกที่จะนำมาออกช่องทีวีดิจิตอลนั้น คาดจะมีเนื้อหา 90% ไม่ได้ยกผังมาทั้ง100%เนื่องจากบางรายการก็ไม่สามารถนำมาออกอากาศได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ช่อง 3 ยอมออกคู่ขนานกับช่องดิจิตอลแล้ว

  • เล็งหามาตรการส่งเสริมตลาดช็อปปิ้งต่างชาติ

    เล็งหามาตรการส่งเสริมตลาดช็อปปิ้งต่างชาติ

    นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านภาษีเพื่อหามาตรการการส่งเสริมตลาดด้านการช็อปปิ้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิการลดภาษีค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า การจัดหาแหล่งสินค้าราคาถูกมีคุณภาพให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากเอเชีย ที่ชื่นชอบการช็อปปิ้งเดินทางมาไทยเพื่อสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้นทั้งนี้เบื้องต้นเตรียม เสนอแนวทางลดภาษีค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะทีวีจอแบน เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่านักท่องเที่ยวอินเดียจะเดินทางกลับประเทศ จะนิยมซื้อทีวีจอแบนครั้งละหลายเครื่องกลับไปด้วยเพราะมีราคาถูกกว่าประเทศอินเดียมาก แต่ปัจจุบันประเทศอินเดียได้เก็บภาษีนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชาวอินเดียนำเข้าประเทศแล้วจึงจะต้องมีการคุยเรื่องการลดภาษีจากฝั่งของประเทศไทยว่าสามารถลดภาษีหรือไม่คิดภาษีได้หรือไม่ อีกทั้งอาจจะจัดหาแหล่งซื้อหาสินค้าในราคาพิเศษแต่มีคุณภาพดีให้นักท่องเที่ยวชาวอินเดียนอกจากนี้ยังเตรียมศึกษาตลาดในประเทศอื่นๆที่ชื่นชอบด้านการช็อปปิ้ง เช่น จีน และญี่ปุ่น ในลักษณะความชื่นชอบที่ต่างกันโดยในตลาดจีน จะมีแนวทางที่จะหารือกับ กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด ที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดภาษี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำในการทำตลาดร่วมกัน เพื่อหาความต้องการและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนที่ปัจจุบันชื่นชอบการช็อปปิ้งในลักษณะปลอดสินค้าที่คิงเพาเวอร์เป็นอย่างมาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งหามาตรการส่งเสริมตลาดช็อปปิ้งต่างชาติ

  • เทเลนอร์ยันไม่ชิงหนีไทย

    เทเลนอร์ยันไม่ชิงหนีไทย

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับนายจอน เฟเดอริค บัคซาด ประธานและประธานกรรมการบริหารบริษัท เทเลนอร์ กรุ๊ปซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการสื่อสารรายใหญ่ของโลก โดยเทเลนอร์ยืนยันว่าไทยยังเป็นฐานของการลงทุนของบริษัทต่อไปและยังไม่มีความคิดย้ายออกไปลงทุนในประเทศอื่นขณะเดียวกันยังแสดงความสนใจถึงการนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลซึ่งสอดคล้องและเป็นผลดีกับการดำเนินงานของบริษัทในอนาคตเพราะไทยมีแผนลงทุนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของประเทศ (เนชั่นแนล บรอดแบรนด์)และเทเลนอร์ ยังเสนอให้ไทยเร่งผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้นเพราะปัจุบันที่ผู้ใช้มีเพียง 30% เท่านั้น“ผู้บริหารเทเลนอร์บอกว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกนานแสนนาน เหมือนที่เขาอยู่ที่บังคลาเทศมาแล้ว 82ปีเพราะที่ผ่านมาเทเลนอร์ก็ได้ลงทุนโครงข่ายอยู่อย่างต่อเนื่องทุกปีและยังอยากรู้ความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งตอนนี้รัฐบาลกำลังจะมีหน่วยงานขึ้นมาดูแลเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลจึงเป็นข้อดีที่ไทยจะมีรูปแบบของดิจิทัลทั้งประเทศเป็นระบบเดียวกันและในอนาคตไทยอาจต้องมีบรอดแบรนด์ขนาดใหญ่ เหมือนหลายๆ ประเทศซึ่งจะส่งผลดีต่อการให้บริการทั้งเทเลนอร์เอง และเอกชนรายเล็กซึ่งจะมีต้นทุนการดำเนินงานลดลง และไม่ต้องมาลงทุนใหม่”ทั้งนี้ในการผลักดันเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลล่าสุดอยู่ระหว่างการจัดทำข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายเพิ่มเดิมและการปรับปรุงกฎหมายเดิม รวม 13 ฉบับ โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ยกร่างกฎหมายแรกเสร็จเรียบร้อย และเสนอให้นายวิษฯเครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รับร่างไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อปรับปรุงเป็นร่างสุดท้ายก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)พิจารณา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทเลนอร์ยันไม่ชิงหนีไทย