นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการรับเรื่อง ร้องเรียนมาจากชาวนาจำนวนมากมายในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี อยุธยา ชัยนาท พิจิตร อุตรดิตถ์ และเขตมีนบุรี ใน กทม. เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการนำข้าวเข้าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล แต่ยังไม่ได้รับเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตร และ สหกรณ์การเกษตร( ธกส. ) ทั้ง ๆที่ ชาวนานำข้าวไปจำนำตามขั้นตอนปกติ ดังนั้นต้องการให้รัฐบาลเร่งกลไกที่เกี่ยวข้องจ่ายเงินให้ชาวนาเพื่อลดความเดือดร้อน เนื่องจากบางคนถูกเจ้าของที่นาทวงค่าเช่าที่นา จึงเกรงว่าหาก ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่านา นายทุนที่ดิน อาจจะนำที่นาให้ คนอื่นที่เสนอค่าเช่านาสูงกว่า ไปเช่าแทน ทั้งนี้ชาวนาจำนวนมากเริ่มทนไม่ไหว บางรายเริ่มคับแค้นใจ แล้ว เพราะเดือดร้อนจากการไม่มีเงินใช้ ขณะที่บางรายแจ้งว่าได้นำใบประทวนไปขอขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส. แต่ก็ไม่ได้เงิน แถม ยังถูกเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ทวงค่าดอกเบี้ยที่กู้ไปอีก ทำให้ เกษตรกรรู้สึกเสียกำลังใจมากเพราะต้องการเงินไปใช้จ่ายในการดำรงชีวิต และจ่ายหนี้ “ชาวนาจำนวนมากเริ่มทนไม่ไหวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะมีปัญหาเยอะมากขึ้น เมื่อเขามีใบรับรองเกษตรกรและนำข้าวไปจำนำ กับโรงสีข้าว แล้วเมื่อได้รับใบประทวนภายใน 3 วัน และ ภายใน 7 วันจะต้องได้รับเงินจากธกส. แต่สุดท้ายหลายรายก็ยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งเป็นเวลาผ่านมาเดือนกว่าแล้ว”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนาโวยไม่ได้เงินจำนำข้าว
Blog
-

ชาวนาโวยไม่ได้เงินจำนำข้าว
Facebook Comments -

แนะพรรคการเมืองหากุนซือกรองนโยบาย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผว่า ต้องการให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคหานักวิชาการนักเศรษฐศาสตร์มาร่วมกลั่นกรอง ข้อมูลและผลได้ดีผลดีในการพิจารณาการออกนโยบายที่จะนำมาหาเสียงช่วงเลือก ตั้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด โดยเฉพาะการลดใช้โครงการประชานิยมที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด หรือ การรับจำนำสินค้าเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าตลาดโลกมากๆ เป็นต้น หากไม่มีฝ่ายกลั่นกรองเชื่อว่าจะกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่น คงต่อฐานะการคลังของประเทศได้ ทั้งนี้หากพรรคการเมืองมีการใช้นโยบายที่สุดโตงหรือประชานิยมมากเกินไปโดย ไม่คำนึงถึงผลเสียอันมหาศาลที่จะตามมาในระยะยาว เชื่อว่าในอนาคตเศรษฐกิจของประเทศจะประสบปัญหาอย่างแน่นอน หรือเศรษฐกิจช็อคได้สุดท้ายก็จะนำประเทศเข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจ นายธนวรรธน์ กล่าวว่า นโยบายที่นักวิชาการและภาคเอกชนเป็นห่วงมากสุดคือ เรื่องของการแข่งขันในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด เพราะหากมีการเพิ่มเป็น 350-400 บาทต่อวันทั่วประเทศเชื่อว่าภาคอุตสาหกรรมจะช็อคทันที เนื่องจากภาคเอกชนไม่สามารถรับภาระเรื่องต้นทุนมากกว่านี้ได้อีกแล้ว รวมถึงนโยบายรับจำนำข้าวในลักษณะทุกเมล็ดและให้ราคาที่สูงๆ ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมหาศาลและไม่สามารถพัฒนาวงการข้าวของไทยได้เลย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะพรรคการเมืองหากุนซือกรองนโยบายFacebook Comments -

พาณิชย์สร้างแบรนด์น้ำปลาไทยเมืองมะกัน
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ฑูตพาณิชย์ไทย ในประเทศสหรัฐฯ ประเมินว่าสินค้าประเภทน้ำปลา และซ้อสปรุงรสจากไทยกำลังกลายเป็นสินค้าดาวรุ่งชนิดใหม่ของวงการอาหารในสหรัฐฯ เนื่องจากผู้บริโภคค่อนข้างให้ความสนใจมากโดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบรับประทานอาหารไทยหรือปรุงอาหารไทยด้วยตนเอง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ไทยจะเร่งขยายตลาด และส่งเสริมการตลาดให้น้ำปลาไทยเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ทั้งนี้ในปัจจุบัน มีน้ำปลาจำหน่ายในสหรัฐฯมีไม่ต่ำกว่า 30 แบรนด์ เช่นนำเข้าจาก ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เกาหลี จีน และฮ่องกง เป็นต้น จึงต้องการให้ภาครัฐควรสนับสนุน เพื่อรักษาตลาดน้ำปลาและให้เป็นที่รู้จักในตลาด ก่อนที่จะเสียโอกาสให้คู่แข่งขันจากประเทศอื่นช่วงชิงไปดำเนินการ หรือแอบอ้างเอาไปเป็นของตนเอง เหมือนกรณีซ้อสศรีราชา (ซ้อสเผ็ด) ของไทยที่ต้องตกไปเป็นของบริษัทเวียดนาม-อเมริกัน นอกจากนี้ในการส่งเสริมการขาย ควรใช้คำว่า “NAM PLA” (น้ำปลา) แทนการแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “FISH SAUCE” (ฟิช ซอส) เพราะผู้บริโภครู้จักอยู่แล้ว รวมทั้งยังเป็นการสร้างเอกลักษณ์เป็นของน้ำปลาไทย และตอกย้ำให้ผู้บริโภคนึกถึงประเทศ ที่สำคัญต้องจดทะเบียนคุ้มครองชื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์สร้างแบรนด์น้ำปลาไทยเมืองมะกันFacebook Comments