Blog

  • โวไทยขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งโลก

    โวไทยขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งโลก

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติคำขอส่งเสริมการลงทุนของเอกชน 18 โครงการ วงเงินรวม 89,713 ล้านบาท ทำให้ล่าสุดมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมรวม 603 โครงการ คิดเป็นวงเงินลงทุนรวม 458,600 ล้านบาท จากเดิมที่ค้างอยู่กว่า 700 โครงการวงเงินลงทุนรวมประมาณ 740,000 ล้านบาท โดยการอนุมัติครั้งนี้ มีโครงการสำคัญ คือ โครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่2 (อีโคคาร์2) ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสขึ้นเป็นที่หนึ่งด้านการส่งออกรถยนต์ และเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ของโลกอย่างแน่นอน ทั้งนี้ที่ประชุมยังให้ปรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน โดยให้จัดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความสำคัญ และเป็นที่ต้องการของประเทศ ก่อนเสนอเข้าบอร์ดบีโอไอพิจารณาส่งเสริมการลงทุน เช่น อุตสาหกรรมยางพารา เพราะปัจจุบันการใช้ยางพาราในประเทศมีน้อยมาก ต่อไปจึงต้องเน้นการแปรรูปใช้ในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันในอุตสาหกรรมทั่วไป จะให้ความสำคัญน้อยลง เนื่องจากปัจจุบันไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการจริงๆ เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมนั้นๆของโลกให้ได้ คาดว่า จะสรุปผลได้เสร็จใน 3 เดือน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า นายกฯยังมอบหมายให้บีโอไอ พิจารณาแนวทางการส่งเสริมที่นอกเหนือจากภาษีให้กับเอสเอ็มอี เช่น การให้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย การจัดหาแรงงาน และการพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายผลิตสินค้าป้อนให้อุตสาหกรรมหลักในตลาดโลก รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมรองรับนโยบายเศรษฐกิจติจิทัล โดยให้มีบีโอไอภาคดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งล่าสุดมีกิจการหลายประเภทที่เข้าข่ายได้รับการส่งเสริม แต่ขอกลับไปสรุปรายละเอียด ก่อนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โวไทยขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งโลก

  • ยกระดับเทรดโชว์ท่องเที่ยวไทยรวม 3 ตลาด

    ยกระดับเทรดโชว์ท่องเที่ยวไทยรวม 3 ตลาด

    นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งการให้ ททท.ไปศึกษาการจัดงานส่งเสริมการขาย เพื่อรวม 3 ตลาด ทั้งตลาดนักท่องเที่ยว ขาเข้า นักท่องเที่ยวขาออก และนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางภายในประเทศมาจัดภายในงานเดียว เพื่อให้การขายสินค้าทางการท่องเที่ยวมีความครอบคลุมทุกตลาด ยกระดับความเป็นนานาชาติมากขึ้น “ถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องจัดงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทุกตลาด จากเดิมททท.จัดงานไทยแลนด์ แทรเวล มาร์ท ส่งเสริมการซื้อขาย ตลาดอินบาวนด์และงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยที่เจาะตลาดในประเทศ เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการทุกตลาดเข้ามาขาย เพราะให้เกิดความหลากหลายของสินค้าทางการท่องเที่ยว และยกระดับให้ไทยเป็นผู้นำสินค้าการท่องเที่ยวระดับอาเซียน และระดับเอเชียต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวไทยในอนาคต” ทั้งนี้ เบื้องต้น ททท. จะนำประเด็นนี้หารือร่วมกับภาคเอกชนภาคการท่องเที่ยวเบื้องต้นจะให้สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เป็นแม่งานจัดงาน เนื่องจากมีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวทั้งหมด ส่วนทท. จะคอยให้การสนับสนุนในทุกปีต่อเนื่อง คาดว่าเกิดขึ้นภายในปี 59 นี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยกระดับเทรดโชว์ท่องเที่ยวไทยรวม 3 ตลาด

  • 4 โรคเสี่ยงใบขับขี่

    4 โรคเสี่ยงใบขับขี่

    นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสุขภาพเพื่อออกใบรับรองแพทย์สำหรับผู้ขอรับและต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ได้เห็นชอบให้กำหนดกลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยงเกิดอันตรายจากการขับรถไว้ 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยโรคลมชักที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดทางสมอง ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รักษาด้วยยาฉีดอินซูลิน และผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือผ่านการผ่าตัดหัวใจหรือขยายเส้นเลือดหัวใจ เนื่องจากแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นความเจ็บป่วยที่เป็นอุปสรรคต่อการขับรถ ยกเว้นผู้ที่ได้รับการอนุญาตจากแพทย์   นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ตัดโรคเท้าช้าง โรคเรื้อน และวัณโรคออกจากใบรับรองแพทย์ เพราะเป็นโรคที่สามารถตรวจวินิจฉัยได้จากการมองเห็นในเบื้องต้น และปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์ในการตรวจรักษาพัฒนาขึ้นมาก ทำให้โรคนี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับรถอีกแล้ว ส่วนกรณีของผู้ป่วยด้วยวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน การติดยาเสพติดให้โทษและอาการของโรคพิษสุราเรื้อรังนั้น ในระยะแรกยังให้คงไว้ในใบรับรองแพทย์ก่อน “เดิมทีแพทยสภาได้ศึกษาถึง 10 กลุ่มอาการเสี่ยงที่อาจต้องห้ามขับรถ แต่ขณะนี้ได้สรุปแล้วว่าจะเหลือแค่ 4 กลุ่มเสี่ยงก่อน เพราะพิจารณาแล้วโรคที่เหลือยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับรถมากนัก อย่างไรก็ดีแม้ผู้ป่วยที่มีอาการ 4 โรคนี้ ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะถูกห้ามขับโรคโดยสิ้นเชิง แต่จะต้องผ่านการวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด ซึ่งหลังจากนี้กรมจะปรับปรุงกฎหมาย กำหนดรูปแบบการออกใบรับรองแพทย์ รวมถึงทำความเข้าใจกับประชาชน และแพทย์ถึงเกณฑ์การตรวจสุขภาพใหม่ ซึ่งคาดว่าจะประกาศใช้ได้เป็นทางการก่อนสิ้นปีนี้” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 4 โรคเสี่ยงใบขับขี่