Blog

  • ทรูได้เงินไชน่าโมบายเร่งพัฒนา4G

    ทรูได้เงินไชน่าโมบายเร่งพัฒนา4G

    ทรูได้ไชน่า โมบาย ยักษ์สื่อสารจากจีนร่วมทุน  ได้ 5.5 หมื่นล้านจ่ายหนี้ธนาคาร  คาดจะมีกำไรปลายปีนี้ เร่งพัฒนาเครือข่าย 4G และระบบชำระเงินผ่านมือถือนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า กลุ่มทรู ได้ลงนามเป็นพันธมิตรเชิงธุรกิจ กับบริษัท ไชน่าโมบาย จากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยไชน่าโมบายจะเข้ามาลงทุนจำนวน 28,600 ล้านบาท ส่งผลให้มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และความแข็งแกร่งทางการเงินเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มทรูจะนำเงินลงทุนที่ได้จำนวน 5.5 หมื่นล้านบาทไปชำระหนี้ธนาคารทั้งหมด ทำให้กลายเป็นบริษัทที่ปลอดหนี้ธนาคาร คงเหลือแต่หนี้หุ้นกู้เท่านั้น และจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ปีละ 4,000 ล้านบาท  คาดว่า บริษัทจะเริ่มมีกำไรได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และสามารถให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้ในลำดับต่อไปทั้งนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานร่วมกัน เพื่อดำเนินการใน 6 ด้าน คือ 1. ผลิตภัณฑ์ บริการเสริม คอนเทนต์ 2. ธุรกิจระหว่างประเทศ  3. โครงข่าย 4. การจัดซื้อดีไวซ์  5. การจัดซื้อทั่วไป และ 6. การพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีของไทย และช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยไชน่าโมบาย ถือเป็นบริษัทสื่อสารระดับโลก ที่มีฐานลูกค้ามากกว่า 800 ล้านคนและเป็นผู้บุกเบิกระบบ 4จี และ 5จี ประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้กลุ่มทรูนำมาปรับใช้ในการขยายโครงข่ายและบริการเพื่อนำเสนอกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพด้านนายหลี่  เยว่ กรรมการบริหารและหัวหน้าคณะผู้บริหาร บริษัท ไชน่า โมบาย จำกัด กล่าวว่า มั่นใจในศักยภาพอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ซึ่งมีการขยายโครงข่ายได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในระบบ  3จี และ  4จี เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของภาครัฐและเอกชนของไทย ความร่วมมือครั้งนี้จะเน้นในเรื่องธุรกิจระหว่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันมีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยปีละ  4  ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคนในอนาคต ขณะที่มีนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจของไทยเดินทางไปจีนจำนวนมากเช่นกัน นอกจากนี้ยังจะร่วมมือกันในการพัฒนา 4จี และระบบชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทรูได้เงินไชน่าโมบายเร่งพัฒนา4G

  • แจกคูปองทีวีดิจิตอล 10 ต.ค.เร็วกว่ากำหนดเดิม

    แจกคูปองทีวีดิจิตอล 10 ต.ค.เร็วกว่ากำหนดเดิม

    วันนี้(15ก.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสทช.)นายฐาก ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.เปิดเผยว่า ได้ให้บริษัทจันทร์วาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง และ บริษัท ที เค เอส เทคโนโลยีดำเนินการผลิตคูปองเงินสดส่วนลดสำหรับการแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลโดยจะพิมพ์คูปอง ฯ ดังกล่าวแล้วเสร็จวันที่ 6 ต.ค. 57 และเริ่มแจกจ่ายคูปองผ่านไปรษณีย์ในวันที่10 ต.ค. 57 ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนดจากเดิมทั้งนี้การแจกจ่ายคูปองได้พิจารณาตามสัญญาณโครงข่ายทีวีดิจิตอลครอบคลุมพื้นที่กว่า 80 % โดยเบื้องต้นจะแจกได้จำนวน 21 จังหวัด ในช่วงแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ระยอง สุพรรณบุรี หนองคาย สุโขทัย อุดรธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรสงคราม พัทลุง สงขลา นครนายก ราชบุรี และชัยนาท รวมจำนวนคูปอง5 ล้านใบ และหลังจากนั้นจะขยายการแจกไปยังจังหวัดที่เหลืออีก 21 จังหวัด คูปองจำนวน 3 ล้านใบภายในสิ้นปี 2557 นายฐากร กล่าวว่า กสทช.ได้ประกาศรายชื่อผู้ผลิตอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลที่ผ่านคุณสมบัติสามารถเข้าร่วมโครงการแลกกล่องดิจิตอล จำนวน 16 บริษัท ประกอบด้วยบริษัท คราวน์เทค แอดวานซ์ , บริษัท วี.พี.เอส ไทย ,บริษัทพรีซิชั่น 2000 , บริษัท คลีโอเนเชอรัล กรุ๊ป , บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น , บริษัทไฮเออร์ อิเลคทริค , บริษัท สามารถ วิศวกรรม บริษัท แพลนเน็ต คอมมูนิเคชั่น บริษัท ไฮไฟโอเรียนท์ไทย , บริษัท ไอพีเอ็ม เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส , หจก. เอสซีดิจิตอล, บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด ,บริษัท วัน บอกซ์ โฮม , บริษัท เอ็นซีพีเทคโนโลยี , บริษัท แซท เทรดดิ้ง และ บริษัท ลีโอ เทคโนโลยี แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง และจะประกาศรายชื่อผู้ประกอบการอีกครั้งวันที่30 ก.ย. 57

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แจกคูปองทีวีดิจิตอล 10 ต.ค.เร็วกว่ากำหนดเดิม

  • ล็อตเตอรี่16ก.ย.ไม่คึกคัก

    ล็อตเตอรี่16ก.ย.ไม่คึกคัก

    รายงานข่าวจากผู้ค้าส่งสลากกินแบ่งรัฐบาล(ล็อตเตอรี่) เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายล็อตเตอรี่ งวดวันที่ 16 ก.ย.นี้ ไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะสำนักงานสลากฯออกมาตรการรับสลากฯของผู้ที่มีโควตาเพื่อนำไปจำหน่ายช้าลงทำให้เกินการรวมชุดได้ยาก รวมทั้ง ประทับตราสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมด้านซ้ายตัวแทนขายต้องขายราคาแนะนำใบละ 90 บาททำให้การขายสลากฯไม่ดีในบางพื้นที่ เนื่องจากผู้ที่มีโควตาไม่กล้าขายให้พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่และจักรยานรับไปจำหน่าย เพราะกลัวว่าจะถูกยึดโควตา แต่พอถึงช่วงสัปดาห์สุดท้ายต้องเร่งระบายสลากฯเพื่อไม่ให้ขาดทุน ทำให้ราคาสลากฯขายส่งอยู่ที่ใบละ 89 บาทและมีราคาขายปลีกอยู่ที่ใบละ 100-110 บาทเช่นเดิม สำหรับเลขเด็ดงวดวันที่ 16 ก.ย.นี้ บรรดาเซียนหวยนิยมซื้อกันมาก และขายดีเป็นพิเศษอยู่ในกลุ่มเลขมงคล ทั้งเลขอายุหลวงปู่พิมพ์ 65 ปี และเลขบอกละสังขาร 99 คือวันที่9 เดือน 9, เทศกาลกินเจ 924, พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 21 เกิดวันที่ 21 มี.ค.2497, ตึกเวิร์ดเทรด991, 13 ปี, ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) อายุ 74 ปี และเลขบอกต่อ 9 คนอาจารย์วัดป่า 325,352, 25, 52รวมทั้ง เลขเบิ้ล 11, 44, 77, 88 โดยมีราคาเฉลี่ยสูงอยู่ที่ใบละ 120-130 บาท      ที่กระทรวงการคลังวันที่ 15 ก.ย.57 นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเปิดเผยว่า ภายหลังจากที่สำนักงานสลากฯ ได้ทำการทดสอบตลาดงวดวันที่ 16ก.ย.57 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสังเกตว่าผู้ขายสลากโควตาหากประทับตราสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมด้านซ้ายตัวแทนขายต้องขายราคาแนะนำใบละ 90 บาท และต้องติดบัตรประจำตัวของสำนักงานสลากฯ พบว่าการขายสลากฯเกือบทุกพื้นที่ยังขายเกินราคาที่แนะนำจำนวนมาก ซึ่งมีราคาสูงเกินกว่าที่แนะนำไว้อยู่ที่ใบละ100-110 บาท โดยขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานสลากฯ รีบไปแก้ไขปัญหาสลากฯราคาแพง และต้องเข้มงวดการตรวจสอบมากกว่าที่ผ่านมาหากพบว่าเกิดกระทำผิด  2 ครั้งติดต่อกันต้องยึดโควตาคืนทันที ทั้งนี้ในส่วนโควตาของนิติบุคคลที่จะหมดสัญญาในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ประมาณ 2 ล้านฉบับ จะนำเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการทันทีซึ่งต้องพิจารณาว่าจะดำเนินเช่นไร เนื่องจากการสำรวจตลาดที่ผ่านมาการกระจายให้ผู้ค้าที่เป็นรายย่อยไม่ได้ผลเท่าที่ควร ซึ่งการันตีได้ว่ายังมีพ่อค้าแม่ค้าขายสลากฯ เกินราคา โดยหลังจากนี้ คณะกรรมการจะต้องปรับกลยุทธ์ใหม่อีกครั้ง ซึ่งยอมรับว่ามีโอกาสที่จะนำส่วนดังกล่าวกระจายให้นิติบุคคลรวมทั้ง ยังไม่มีแนวคิดและพิจารณาที่จะนำสลากฯมาเป็นสินค้าควบคุม พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กล่าวว่าจากการสำรวจตลาดสลากฯที่ผ่านมา พบการจำหน่ายสลากของผู้จำหน่ายที่ไม่ได้รับโควตาโดยตรงจากสำนักงานฯ แต่นำสลากที่มีตราประทับมาจำหน่ายจำนวน 6 แผง โดยงวดนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สำรวจตลาดและได้ทำข้อตกลงไว้กับผู้ที่มีโควตาและรับสลากฯไปจำหน่ายต้องขายเองเท่านั้นไม่สามารถขายเปลี่ยนมือให้ผู้อื่นได้ หากตรวจเลขจากสลากฯว่ามีการขายเกินราคาและเปลี่ยนมือไปให้ผู้ค้ารายอื่นแทนก็จะเรียกผู้ที่มีโควตามาสอบถามว่าเกิดการเคลื่อนย้ายสลากฯไปได้อย่างไรและหากทำผิดเป็นครั้งที่ 2 ก็จะดำเนินการยึดโควตาคืนทันที “มาตรการที่สำนักงานสลากฯ ดำเนินการอยู่ เพราะต้องการให้ผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับโควตาไปนั้นเป็นผู้ขายเองเพื่อให้ถึงมือประชาชนที่ต้องการซื้อสลากฯอย่างแท้จริง โดยไม่ผ่านหลายขึ้นตอนเหมือนที่ผ่านมาซึ่งทำให้ราคาสลากฯไม่ขายเกินราคามากจนเกินไป แต่หากยังพบว่าสลากฯ ยังเกิดการเปลี่ยนมือและขายในราคาแพง ก็จะตรวจสอบว่าเป็นผู้ที่มีโควตาหรือไม่ หากไม่ใช่ก็จะตรวจสอบจากตัวเลขบนหน้าสลากฯว่าเป็นสลากฯของผู้ที่มีโควตารายใด โดยครั้งแรกจะเป็นการตักเตือนและขอความร่วมมือหากผิดเป็นครั้งที่ 2 คงต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดคือการยึดโควตาคืน” อย่างไรก็ตามยอมรับว่าอำนาจหน้าที่ของสำนักงานสลากฯ ต้องทำงานภายใต้ข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยการแก้ไขปัญหาสลากฯเกินราคาคงต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.สลากฯ พ.ศ.2517 ไปพร้อมกันเพราะเป็นกฎหมายที่ใช้มาเป็นเวลานาน ซึ่งยืนยันว่าจะสามารถแก้ไขกฎหมายให้ทันในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ล็อตเตอรี่16ก.ย.ไม่คึกคัก