นางวนิดา แสงแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายอุปกรณ์สื่อสารไอทีและมัลติมีเดีย บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้าช่วยของประเทศไทย มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ประกอบกับสินค้าไอทีมีราคาลดลงซึ่งจะช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลในเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียง่ายขึ้น ล่าสุดได้เปิดตัวร้านค้าออนไลน์ "EduZone by Loxley" บนเว็บไซต์ช็อปปิ้งยอดนิยมอย่างลาซาด้า (Lazada)นางวนิดา กล่าวว่า จุดประสงค์หลักของการเปิดร้านค้าออนไลน์เพื่อต้องการช่วยกระตุ้นการศึกษาของเด็กไทย อีกทั้งยังตั้งเป้าให้เป็นศูนย์รวมสินค้าออนไลน์เพื่อการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศภายในสิ้นปี ทั้งนี้ได้มีการจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการศึกษาทุกประเภทในราคาถูกกว่าท้องตลาด อาทิ ชุดนักเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์ทดลองด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
นอกจากนี้ในช่วงเปิดร้านค้าออนไลน์ ทางล็อกซเล่ย์ ได้มีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ และมอบสิทธิพิเศษให้นักเรียนและนักศึกษาได้รับส่วนลดพิเศษเพิ่มอีก10 เปอร์เซ็นต์ เพียงเข้าไปลงทะเบียนในแฟนเพจของลาซาด้า และใส่รหัสนักเรียนนักศึกษาลงบนแบนเนอร์อีดูโซน เพื่อรับรหัสส่วนลดแล้วนำไปใช้บนร้านค้าออนไลน์ได้ทันที
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ล็อกซเล่ย์ ลุยตลาดการศึกษาเปิดร้านค้าออนไลน์


นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการธนาคารมีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส.ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 57/58 ตามมติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 3 โครงการ คือ โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ลง 3 % ต่อปี รายละไม่เกิน 50,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน วงเงินชดเชยดอกเบี้ย 2,292 ล้านบาท โดยรัฐบาลเป็นผู้จ่ายชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ ธ.ก.ส คาดมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 3.57 ล้านรายนอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี สามารถนำผลผลิตคือข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวมาขอกู้กับ ธ.ก.ส.ในอัตรา 80% ของราคาตลาด ในวงเงินไม่เกินรายละ 300,000 บาท โดยไม่เสียดอกเบี้ยกำหนดชำระคืนภายใน 4 เดือนนับถัดจากเดือนรับเงินกู้ เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย.57 ถึงวันที่ 30 ก.ย.58 เป้าหมายดำเนินการในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหลือ จำนวนข้าวเปลือก 1.5 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 17,200 ล้านบาทขณะเดียวกัน ยังมีโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ได้แก่ สหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร เพื่อไปรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อการจำหน่าย วงเงินสินเชื่อ 18,000 ล้านบาท และเพื่อนำไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม อีก 2,000 ล้านบาท รวมวงเงิน 20,000 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. คิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) -1 โดยปัจจุบันเอ็มแอลอาร์เท่ากับ 5% ต่อปี) โดยสถาบันเกษตรกรจ่าย 1% และรัฐบาลชดเชย 3% ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้เริ่มปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว 
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้จัดตั้งโครงการระฆังศุลกากร เพื่อแสดงความจริงใจการปฏิบัติงานของบุคลากร หากผู้ประกอบการ หรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการไม่ได้รับความสะดวกและเป็นธรรม เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือพบเห็นปัญหาความไม่โปร่งใส ติดต่อราชการติดขัด ไม่ราบรื่น หรือถูกริดรอนสิทธิด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการระดับสำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรแห่งใด สามารถแจ้งผู้บังคับบัญชา หรือด่านศุลกากรแห่งนั้นๆ ให้ลงมาแก้ปัญหาที่หน้างานได้ในทันที ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการของกรมศุลกากร ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เป็นที่ยอมรับ และเชื่อถือจากสาธารณชนทั่วไปยิ่งขึ้น ทุกหน่วยงานจะมีป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งชื่อ ตำแหน่งและหมายเลขโทรศัพท์ ของผู้บังคับบัญชาหรือผู้รับร้องเรียน ณ สถานที่นั้นๆ ไว้อย่างชัดเจน และหากผู้บังคับบัญชาหรือเจ้าหน้าที่ฯ ณ จุดปฏิบัติงานดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการคลี่คลายหรือแก้ไขปัญหาให้ได้ โปรดแจ้งมายังกลุ่มคุ้มครองและส่งเสริมจริยธรรม เพื่อบันทึกข้อร้องเรียนและรายงานต่ออธิบดีกรมศุลกากรต่อไป หรือโทรสายด่วนศุลกากร 1332 ในวันและเวลาราชการ อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในราชการศุลกากรอย่างจริงจัง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และแผนปฏิรูปกรมศุลกากร โดยแนวคิดระฆังศุลกากร จะเปิดโอกาสให้ผู้มาติดต่อราชการกับกรมศุลกากรที่ไม่ได้รับความสะดวกหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการประชาชน สามารถร้องเรียนกับผู้บังคับบัญชาได้โดยตรง เพราะต้องการให้ศุลกากรยุคใหม่ โปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน