วันนี้ (2 ต.ค.) ที่บริษัท ทีโอที จำกัด นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังเดินทางมามอบนโยบายกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และไปรษณีย์ไทยว่า ได้มอบหมายให้ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ของ ทีโอที และ กสท ตั้งคณะทำงานร่วมตามมติของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอ์ด) เพื่อแก้ปัญหาทั้ง 2 องค์กรให้สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ สำหรับภารกิจที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน คือ การจบปัญหาคดีพิพาทระหว่างกสท และ ทีโอที กว่า 2 แสนล้านบาท และ ลดลงทุนซ้ำซ้อน อาทิ การลงทุนด้านไฟเบอร์ออฟติก ที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ลงทุนในจุดใด และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1-2 เดือน โดยทั้ง 2 องค์กรต้องเร่งเคลียร์ให้จบโดยเร็ว หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ส่งเรื่องมาที่กระทรวงไอซีที แล้วกระทรวงไอซีทีจะส่งเรื่องนี้ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัดสินใจเอง “ทีโอที ถือเป็นหน่วยงานในสังกัดไอซีทีที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากในสิ้นปีนี้จะขาดทุนถึง 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ต้องดำเนินการทุกทางเพื่อให้ทีโอทีพลิกฟื้นโดนเร็วที่สุด ส่วนไปรษณีย์ไทย มีนโยบายให้เตรียมความพร้อมด้านระบบการขนส่ง (โลจิสติกส์) ให้แข็งแกร่งเพื่อเตรียมรองรับกับเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของปณท. อยู่แล้ว” นายพรชัย กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีพิพาทระหว่างกสทฯ และ ทีโอที คือ ทีโอทีฟ้องกสทฯ รวม 2.1 แสนล้านบาท กรณีที่คู่สัญญาของกสทฯ ค้างชำระค่าเชื่อมต่อเลขหมาย หรือ เอซี (แอ็คเซสชาร์จ) รวม 1.38 แสนล้านบาท แบ่งเป็น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 9.7 หมื่นล้านบาท ทรูมูฟ 3.5 หมื่นล้านบาท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) 2,400 ล้านบาท และกสทฯ เอง 4,200 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีที ตั้งบอร์ดร่วม กสท-ทีโอที เคลียร์คดีพิพาท
Blog
-

ไอซีที ตั้งบอร์ดร่วม กสท-ทีโอที เคลียร์คดีพิพาท
Facebook Comments -

ธ.ก.ส.พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีชาวนา
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส. ) กล่าวภายหลังเปิดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูการผลิตปี 57/58 ว่า ธ.ก.ส. จะเริ่มจ่ายเงินถึงมือเกษตรกรที่ได้รับการรับรองการขึ้นทะเบียนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ 20 ต.ค.นี้ โดยเกษตรกรสามารถนำหลักฐานคือ หนังสือรับรอง บัตรประชาชน สมุดบัญชีเงินฝาก มายื่นเพื่อขอรับเงินได้ ซึ่งพนักงานจะกรอกข้อมูลส่งมาให้สำนักงานใหญ่ และระบบจะตรวจสอบเพื่อยืนยันคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน ซึ่งโอนเงินจ่ายเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง สำหรับผลจากการแจกเงินชาวนา เพื่อชดเชยค่าปัจจัยการผลิต ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่ารถไถ่ ไร่ละ 1,000 บาท คนละไม่เกิน 15 ไร่ หรือ 15,000 บาท ให้ชาวนากลุ่มเป้าหมายที่ขึ้นทะเบียนทั้งประเทศ 3.4 ล้านราย ใช้งบ 40,000 ล้านบาท จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง เพราะจากประมาณการเงินจำนำข้าวที่จ่ายไปรอบหลังกว่า 90,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.2% คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ถึงเดือนครึ่งในการเบิกจ่ายเงินทั้งหมดถึงมือเกษตรกร ซึ่งล่าสุดมีเกษตรกรได้หนังสือรับรองแล้วกว่า 400,000 ราย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีชาวนาFacebook Comments -

เอกชนลุ้นจีดีพีทะลุ 2%
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 57 งบประมาณ 3.24 แสนล้านบาทของรัฐบาลว่า ขณะนี้ภาคเอกชนอยู่ระหว่างติดตามว่า ภาครัฐจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ตั้งเป้าหมายได้หรือไม่ เพราะหากทำได้ จะทำให้เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 57 จะขยายตัวดีขึ้น และส่งผลไปถึงไตรมาส 1 ของปี 58 ส่วนจะกระตุ้นทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 57 ขยายตัวได้ถึง 2 % ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายหรือไม่นั้น ต้องติดตามมาตรการต่างๆ จะกระตุ้นกำลังซื้อของภาคประชาชนที่ชะลอตัวได้หรือไม่ “ปีนี้จีดีพีจะขยายตัวถึง 2 % หรือไม่ ต้องบอกว่า เหนื่อยหน่อย เพราะตอนนี้เศรษฐกิจโลกก็ไม่ดี กำลังซื้อในประเทศก็ไม่ค่อยดี แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ของรัฐที่ออกมา จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4 ปีนี้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน และอาจจะดีถึงไตรมาส 1 ของปี 58 สำหรับการขยายตัวเศรษฐกิจปี 58 ยังมองเป้าหมายจีดีพีขยายตัว 4- 5% เช่นเดิม เพราะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบ ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยปีหน้าจะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค) มากขึ้น เชื่อว่า ราคาสินค้าเกษตรจะดีขึ้น ตามมาตรการของรัฐบาล และต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพใหญ่ของรัฐบาล รวมทั้งเศรษฐกิจโลก จะมีทิศทางอย่างไรอีกครั้ง อย่างไรก็ตามกรณีที่บางฝ่ายมองว่า รัฐบาลแจกเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท จำกัด คนละไม่เกิน 15 ไร่นั้น ถือเป็นนโยบายประชานิยมหรือไม่ ตนมองว่า เป็นเรื่องที่ไม่เสียหาย เพราะทุกรัฐบาล มักมีนโยบายช่วยเหลือชาวนา รวมทั้งเกษตรกร อยู่แล้ว เพราะถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ และทั่วโลกก็ให้ความสำคัญ ซึ่งหากชาวนา หรือเกษตรกร มีรายได้ ก็จะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนลุ้นจีดีพีทะลุ 2%Facebook Comments