Blog

  • รายได้รัฐพลาดเป้า 1.68 แสนล้านบาท

    รายได้รัฐพลาดเป้า 1.68 แสนล้านบาท

    นายกฤษฎา จีนะวิจารณะผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 57 (ต.ค. 56– ส.ค.57) จัดเก็บได้ 1.88ล้านล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 1.68แสนล้านบาท หรือ 8.2%เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าและอากรขาเข้าจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ รวมถึงการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำกว่าเป้าหมายและการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์และภาษีน้ำมันจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย“ภาวะเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศที่ชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2557 อย่างไรก็ดีคาดว่าเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากระดับความเชื่อมั่นที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 58”สำหรับผลการจัดเก็บรายได้ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 นั้น 3 กรมภาษีจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการรวม 2.23 แสนล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รายได้รัฐพลาดเป้า 1.68 แสนล้านบาท

  • ต่างด้าวแห่ลงทุนในไทยทะลัก 4.38 หมื่นล้าน

    ต่างด้าวแห่ลงทุนในไทยทะลัก 4.38 หมื่นล้าน

    นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเปิดเผยว่า ที่ประชุมของคณะกรรมการฯได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทยประจำเดือน ก.ย. 57 จำนวน 52 ราย มีการนำเงินเข้ามาลงทุนในการประกอบธุรกิจจำนวน43,858 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 43,481 ล้าน เนื่องจากในเดือนก.ย. 57 มีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจบริการทางการเงินอื่นเช่น บัตรเครดิต แฟ็กเตอริ่ง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง สำหรับธุรกิจที่ได้รับอนุญาต เช่น ธุรกิจบริการทางการเงินและบริการให้แก่บริษัทในเครือ ในกลุ่มจำนวน35ราย เงินลงทุน 43,285 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบริการธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบัตรเครดิต บริการ แฟ็กเตอริ่ง ให้เช่าซื้อ ลีสซิ่งยานพาหนะให้กู้ยืมเงินเรียกเก็บหนี้ให้เช่าพื้นที่อาคาร และบริการด้านการตลาดเป็นต้น โดยประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ญี่ปุ่นเขตบริหารพิเศษฮ่องกงจีน เนเธอร์แลนด์ เกาหลีและออสเตรเลียนอกจากนี้ยังมีธุรกิจนายหน้าตัวแทนจำนวน 6ราย มีเงินลงทุนจำนวน522ล้านบาท ได้แก่การทำกิจการนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยและนายหน้าจัดหาตลาดเพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่บริษัทในเครือประเทศที่ได้รับอนุญาตคือญี่ปุ่น , ธุรกิจสำนักงานผู้แทนจำนวน 5 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 15 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจการผลิตการตลาด การลงทุน ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบประเทศที่ได้รับอนุญาต ได้แก่สหราชอาณาจักรสิงคโปร์ และญี่ปุ่นธุรกิจค้าปลีกจำนวน 5 รายมีเงินลงทุนจำนวน 31 ล้านบาทได้แก่การค้าปลีกสินค้าต่างๆ เช่น แม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แม่พิมพ์ที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปและค้าปลีกอุปกรณ์การตรวจวัดวิเคราะห์ค่าสารเคมี เป็นต้นประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ ญี่ปุ่นและมาเลเซีย ,ธุรกิจค้าส่งจำนวน 1 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 5 ล้านบาทได้แก่การค้าส่งรถและเครื่องที่ใช้สำหรับทำความสะอาดพื้นประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่เยอรมนี อย่างไรก็ตามเมื่อรวม 9 เดือนในปี 57 (ม.ค. – ก.ย.57) คณะกรรมการฯได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทยแล้วจำนวน 313 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 58,077 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ต่างด้าวแห่ลงทุนในไทยทะลัก 4.38 หมื่นล้าน

  • กสทช.ชี้หากได้ข้อสรุปช่อง 3ไม่ทันต้องจอดำ30 กย.นี้

    กสทช.ชี้หากได้ข้อสรุปช่อง 3ไม่ทันต้องจอดำ30 กย.นี้

    วันนี้(19ก.ย.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)เปิดเผยว่า ขณะนี้กสทช.ได้ความชัดเจนเรื่องโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวี ที่จะต้องนำช่อง 3 อนาล็อกออกจากระบบ ภายใน15 วันหลังจากรับหนังสือโดยจะครบกำหนดในวันที่30 ก.ย.นี้ ซึ่งจะส่งผลให้ช่อง 3 อนาล็อกเกิดจอดำบนดาวเทียมและเคเบิลทีวี ในขณะเดียวกันช่อง3 ก็ยังทำข้อเสนอเงื่อนไขทบทวนความชดเชยค่าเสียหายจากการออกอากาศคู่ขนานดิจิตอลในช่อง 33HD ไม่ทัน ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาของที่ประชุมกสท.ในวันจันทร์ที่ 22 ก.ย.นี้ และหากยังไม่มีข้อสรุปอาจต้องนัดประชุมกสทช.อีกครั้งส่วนเรื่องคูปองเงินสดส่วนลดมูลค่า 690 บาท เพื่อให้ประชาชนนำไปแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลนั้น กสทช.จะดำเนินการแจกคูปองช่วงแรกในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ใน 21 จังหวัด จำนวน 4,645,175 ครัวเรือน ประกอบด้วย 1.กรุงเทพฯ 1,345,821 ครัวเรือน 2.นนทบุรี 326,535 ครัวเรือน 3.นครปฐม 192,886 ครัวเรือน 4.ปทุมธานี 291,930 ครัวเรือน 5.สมุทรปราการ 300,405 ครัวเรือน 6.สมุทรสาคร 108,247 ครัวเรือน 7.พระนครศรีอยุธยา 193,629 ครัวเรือน 8.สิงห์บุรี 48,111 ครัวเรือน 9.อ่างทอง 66,670 ครัวเรือน 10.ระยอง 149,204 ครัวเรือน 11.สุพรรณบุรี 191,890 ครัวเรือน 12.หนองคาย 101,204 ครัวเรือน 13.สุโขทัย 138,453 ครัวเรือน 14.อุดรธานี 292,696 ครัวเรือน 15.ฉะเชิงเทรา 143,883 ครัวเรือน 16.สมุทรสงคราม 42,174 ครัวเรือน 17.พัทลุง 121,792 ครัวเรือน 18. สงขลา 276,937 ครัวเรือน 19.นครนายก 59,171 ครัวเรือน 20.ราชบุรี 171,291 ครัวเรือน 21.ชัยนาท 82,246 ครัวเรือนส่วนระยะที่2 จะดำเนินการแจกอีก 21 จังหวัด โดยสำนักงาน กสทช. อยู่ในระหว่างการรวบรวมฐานข้อมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ย. 57 และจะส่งให้โรงพิมพ์ดำเนินการ และคาดว่าจะแจกคูปองได้ภายในเดือน พ.ย. 57 พร้อมกันนี้ ได้จัดตั้งวอร์รูมที่ อาคารไอทาวเวอร์ 1 เพื่อติดตามตรวจสอบเรื่องการแจกคูปองตั้งแต่ขั้นตอนการแจกคูปอง การรับคูปอง รวมถึงการร้องเรียนต่างๆ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ชี้หากได้ข้อสรุปช่อง 3ไม่ทันต้องจอดำ30 กย.นี้