นายกฤษดา ชวนะนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายในเดือน พ.ย. นี้ โดยจะนำเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก(ไอพีโอ) 236 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.11% ของหุ้นสามัญที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมด แบ่งเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป 140 ล้านหุ้น และขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมไม่เกิน 96 ล้านหุ้น"บริษัทมีกำลังการผลิตที่ 180 ตันผลปาล์มดิบต่อชั่วโมง หรือ 560,000-600,000 ตันต่อปี ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรม มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 8.4 เมกะวัตต์ รวมถึงยังเป็นผู้ผลิตเพียงไม่กี่ราย ที่ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปยังต่างประเทศได้ด้วยตนเอง ซึ่งถือว่าจะได้เปรียบ หลังจากการเปิดประชาคมอาเซียน (เออีซี) ค่อนข้างมาก”ทั้งนี้ จะนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้ยืม ที่ปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.19 เท่า คาดว่าเมื่อชำระหนี้แล้ว จะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนเหลือเพียง 0.7 เท่า สามารถลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ถึงปีละ 20 ล้านบาท รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนนระยะต่อไปด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าในปี 58 จะมีกำไรสุทธิเติบโตได้ 30-40% เนื่องจากการลดต้นทุนด้านภาระทางการเงินดังกล่าวลง และโอกาสของธุรกิจส่งออกน้ำมันปาล์มหลังเปิดเออีซีที่มีมากขึ้นนอกจากนี้ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทรายได้รวม 1,445 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 173 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขายน้ำมันปาล์มดิบ 1,151.41 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 79.65% เป็นรายได้จากในประเทศ 453.52 ล้านบาท ส่งออกต่างประเทศ 697.89 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการเมล็ดในปาล์มอยู่ที่ 230.79 ล้านบาท รายได้จากการขายไฟฟ้า 43.44 ล้านบาท และรายได้จากผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ 19.86 ล้านบาท แต่ครึ่งปีหลังคงมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากไม่ใช่ช่วงฤดูกาลของธุรกิจ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์แต่งตัวเข้าตลาดพ.ย. นี้
Blog
-

วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์แต่งตัวเข้าตลาดพ.ย. นี้
Facebook Comments -

ธ.อิสลามเร่งทำแผนฟื้นฟูกิจการ
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) เปิดเผยว่า ธอท.กำลังตรวจสอบฐานะทางการเงิน รวมทั้งวิเคราะห์ และคัดกรองคุณภาพสินเชื่อลูกหนี้ทุกประเภท ของลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 3 เดือน โดยเฉพาะรายใหญ่ และรายกลาง เพื่อจัดชั้นลูกหนี้ และหาแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ต่อไป เบื้องต้นคาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะแล้วเสร็จสิ้นเดือน พ.ย. นี้ จากนั้น จะเสนอแผนฟื้นฟูทั้งหมดให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐ วิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ดพิจารณาได้ภายในสิ้นปีนี้ทั้งนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าธอท.ต้องการใช้เงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลัง และผู้ทั้งหุ้นเท่าใด คงต้องรอดูความชัดเจนเรื่องความต้องการใช้เงินจากกระบวนการจัดตรวจสอบฐานะทางการเงิน และแผนฟื้นฟูก่อน โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการธนาคารชุดเดิมได้ขอเงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลังไป 7,000 ล้านบาท“ขณะนี้ตรวจสอบแล้วเสร็จไปกว่า 74% คาดว่าสิ้น พ.ย.นี้จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ส่วนตัวเลขเงินเพิ่มทุนนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีตัวเลขในใจ จึงยังชี้แจงไม่ได้ โดยสัดส่วนเงินเพิ่มทุน คงต้องไปดูความต้องการใช้เงินเป็นที่ตั้ง ธอท.ไม่อยากเอาเงินที่ได้มากองไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ คาดว่าแผนฟื้นฟูแล้วเสร็จ เงินเพิ่มทุนจะเข้ามาถึงธนาคารช่วงต้นปี 58”อย่างไรก็ดี หลังจากฟื้นฟูกิจการเรียบร้อยแล้ว ธอท.จะเดินหน้าสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเมียนม่าร์ เพื่อขยายการทำธุรกรรมไปยังประเทศเหล่านี้ให้มากขึ้น และเพื่อให้ธนาคารแข็งแกร่ง รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ได้ในอนาคต รวมถึงจะออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ด้วย และจะขยายสาขาทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 130 สาขา พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้ บริการ สร้างความแข็งแกร่งให้ธอท.สำหรับผลการดำเนินงานปัจจุบัน มีสินเชื่อรวมกว่า 120,000 ล้านบาท มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 30-40% ของสินเชื่อทั้งหมดกว่า 100,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้เสียของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง แต่ขณะนี้ธอท.ได้หยุดการให้สินเชื่อกับกลุ่มนี้แล้ว และเตรียมหารือร่วมกับธนาคารของรัฐ เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาหนี้เสียจากการเมืองอย่างบูรณาการด้านเงินฝากมี 106,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เมื่อเทียบกับช่วงที่มีกระแสข่าวการยุบธนาคาร ที่ทำให้เงินฝากไหลออกไป 3,000-5,000 ล้านบาทเท่านั้น โดยกรรมการชุดใหม่ยืนยันว่าจะบริหารงาน และแก้ปัญหาให้ธอท. กลับมาเดินหน้าและเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยจะเน้นให้สินเชื่อลูกค้าชาวมุสลิม ลูกค้าทั่วไปที่ต้องการทำการค้ากับชาวมุสลิม ส่วนการปล่อยสินเชื่อรายใหญ่และรายกลาง คงต้องชะลอไปก่อน โดยตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี จะกลับมาดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ มีจุดยืน และมีบทบาทในการผลักดันเศรษฐกิจไทย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.อิสลามเร่งทำแผนฟื้นฟูกิจการFacebook Comments -

จี้ส่วนราชการเร่งเบิกจ่ายงบเหลื่อมปี
นายมนัส แจ่มเวลา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ สั่งทุกส่วนราชการให้เร่งเบิกจ่ายงบเหลื่อมปีซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 350,000 ล้านบาท ภายในไตรมาสแรก ปีงบประมาณ 58 หรือ ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.57 แยกเป็นงบเหลื่อมปีที่ทำเรื่องขอไว้ตั้งแต่ปี 48-56 วงเงิน 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบที่มีการก่อหนี้ผูกผัน 50,000 ล้านบาท และงบที่ไม่มีการก่อหนี้ผูกผันอีก 30,000 ล้านบาท ขณะที่งบเหลื่อมปีของปีงบประมาณ 57 ที่ทำเรื่องขอกันงบไว้มี 270,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบและตั้งเรื่องอนุมัติเพื่อทยอยเบิกจ่าย แล้ว 80,000 ล้านบาททั้งนี้ คาดว่าหลังสิ้นเดือน ต.ค.57 กรมบัญชีกลาง จะทำข้อมูลการเบิกจ่ายของส่วนราชการ 3 หน่วยงาน ที่ตั้งงบเบิกจ่ายเงินล่าช้า และเสนอให้ รมว.คลัง ทราบและรายงานในที่ประชุม ครม.ต่อไป เพื่อให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงได้สั่งการไปยังส่วนราชการในสังกัดให้เร่งรัด การเบิกจ่ายโดยเร็ว โดยยังจะไม่มีมาตรการหรือบทลงโทษหน่วยงานที่เบิกจ่ายล่าช้า เพราะถือเป็นครั้งแรกที่สั่งให้จัดอันดับ 3 หน่วยงานเบิกจ่ายล่าช้ารายงานเข้า ครม."ส่วนราชการที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกผัน 30,000 ล้านบาท จากนี้จะต้องเร่งทำรายการเพิ่อขอเบิกจ่ายเข้ามา หรือกรณีที่ขอเปลี่ยนแปลงโครงการ ต้องมีเหตุผลถ้าเห็นสมควรก็เบิกจ่ายได้ แต่ถ้าไม่มีชี้แจงก็สั่งพับวงเงินได้ ก็นำเงินไปใช้จ่ายในโครงการอื่น ที่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจได้"สำหรับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของปี 58 ซึ่งไตรมาสแรกนี้ จะเน้นเรื่องการเบิกจ่ายงบประจำ โครงการลงทุนที่มีงบผูกผัน เพราะเบิกจ่ายได้ทันที ส่วนงบลงทุน เร่งรัดการก่อหนี้ให้ได้ภายในวันที่ 25 ธ.ค.57 รวมทั้งให้เร่งรัดงบฝึกอบรม ประชุมสัมมนาในประเทศ ไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงินงบประมาณภายในไตรมาสแรก ของปีงบประมาณ 58 โดยกรมบัญชีกลาง ได้ออกมาตรการเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติตามระเบียบ อี-อ๊อกชั่น ปี 49 โดยลดขั้นตอนในระหว่างที่พิจารณาอุทธรณ์ให้หน่วยงานดำเนินการต่อไปได้ ไม่ต้องระงับการดำเนินงานได้ ซึ่งคงเหลือเวลาดำเนินการเพียง 42 วันจาก 85 วัน คาดว่าจะทำให้หน่วยงานเบิกจ่ายได้เร็วขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้ส่วนราชการเร่งเบิกจ่ายงบเหลื่อมปีFacebook Comments