Blog

  • ทีวีดิจิตอลขอลดค่าธรรมเนียม 4% เท่าออกอากาศคู่ขนาน

    ทีวีดิจิตอลขอลดค่าธรรมเนียม 4% เท่าออกอากาศคู่ขนาน

    วันนี้ (3ต.ค.) ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค นางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ได้ยื่นขอเสนอต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เพื่อขอให้ช่วยลดหย่อนค่าธรรมเนียมให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายใหม่ 4% เช่นเดียวกับการออกอากาศคู่ขนาน จากเดิมที่มติบอร์ดกสท.มีมติลดหย่อนให้ทีวีดิจิตอลรายใหม่ 2 % โดยมองว่าหากจะลดหย่อนก็ต้องมีความเท่าเทียมกัน ไม่ควรให้กับรายใดรายหนึ่ง ส่วนการขยายระยะเวลาในการชำระเงินค่าใบอนุญาตงวดที่ 2 เป็นจำนวนเงิน 8,124 ล้านบาท ออกไปเป็นระยะเวลา 1ปี ที่มองว่าน่าจะสามารถกระทำได้ แต่ทั้งนี้ต้องรอกระบวนการขั้นตอนการตีความด้านกฎหมายต่อไปนอกจากนี้ยังต้องการส่งตัวแทนผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบโครงข่ายทีวีดิจิตอลร่วมกับ กสทช.และผู้ให้บริการโครงข่าย เนื่องจากเห็นควรมีสิทธิ์ในการตรวจสอบจากการที่ได้รับผลกระทบที่โครงข่ายขยายสัญญาณไม่เป็นไปตามแผน และขอให้มีการจัดงบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ให้ประชาชนได้มีความเข้าใจการรับชมทีวีดิจิตอลพ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และ ประธานกสท. เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมรับฟังว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเข้ามาแลกเปลี่ยน พูดคุยปัญหาเพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงสร้างความเข้าใจเรื่องกระบวนการที่กำลังดำเนินงาน อาทิ การลดหย่อนค่าธรรมเนียมที่ในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณากฎหมาย รวมถึงการจัดเรียงช่องทีวีดิจิตอลใหม่ที่กำหนดให้ลำดับที่ 1-36 เป็นช่องทีวีดิจิตอล จากนั้นเป็นช่องดาวเทียม และเคเบิลทีวี คาดจะมีความชัดเจนในเดือน พ.ย.นี้ด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และกสท . กล่าวว่า รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นต่างๆ โดยจะเสนอให้ สำนักงานกสทช.หารือกับรัฐบาลเพื่อการประชาสัมพันธ์ รณรงค์ผ่านโรงเรียน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยกระจายข้อมูล ข่าวสาร ส่วนหลังจากมีการเริ่มแจกคูปองแล้วผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลต้องประชาสัมพันธ์ ส่วนผู้ประกอบการทีวีรายเดิม ก็นำดารา นักแสดงในสังกัดมาช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งข้ึน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีวีดิจิตอลขอลดค่าธรรมเนียม 4% เท่าออกอากาศคู่ขนาน

  • ออมสินแนะปลดล็อกกลุ่มติดเครดิตบูโร‏

    ออมสินแนะปลดล็อกกลุ่มติดเครดิตบูโร‏

    นายธัชพล กาญจนกูล รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหากลุ่มผู้ที่ติดบัญชีดำของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เพื่อขยับสัดส่วนให้กับลูกหนี้ที่อยู่นอกระบบให้สามารถเข้าสู่ระบบสินเชื่อของธนาคารได้ โดยเฉพาะการแก้ไขหรือมีเกณฑ์ลดหย่อนผ่อนผันได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากจากสถิติพบว่าจะมีเพียง 20% เท่านั้นที่สามารถเข้าสู่ระบบของธนาคารได้ แต่ 50% ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ ขณะที่อีก 30% จะมีปัญหาเรื่องการติดบัญชีดำ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังกำลังพิจารณา เพราะยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย โดยปัจจุบันการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ธนาคารออมสินได้ใช้มาตรการผ่านสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน ที่เปิดให้บริการกับประชาชนเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้จากสาขาต่าง ๆ ที่มีผู้ให้ความสนใจขอแก้ไขหนี้กว่า 1,000 ราย ทั้งนี้ ผลประกอบการธนาคาร ช่วง 9 เดือน ปี 57  มีกำไรก่อนหักผลกระทบมาตรฐานบัญชี และตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 13,607 ล้านบาท ซึ่งมากจากรายได้ดอกเบี้ยจากการให้สินเชื่อ และการบริหารสินทรัพย์สูงถึง 41,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 723 ล้านบาท ส่งผลให้การขยายตัวของเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 125,626 ล้านบาท เนื่องจากธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับนโยบายของรัฐและรัฐวิสาหกิจ เช่น โครงการรับจำนำข้าว 70,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย และปล่อยสินเชื่อกลุ่มรากฐาน นอกจากนี้ ธนาคารฯ มีสินทรัพย์รวม 2.29 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 56 อยู่ที่ 117,802 ล้านบาท มียอดเงินฝากรวม 1.96 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 85,010 ล้านบาท โดยอีก 3 เดือนสุดท้ายของปียังมีแนวโน้มที่เงินฝากเพิ่มขึ้นจากการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษเพิ่มสุข ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นแรงจูงใจ และเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัวที่เตรียมออกรูปแบบใหม่ เพื่อกระตุ้นการออมและคุ้มครองชีวิตมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้สภาพคล่องของธนาคารมีสูงถึง 200,000 ล้านบาท ขณะที่ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ระดับ 1.6% หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มลดลง จากเดิมเป็นเอ็นพีแอลเดือนละ 1,000 ล้านบาท แต่หลังจากเข้าพบลูกหนี้เพื่อปรับโครงสร้าง และการออกมาตรการบรรเทาหนี้ ทำให้หนี้เหลือเดือนละ 500 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะทำให้เอ็นพีแอลลดลงเหลือ 1.5%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ออมสินแนะปลดล็อกกลุ่มติดเครดิตบูโร‏

  • ลุยร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล

    ลุยร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการเรื่องการพัฒนาระบบราชการกับการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒานาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงและวางรากฐานเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตให้อยู่บนฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใน 2 เดือนจากนี้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการทำงานทุกส่วนทั้งของภาครัฐและเอกชน ให้สะดวกและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคใหม่มากขึ้น ทั้งนี้ในแนวทางการปรับปรุงดังกล่าว รัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการพัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ประชาชนและเอกชนสามารเข้าถึงการใช้ประโยชน์ของระบบดิจิทัลได้สะดวกมากขึ้นและราคาถูกลงซึ่งจะช่วยพัฒนาธุรกิจ และผู้ประกอบการรายย่อย โดยได้ขอให้ก.พ.ร.ช่วยหาแนวทางสร้างแรงจูงใจให้กับทุกส่วนราชการเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการดังกล่าวด้วย “เมื่อประชาชนและเอกชนมีความต้องการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้นในอนาคตการทำงานของหน่วยงานราชการต่างๆก็ต้องมีการพัฒนาและปรับตัวให้รองรับกับระบบเศรษฐกิจใหม่โดยให้มีความคล่องตัว ลดขั้นตอนต่างๆลง รวมทั้งพัฒนาระบบการให้บริการโดยนำเทคโนโลยีและระบบคอมพิวเตอร์เข้ามารองรับให้มากขึ้น เช่น การขออนุญาติต่างๆ จะต้องมีการใช้เอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาให้บริการมากขึ้น เพื่อลดระยะเวลาในการดำเนินการ และลดต้นทุนในการดำเนินการของเอกชนรวมทั้งสามารถประหยัดงบประมาณภาครัฐให้ได้มากขึ้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล