Blog

  • ระดมสมองดีดีการบินไทยกู้วิกฤติบริษัท

    ระดมสมองดีดีการบินไทยกู้วิกฤติบริษัท

    นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้เชิญอดีตผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย (ดีดี ) 4 คน เข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็นในการดำเนินงาน เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานของการบินไทย โดยประเด็นที่อดีตกรรมการ การบินไทยเห็นตรงกัน คือ การบินไทยต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดสายการบินระดับโลกเข้ามาทำงาน เพื่อวางกลยุทธ์การขายใหม่ ๆ ให้การบินไทย ซึ่งที่ผ่านมาการบินไทย จะใช้รูปแบบการขายเดิม ๆ เป็นการคิดแบบในกรอบ ไม่เคยคิดนอกกรอบ ขณะที่สถานการณ์อุตสาหกรรมการบินเปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้นจึงถึงเวลาที่การบินไทยต้องลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาพัฒนา “จากการศึกษาพบว่าสายการบินที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน เช่น เตอร์กิช แอร์ไลน์ ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญจากสายการบินที่ประสบความสำเร็จในยุโรปมาร่วมงาน ขณะที่เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ ใช้วิธีการจ้างผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเสร็จจากอังกฤษเข้ามาวางแผนการตลาด ซึ่งความสามารถและประสบการณ์ทำงานของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มีความสำคัญ และการบินไทยจำเป็นต้องลงทุน ” สำหรับ 4 ดีดี ที่เข้าร่วมครั้งนี้ ประกอบด้วย พลอากาศเอกประหยัด ดิษยะศริน ร.ต.ท.ฉัตรชัย บุญยะอนันต์ นายพิสิฐ กุศลาไสยานนท์ และนายกนก อภิรดี ด้านนายพิสิฐ กุศลาไสยานนท์ อดีตดีดี การบินไทย กล่าวว่า ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การบริหารจัดการและดำเนินงานของการบินไทยในอดีต มีความแตกต่างกับยุคสมัยในปัจจุบันมาก เพราะสมัยก่อนการดำเนินการแบบรัฐวิสากิจเต็มรูปแบบ เพราะมีภาครัฐให้ความช่วยเหลือการบินไทยทุก ๆ ทาง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิการบิน เส้นทางการบิน รวมถึงการค้ำประกันเงินกู้จากรัฐบาล แต่ปัจจุบันการบินไทยทำงานบนภาวะการแข่งขันสูง และเสรี ดังนั้นข้อคิดเห็นครั้งนี้อาจนำมาปรับใช้เพียงบางส่วน เพราะยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้มองว่าเมื่อยุคสมัยต่าง ๆ รวมถึงการแข่งขันของธุรกิจเปลี่ยนแปลงและมีการแข่งขันสูง การบินไทยควรว่าจ้างบุคคลภายนอก ที่มีความสามารถเฉพาะด้าน เข้ามาดูแลงาน เพื่อวางกลยุทธ์ด้านการขาย บางส่วนที่ไม่มีความถนัดเพิ่มเติม เพื่อให้มีความสามารถแข่งขันกับการเปลี่ยนแปลงภายนอกได้ทันเวลา เพราะในปัจจุบันนี้หลาย ๆสายการบินนานาชาติ ก็มีการว่าจ้างบุคคลจากภายนอกที่มีความรู้ความชำนาญมาทำงานเช่นกัน แหล่งข่าวจากบริษัทการบินไทย กล่าวว่า วันที่ 13 พ.ย.นี้ การบินไทยจะรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ให้ที่ประชุมคณะกรรมการการบินไทยพิจารณา ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมาประสบปัญหาขาดทุนกว่า 7,000 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยมี 16 ประเทศได้ออกประกาศแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวของตัวเองเดินทางมาไทยแล้ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ระดมสมองดีดีการบินไทยกู้วิกฤติบริษัท

  • หุ้นไทยวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ปิดบวก 7.17 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ปิดบวก 7.17 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 พ.ย. ดัชนีสามารถดีดตัวได้แรงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็ยืนในแดนบวกได้คึกคักตลอดทั้งวัน ตามแรงเข้าซื้อกลับ หลังนักลงทุนเริ่มคลายกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศ จากการที่สมาชิกวุฒิสภาได้ตีกลับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระ 1 ทำให้ต้องพักไว้อย่างน้อย 180 วัน ประกอบกับผลการตัดสินคดีปราสาทเขาพระวิหารของศาลโลกไม่มีประเด็นที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,422.06 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,410.18 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,413.08 จุด เพิ่มขึ้น 7.17 จุด หรือ 0.51% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 30,463.98 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. ธ.กรุงศรีอยุธยา ปิดที่ 38.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท 2. เอไอเอส ปิดที่ 233.00 บาท ลดลง 1.00 บาท 3. ทรู ปิดที่ 8.35 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท 4. จัสมิน ปิดที่ 8.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท 5. อินทัช ปิดที่ 77.75 บาท ลดลง 1.00 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ปิดบวก 7.17 จุด

  • “โตชิบา”ปรับแผนหันลุยตลาดโน๊ตบุ๊คองค์กร

    “โตชิบา”ปรับแผนหันลุยตลาดโน๊ตบุ๊คองค์กร

    วันนี้(12 พ.ย.) ที่โรงแรมสุโกศล นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รุกตลาดโน๊ตบุ๊คในส่วนของลูกค้าองค์กร ด้วยการออกโน๊ตบุ๊ค 2 รุ่นใหม่ คือ โปรเตเจ้ แซด30 และเทกร้า แซด40 โดยที่ผ่านมาบริษัทได้รับความไว้วางใจจากหลายองค์กร อาทิ ศาลอาญา ที่ใช้โน๊ตบุ๊คโตชิบา กว่า 4,000 เครื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต จำนวนกว่า 20,000 เครื่อง ซึ่งการหันมารุกตลาดองค์กรเนื่องจากยังเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตอยู่ ขณะที่ตลาดลูกค้าทั่วไปถือว่าทรงตัว“ตลาดโน๊ตบุ๊คในส่วนของลูกค้าคอนซูเมอร์หรือลูกค้าทั่วไปได้รับผลกระทบจากแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ซึ่งคาดว่าจะซึมยาวปีถึงปีครึ่ง จนกว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆออกมาช่วยกระตุ้นตลาด บริษัทจึงต้องชะลอการทำตลาดในส่วนนี้ ส่วนตลาดองค์กรยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมษายนปีหน้า ที่ไมโครซอฟท์จะมีการยกเลิกการสนับสนุน วินโดวส์เอ็กซ์พี ที่มีการใช้อยู่จำนวนมาก เชื่อว่าจะทำให้หลายๆองค์กรมีการปรับเปลี่ยนทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ตแวร์ที่ใช้อยู่ โดยคาดว่าหวังว่าในปีหน้าสัดส่วนยอดขายตลาดองค์กรจะเพิ่มเป็น 30% จากในปีนี้ที่มีสัดส่วน 20 %”นายถกล กล่าวต่อว่า สำหรับ โน๊ตบุ๊ค โปรเตเจ้ แซด30 และเทกร้า แซด40 มีเทคโนโลยีความปลอดภัยอีซี่การ์ดของโตชิบา ช่วยปกป้องข้อมูลจากการตกกระแทกและอุบัติเหตุ รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม จากด้านบน และตกจากโต๊ะที่สูงถึง 76 เซนติเมตร และทนต่อน้ำที่หกบนแป้นพิมพ์ได้ 30 ลูกบาศก์ลิตร โดยโน๊ตบุ๊ค โปรเตเจ้ แซด30 ขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผลอินเทลเจน 4 ส่วนเทกร้า แซด40 หน้าจอ14 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผลอินเทล คอล ไอ 5 แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 9 ชั่วโมง นอกจากนี้บริษัทยังได้เปิดตัวแท็บเล็ตใหม่ 3 รุ่น เพื่อรุกตลาดองค์กรธุรกิจด้วยเช่นกัน โดยมีทั้งแท็บเล็ตใช้ระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ และวินโดวส์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “โตชิบา”ปรับแผนหันลุยตลาดโน๊ตบุ๊คองค์กร