รายงานข่าวจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ปริมาณการส่งออกข้าวเดือน ส.ค. 57 มีจำนวน 975,024 ตัน เพิ่มขึ้น 86.4%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าการส่งออก 14,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% ส่งผลให้ช่วง 8 เดือนของปี ปริมาณส่งออกรวม 6.59 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 59.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และมีมูลค่า 105,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% เนื่องจากความต้องการข้าวในประเทศต่าง ๆ มีเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาข้าวไทยอยู่ระดับใกล้เคียงกับคู่แข่งจากเวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน “ราคาส่งออกข้าวขาว 5% อยูในระดับ 433 ดอลลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่เวียดนามอยู่ในระดับ 440450 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน อินเดียอยู่ระดับ 420-430 ดอลลาร์หสรัฐต่อตัน และ ปากีสถาน อยู่ระดับ 405-415 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน” สำหรับ ประเทศนำเข้าข้าวไทย 5 อันดับแรกในช่วง 8 เดือน ประกอบด้วย ประเทศเบนิน ปริมาณ 852,502 ตัน เพิ่มขึ้น 52.1% ไนจีเรีย ปริมาณ 474,561 ตัน เพิ่มขึ้น 704.9% จีน ปริมาณ 432,220 ตัน เพิ่มขึ้น 215.4% ไอวอรี่โคสต์ ปริมาณ 383,663 ตัน เพิ่มขึ้น 74.9% และแอฟริกาใต้ ปริมาณ 335,529 ตัน เพิ่มขึ้น 53.3% ทั้งนี้ รายการส่งออกเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาเป็นเดือนที่มีปริมาณส่งออกสูงที่สุดของปีนี้ และคาดว่าเดือน ก.ย. นี้การส่งออกยังสูง ระดับ 900,000 ตัน เพราะความต้องการข้าวไทยยังสูง จากราคาข้าวแข่งขันได้ และความร่วมมือรัฐกับเอกชนในการเจรจาขายข้าว อาทิ จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายจะมีกำลังซื้อเข้ามาอีกครั้ง ตลาดสำคัญ คือ แอฟริกา สหรัฐฯ ฮ่องกง สิงคโปร์ สเซเนกัล และไอวอรีโคสต์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่งออกข้าวไทย 8 เดือนปริมาณพุ่ง
Blog
-

ส่งออกข้าวไทย 8 เดือนปริมาณพุ่ง
Facebook Comments -

ฟิตท์คงเรตติ้งไทย BBB+
นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยาโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิตท์ คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทย ที่ บีบีบีบวก นั้น ถือว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้เนื่องจากช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา สถาบันจัดอันดับต่าง ๆ ยังมองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยอยู่ในเกณฑ์ดีซึ่งการประเมินครั้งนี้ ให้น้ำหนักกับประเด็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจมากกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจที่เป็นปัจจัยระยะสั้นทั้งนี้สถาบันจัดอันดับฯ มีความเห็นสอดคล้องกันว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพการเงินของไทยไม่ได้ถูกกระทบจากปัญหาการเมืองในช่วงที่ผ่านมาและหลังจากที่การเมืองชัดเจนมากขึ้น ความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจก็ปรับตัวดีขึ้นประกอบกับสถานะด้านอื่น ๆ เช่น สเถียรภาพด้านต่างประเทศความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทย หนี้ของรัฐบาลที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีและสูงกว่าประเทศอื่น ๆในภูมิภาคเดียวกัน ทำให้ฟิตท์ และสถาบันจัดอันดับฯ รายอื่น ๆยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้อย่างไรก็ตาม สถาบันจัดอันดับฯ 3 ค่ายใหญ่ ยังคงแนวโน้มความน่าเชื่อถือไทยมีเสถียรภาพสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และการเงินของประเทศที่ยังมั่นคงและมีเสถียรภาพ ทำให้สถาบันจัดอันดับฯ ประเมินได้ว่า จะยังไม่เปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือของไทยช่วง1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยเสริมให้ตลาดการเงินไทยมีความน่าสนใจในสายตานักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติสำหรับผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรธปท.ในช่วงที่ผ่านมา โดยรวมยังได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีมีผู้สนใจเข้าลงทุนมากกว่าวงเงินเสนอขายโดยเฉลี่ย 1.5-2 เท่าต่อครั้งส่วนเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจะลดทอนความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ภาครัฐในระยะต่อไปหรือไม่นั้น มองว่า การเศรษฐกิจปีนี้ถือว่าปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่ถูกกระทบจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อมานานซึ่งคงต้องต่ำกว่าศักยภาพในระยะเริ่มต้นของการฟื้นตัว และปีหน้า ธปท.ประเมินว่าจีดีพีจะเติบโตได้ 4.8%เป็นระดับที่น่าพอใจอย่างไรก็ตามไทยยังคงมีปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่เป็นจุดอ่อนสำคัญที่ต้องเร่งพัฒนาเพื่อให้ฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับศักยภาพเพราะจะสะท้อนถึงความสามารถในการหารายได้ของประเทศในอนาคต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟิตท์คงเรตติ้งไทย BBB+Facebook Comments -

กกร.บุกพบประจินถกแผนลงทุน
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ภาคเอกชนต้องการทราบความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถดำเนินการได้จริง ซึ่งตนยืนยันว่าจะผลักดันตามแผนงานแน่นอน แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะมีผลต่อผู้ประกอบการที่จะไปเก็งกำไรที่ดินไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ภาคเอกชนพอใจในแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม โดยเฉพาะแผนการก่อสร้างเส้นทางหลัก เส้นทางเสริม และเส้นทางท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค เช่น เชื่อมถนนฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย จาก พังงา-ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี และเชื่อมจากกรุงเทพมหานคร-เพชรบุรี-ระนอง เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันกระทรวงฯ อยู่ระหว่างประชุมสรุปแผนปฏิบัติการ (แอคชั่นแพลน) ด้านการขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำอยู่ เพื่อเสนอ ครม. ให้ได้ในสิ้นเดือนต.ค.นี้ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ยังได้ฝากให้ภาคเอกชนช่วยทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เช่น ประชาชน และผู้ประกอบการ ว่าโครงการต่างๆ ที่จะมีการพัฒนาจะมีประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง และจะเป็นการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานรองรับเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยให้การเดินทางมีความปลอดภัยมากขึ้น ประชาชนได้รับบริการที่ดี ช่วยประหยัดพลังงาน ตลอดจนช่วยสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่ประชาขน นอกจากนี้ยังมีการติดตามความคืบหน้าตาม มติของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลปี 57 แผนงบประมาณปี 58 และนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้กับ สนช. ซึ่งทาง กกร.ได้แสดงข้อคิดเห็นข้อห่วงใยในการพัฒนาทั้งในเรื่องเส้นทางเดินรถ ทางรถไฟ ทางหลวง ทางน้ำ ทางอากาศ ที่เกี่ยวข้องในแผนงานของคมนาคมในครั้งนี้เพื่อให้การจัดทำข้อมูลมีความสอดคล้องกันครบทุกมิติ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กกร.บุกพบประจินถกแผนลงทุนFacebook Comments