Blog

  • แอร์พอร์ตลิงค์ซ่อมปะผุแทน

    แอร์พอร์ตลิงค์ซ่อมปะผุแทน

    นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าด้านโครงสร้างพื้นฐาน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ผู้บริหารโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ เปิดเผยว่า ยืนยันว่าแอร์พอร์ตลิงค์จะยังไม่หยุดให้บริการ แต่จะเพิ่มความถี่และปรับซ่อมบำรุงขบวนรถไฟฟ้าแทนเพื่อเปิดบริการให้ได้ตามปกติ โดยขณะนี้มี 4 ขบวนที่ต้องจอดพักรอ เพื่อรอการซ่อมใหญ่ เพราะวิ่งครบกำหนด 1.3 ล้านกม.แล้ว ซึ่งจะต้องใช้เวลาถึง 14–16 เดือน ส่วนที่วิ่งให้บริการอยู่มี 5 ขบวน จะวิ่งครบกำหนด 1.3 ล้านกม. ภายใน 2 เดือนข้างหน้า จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการซ่อมบางส่วน และถอดอะไหล่จากขบวนรถไฟที่จอดพักมาเปลี่ยนเพื่อให้วิ่งได้แทนทั้งนี้การเปิดซ่อมใหญ่นั้น คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ให้ดำเนินการคัดเลือกผู้รับเหมา โดยใช้วิธีการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีออคชั่น) ซึ่งหลังจากนี้ใช้เวลาดำเนินการ 4–5 เดือน บนเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีอุปสรรคใด ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 1 เดือน เพื่อทำสัญญา จากนั้นผู้รับเหมาจะต้องใช้เวลาจัดหาอะไหล่อีก 7–8 เดือน ถึงจะเริ่มซ่อมได้ โดยขบวนแรกจะซ่อมเสร็จภายใน 2 เดือน แต่ทั้งหมด 9 ขบวน จะเร่งซ่อมให้เสร็จภายใน 4 เดือน สรุปว่าขั้นตอนดำเนินการ กว่าจะซ่อมเสร็จต้องใช้เวลาเกิน 1 ปี หรือไม่น้อยกว่า 14 – 16 เดือนนายภากรณ์ กล่าวว่า ปัญหาเฉพาะหน้า คณะกรรมการ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ตั้งคณะกรรมการประเมินความเสี่ยงการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงค์ และจะเจรจากับผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือและจัดหาอะไหล่บางส่วน เพื่อเร่งซ่อมรถไฟฟ้าทั้ง 5 ขบวน ให้หมุนเวียนบริการเฉพาะหน้าได้ โดยขณะนี้ได้เริ่มซ่อมโดยการถอดอะไหล่จากขบวนรถไฟที่จอดพักอยู่แล้ว ส่วนการสั่งซื้ออะไหล่บางจะจัดหาได้ต้นปี 58 ดังนั้นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ยังสามารถให้บริการได้ แต่ปรับเพิ่มความถี่การให้บริการทุก 15 นาที ในชั่วโมงเร่งด่วน และทุก 20 นาทีในช่วงปกติและวันหยุดด้วยส่วนกรณีที่มีการมองว่าการซ่อม โดยใช้อะไหล่จากขบวนรถที่จอดพักเป็นการซ่อมแบบปะผุนั้น เป็นหลักปกติที่ ร.ฟ.ท.ก็ทำเช่นนี้ และมีความปลอดภัยเต็มที่ เพราะชิ้นส่วนอะไหล่ที่ถอดมาใช้ จะต้องทดสอบให้ได้มาตรฐานก่อนนำมาใช้งาน ที่สำคัญขบวนรถที่จะนำออกวิ่งได้จะต้องได้รับการรับรองจากวิศวกรของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอร์พอร์ตลิงค์ซ่อมปะผุแทน

  • ปรับงบไทยเข้มแข็งมาใช้ใหม่

    ปรับงบไทยเข้มแข็งมาใช้ใหม่

    นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติให้กระทรวงการคลังนำเงินกู้จากโครงการไทยเข้มแข็ง ที่ยังไม่ใช้อีก 15,000 ล้านบาท ไปปรับใช้กับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ ของรัฐบาล เบื้องต้นจะเป็นโครงการที่ช่วยเหลือคนจน และคนรายได้น้อย เพื่อกระจายเงินไปยังเศรษฐกิจฐานรากให้มากขึ้น ซึ่งวงเงินดังกล่าวได้ผูกผันให้ใช้ถึงภายสิ้นปีนี้ โดยกระทรวงการคลังต้องเร่งเสนอรัฐบาล ให้ปรับเงินกู้ดังกล่าวมาใช้ในโครงการใหม่ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อไม่ให้เงินกู้กล่าวหมดอายุโดยใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้"ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเศรษฐกิจของประเทศทั้ง คสช. รัฐบาล และกระทรวงการคลัง พยายามดูเงินจากแหล่งต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้มากระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านโครงการที่ดูแลคนจนคนมีรายได้น้อย ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ และรัฐบาลได้คะแนนนิยมไปด้วย"น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า เงินไทยเข้มแข็ง 15,000 ล้านบาท บางส่วนไม่มีภาระผูกผัน บางส่วนมีภาระผูกพัน แต่หน่วยงานใช้ไม่หมด ก็จะส่งคืนให้กระทรวงการคลัง เพื่อนำไปใช้ในโครงการอื่น ซึ่ง รมว.คลัง ได้เตรียมโครงการต่าง ๆ ที่จะมาใช้เงินตั้งแต่ได้รับการทาบทามมาเป็น รมว.คลังทั้งนี้ การดึงเงินไทยเข้มแข็งมากระตุ้นดูแลเศรษฐกิจ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะหาเงินจากแหล่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ แต่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำมาใช้ในโครงการลงทุนได้รวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้ คสช. ได้เห็นชอบให้ดำเนินการกู้เงินโครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท ที่เหลืออยู่อีก 320,000 ล้านบาท มาลงทุนโครงการบริหารจัดการน้ำที่เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งการกู้เงินส่วนนี้สามารถกู้เบิกจ่ายได้ถึงเดือน ก.ย.61สำหรับเงินในโครงการไทยเข้มแข็งเกิดนั้น ขึ้นสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยการออก พ.ร.บ.เงินกู้ 40,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งใช้เงินคงคลังไป 80,000 ล้านบาท ที่เหลือ 320,000 ล้านบาท ทำโครงการลงทุนขนาดเล็ก เบิกจ่ายเงินได้เร็ว ส่วน พ.ร.ก.เงินกู้เพื่อบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 54

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปรับงบไทยเข้มแข็งมาใช้ใหม่

  • ชอปกระจาย วันที่ 17 กันยายน 2557

    ชอปกระจาย วันที่ 17 กันยายน 2557

    ซื้อของผ่านมือถือโตไม่หยุด  ไพรซ์ซ่า ระบุ อีคอมเมิร์ซไทย ปี 58 เทรนด์ชอปปิงผ่านมือถือสมาร์ทโฟนจะเติบโตมากขึ้น จากวิธีการจ่ายเงินที่ง่ายขึ้น และการจัดส่งที่รวดเร็ว ภาพรวมตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม ที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดว่า ผู้บริโภค เข้าเว็บไซต์จากทางสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแคมเปญ  Priceza Grand Sale 2014 มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ ทั้งสิ้น 1,173,665 ราย แยกเป็นพีซี 561,819  ราย สมาร์ทโฟน 496,357 ราย และแท็บเล็ต 115,471 ราย กลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคสนใจเป็นพิเศษคือ โทรศัพท์ อุปกรณ์สื่อสาร สินค้าสำหรับแม่และเด็ก โรงแรม รีสอร์ท ที่พัก และการท่องเที่ยว ลบข้อมูลจากกูเกิล  อีริค ชมิดท์  ประธานกรรมการของกูเกิล ( Google) กล่าวที่กรุงมาดริดระหว่างการประชุมกับคณะผู้เชี่ยวชาญ ว่าต้องการให้มีการระบุชัดเจนถึงคำจำกัดความและการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลยุโรป ว่าด้วยเรื่อง “สิทธิในการถูกลืม” (right to be forgotten) ชาวยุโรปสามารถขอให้กูเกิล ลบลิงก์ที่เชื่อมไปถึงข้อมูลที่ไม่ถูกต้องของตน หรือข้อมูลที่เห็นว่าน่าอับอาย ออกจากผลการค้นหาของ กูเกิลได้  เวลานี้มีชาวยุโรปยื่นคำร้องมากกว่า 120,000 คำร้อง เพื่อให้ลบลิงก์ต่าง ๆ มากกว่า 457,000 ลิงก์ นับตั้งแต่มีคำสั่ง โดยข้อมูลที่ต้องการให้ลบ มีตั้งแต่ประวัติอาชญากรรม รูปภาพที่น่าอับอาย การถูกก่อกวนรังควานทางอินเทอร์เน็ต ชมชิมแชะ  บริษัท พันธ์สุข 2008 จำกัด เจ้าของโครงการ “พันธ์สุข ฟู้ด แอนด์ ฟาร์ม” สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดของชะอำ ริมถนนเพชรเกษม  (ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ กม.183) แนะนำเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ครบสูตรแบบ ชม-ชิม-ช้อป-แชะ อาทิ นั่งรถม้าชมฟาร์ม ป้อนนม ป้อนหญ้าให้ลูกแกะ ชมม้าแคระ และน้องกระต่ายน่ารัก ชิมอาหารอร่อยกับพันธ์สุขสเต็กเฮ้าส์ และ ช้อปของฝากติดมือที่คัดสรรมาแล้วจากบ้านขนมพันธ์สุข ปิดท้ายด้วยแชะที่มุมถ่ายรูปสวย ๆ ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อเมริกัน–อิงลิช คันทรี ผสมผสานรูปแบบฟาร์มสไตล์ยุโรป ดูข้อมูลก่อนเดินทางได้ที่ www.pansook.com FB : 1000Sook Food and Farm

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชอปกระจาย วันที่ 17 กันยายน 2557