Blog

  • เอกชนแห่ออกหุ้นกู้

    เอกชนแห่ออกหุ้นกู้

    นายสุชาติธนฐิติพันธ์ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยเปิดเผยว่า ในช่วง 8เดือนที่ผ่านมาภาคเอกชนทำการออกหุ้นกู้แล้วกว่า420,000ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่เอกชนออกหุ้นกู้อยู่ที่250,000ล้านบาทเนื่องจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจมีการชะลอตัวลงส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความเข้มงวดเรื่องการออกสินเชื่อพอสมควรจึงทำให้เอกชนหันมาสนใจการออกหุ้นกู้มากขึ้นเพราะมีขั้นตอนการดำเนินงานที่สะดวกและต้นทุนที่ต่ำกว่าอย่างไรก็ตามคาดว่าทั้งปีภาคเอกชนจะออกหุ้นกู้ได้ประมาณ500,000ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่วางไว้450,000ล้านบาท “การออกหุ้นกู้จะทำให้ภาคเอกชนมีความคล่องตัวมากกว่าและต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำกว่าการกู้เงินจากธนาคารซึ่งหากเป็นสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี(เอ็มอาร์แอล)ดอกเบี้ยจะอยู่ที่7 %ขณะที่การออกหุ้นกู้หากบริษัทที่จะออกหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับดีจะมีต้นทุนดอกเบี้ยเพียง5-6% เท่านั้น” นอกจากนี้การซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ในช่วง 8เดือนที่ผ่านมาเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยแล้วทั้งสิ้น28,000ล้านบาทโดยไหลเข้าในตราสารหนี้ระยะยาว34,900ล้านบาทและไหลออกจากตราสารหนี้ระยะสั้น6,900ล้านบาทซึ่งมีกระแสเงินไหลเงินเข้ามากที่สุดในช่วง1-2สัปดาห์หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เข้าบริหารประเทศแต่ในขณะเดียวกันช่วงที่มีรัฐบาลเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าไม่มากนักเพราะตลาดเริ่มรับรู้ข่าวได้ระยะหนึ่ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนแห่ออกหุ้นกู้

  • ททท.จับมือพันธมิตรรุกแดนมังกร

    ททท.จับมือพันธมิตรรุกแดนมังกร

    นางศรีสุดาวนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับบริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.)และ บริษัทคิงเพาวเวอร์อินเตอร์เนชั่นแนลในการทำตลาดกระตุ้นการการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในกลุ่มเมืองรองอาทิ เสิ่นหยาง ชิงเต่าหนานหนิง ฯลฯ ด้วยการนำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากไทยกว่า 50 รายไปเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนเพื่อเสนอขายแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวจากเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา “การเดินทางออกไปโรดโชว์ที่ประเทศจีนโดยตรง ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งการซื้อขายแพ็กเกจทัวร์ได้จริงรวมถึงการจัดโปรโมชั่นในกลุ่มการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลก็เป็นอีกตลาดที่ ททท.ให้ความสำคัญและทำตลาดประสบความสำเร็จโดยททท.สำนักงานเซี่ยงไฮ้ได้ร่วมกับบริษัท ปักกิ่งทราเวล เซอร์วิส จำกัดที่ดำเนินการสนับสนุนการจัดนำเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลนำพนักงานจากบริษัทผลิตเครื่องสำอางขนาดใหญ่จากเซี่ยงไฮ้หางโจว นานกิง มาประชุมและท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตมีจำนวนเกือบ 1,300คน สร้างความคึกคักให้กับจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก” ทั้งนี้ภายหลังการจัดงานได้ประเมินผลการจัดโรดโชว์ผ่านการตอบแบบสอบถามของผู้ประกอบการไทยพบว่ากว่า 90%เห็นว่าการสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายเดิมและเครือข่ายทางธุรกิจใหม่ได้ขณะที่ ภาพรวมของการจัดงานทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการจากประเทศไทยและตัวแทนบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ตลาดจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในระดับเกินกว่า50% นายพงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิคใต้ททท.กล่าวว่า ททท.สำนักงานโตเกียวมีแผนการทำ โปรโมชั่นกับบริษัททัวร์ของญี่ปุ่นในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.นี้โดยจะร่วมกับบริษัทที่ให้บริการด้านสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นที่นิยม 1ใน 5ของผู้ที่หาข้อมูลเกี่ยวกับการขายแพ็คเกจทัวร์และตั๋วเครื่องบินจัดทำป้ายโฆษณาประเทศไทย(แบรนเนอร์)ในเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยพร้อมเชื่อมโยงข้อมูลไปยัง50บริษัทนำเที่ยวที่เสนอขายแพ็คเกจมาท่องเที่ยวประเทศไทย คาดว่าเป้าหมายผู้ซื้อแพ็คเกจไม่ต่ำกว่า100 แพ็ค

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.จับมือพันธมิตรรุกแดนมังกร

  • ชิงตลาดฮาลาล1.1 ล้านล้านดอลลาร์

    ชิงตลาดฮาลาล1.1 ล้านล้านดอลลาร์

    นายสมเกียรติตรีรัตนพันธ์รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าขณะนี้กระทรวงได้มีแผนในการสร้างความเชื่อมั่นเครื่องหมายฮาลาลของสินค้าอาหารไทยในตลาดโลกโดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มความร่วมมือกับประเทศอาเซียนเช่น อินโดนีเซีย และมาเลเซียสร้างมาตรฐานฮาลาลด้วยกันพร้อมทั้งการผลักดันให้ขอเครื่องหมายฮาลาลของอินโดนีเซียควบคู่กับเครื่องหมายฮาลาลของไทยเพื่อให้เกิดการยอมรับตลาดของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเนื่องจากตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่าการค้า1.1ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี “อย่างไรก็ตามไทยไม่ได้เป็นประเทศมุสลิมและประชากรส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนอิสลามาทำให้ชาวมุสลิมบางส่วนที่เคร่งศาสนาในบางประเทศเกิดความไม่แน่ใจในมาตรฐานฮาลาลของไทยซึ่งไทยก็มีแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการเตรียมสร้างมาตรฐานฮาลาลร่วมกันระหว่างไทยอินโดนีเซีย และมาเลเซียภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายเพื่อให้เกิดการเชื่อมั่นจากประชาชน” นอกจากนี้ยังต้องการให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มสร้างตราสินค้าของตนเองให้เป็นที่รู้จักในตลาดอาหารฮาลาลซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนเช่นกระทรวงพาณิชย์ให้คำแนะนำในการขยายตลาดไปต่างประเทศและให้ข้อมูลด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องขณะเดียวกันก็มีศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลในการพัฒนาระบบการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามและสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยทำหน้าที่รับรองมาตรฐานและออกเครื่องหมายฮาลาลแก่เอกชน “ปัจจุบันตลาดของอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่า1.1ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.4%ซึ่งถือเป็นโอกาสของไทยในการเพิ่มและขยายการส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลเพราะไทยมีความได้เปรียบคู่แข่งหลายประเทศในเรื่องอุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากอาหารไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลกทั้งด้านคุณภาพและรสชาติซึ่งสามารถใช้ต่อยอดกับอาหารฮาลาลได้อีกทั้งกระบวนการผลิตก็มีความทันสมัยหลายโรงงานจ้างให้ไทยผลิตทำให้มาตรฐานในการผลิตอาหารของไทยเป็นที่ยอมรับ” สำหรับไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไปยังประเทศกลุ่มมุสลิม(โอไอซี)เฉลี่ย5ปีย้อนหลังมูลค่า 5,949.1ล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัว 4.72%ต่อปีและในช่วง 6เดือนของปี57มีมูลค่า2,980.2ล้านดอลลาร์สหรัฐลดลง 4.15%เนื่องจากส่งออกน้ำตาลทรายและอาหารทะเลแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูปลดลงแต่กลุ่มผัก ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูปเนื้อสัตว์ปีกแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูป และผลิตภัณฑ์ข้าวผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆมีมูลค่าการส่งออกที่สูงขึ้น ส่วนการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนมี 3ประเทศคือ บรูไน อินโดนีเซียและมาเลเซีย การส่งออกเฉลี่ย5ปีมีมูลค่าส่งออกเฉลี่ย 2,184.2ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย12.06%ต่อปีหรือมีสัดส่วนคิดเป็น 36.1%ของการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศโอไอซีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดอาเซียนเป็นตลาดสำคัญของสินค้าฮาลาลของไทยอีกตลาดหนึ่ง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชิงตลาดฮาลาล1.1 ล้านล้านดอลลาร์