Blog

  • เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 จว.ชายแดนใต้

    เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 จว.ชายแดนใต้

    นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นวันแรกว่า สิ่งแรกที่ตั้งใจเร่งดำเนินการ คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเข้าไปหารือการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่นๆทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)  รวมทั้งจะเร่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงขึ้นมาเต็มทุกตำแหน่ง เนื่องจากปัจจุบันผู้บริหารระดับ 9 –  10  มีว่างอยู่หลายตำแหน่ง ทำให้การบริหารงานขาดประสิทธิภาพ  และถ้าปรับโยกย้ายแล้ว จะทำให้ข้าราชการระดับล่างปรับตำแหน่งขึ้นมาอีกเป็น 100 ตำแหน่ง และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจข้าราชการดี ที่ตั้งใจทำงานให้กระทรวง นอกจากนี้จะเร่งรัดโครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล และนิคมอุตสาหกรรมยางครบวงจร ที่ อ.ฉลุง จ.สงขลา จะเร่งรัดการออกใบอนุญาตต่างๆโดยเฉพาะใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ( ร.ง.4) ซึ่งที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แก้ไขลดระยะเวลาในการออกใบอนุญาตไปบางส่วนแล้ว แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาออกกฎหมายฉบับใหม่ โดยจะโอนอำนาจการออกใบอนุญาตต่างๆให้มาอยู่ภายใต้อำนาจของข้าราชการประจำ และให้รัฐมนตรีทำหน้าที่เพียงการออกนโยบายเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา รัฐมนตรีทำหน้าที่ทั้งเรื่องการออกใบอนุญาต และการอุทธรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มั่นใจว่า หลังจากที่ คสช. ได้ผลักดันใบอนุญาต ร.ง.4 ไปแล้วในช่วงแรก และจะทยอยออกมาอีกมาก รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังได้อนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนไปเป็นจำนวนมาก จึงมั่นใจว่า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว “จากการพูดคุยกับนักลงทุนต่างชาติ ส่วนใหญ่มองว่าการที่ คสช. สามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ตามที่กำหนด ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน 100% โดยนักลงทุนขนาดใหญ่อยากให้รัฐบาลใหม่ปล่อยให้การดำเนินธุรกิจเป็นอย่างเสรี และอย่าออกมาตรการที่บิดเบือนกลไกตลาด เช่น มาตรการรถยนต์คันแรก ที่ส่งผลให้กำลังซื้อของตลาดเปลี่ยนไปปริมาณยอดขายในช่วงปี 56 ได้พุ่งสูงขึ้นมาก จนทำให้เอกชนต้องขยายการลงทุนรองรับ แต่หลังจากนั้นยอดคำสั่งซื้อได้ลดลงมากจนกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 จว.ชายแดนใต้

  • ฝันสลายรถเมล์เอ็นจีวี

    ฝันสลายรถเมล์เอ็นจีวี

    นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยหลังหารือร่วมกับนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม และตัวแทนกลุ่มผู้พิการ ถึงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน วงเงิน 13,162.2 ล้านบาทว่า โครงการนี้อาจต้องล่าช้าออกไปไม่น้อยกว่า 2 เดือน หรือมากกว่านั้นอีก เพราะต้องรอการว่าจ้างสถาบันการศึกษาเข้ามาวิเคราะห์รายละเอียดราคาอุปกรณ์ชิ้นส่วน ส่งผลให้แผนการส่งมอบรถเมล์ใหม่รอบแรก 489 คัน ในเดือน ม.ค. 58 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน จะมาไม่ทันแน่นอน “ที่ผ่านมา ขสมก. กำหนดราคากลางในการจัดซื้อรถเมล์ โดยออกทีโออาร์และส่งแบบสอบถามสำรวจราคาไปยังผู้ผลิตรถยนต์ว่าราคาเท่าไร ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าราคาสูงเกินจริง เพื่อยุติปัญหา ขสมก.จะกลับไปทบทวนราคากลางใหม่ โดยให้สถาบันการศึกษามาศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตที่แท้จริง ของรถเมล์ร้อนและรถแอร์ เพื่อหาราคากลางที่เหมาะสมและเปรียบเทียบกับรถจีน ญี่ปุ่น และยุโรปด้วย” นายนเรศกล่าวว่า หลังจากสถาบันการศึกษาสรุปผลออกมาแล้วเห็นว่าทุกฝ่ายควรจะต้องยอมรับในราคากลาง ซึ่งจะใช้เวลารวมไม่น้อยกว่า 2 เดือน ครึ่ง เพราะในการศึกษาวิเคราะห์จะใช้เวลา 1 เดือน จากนั้นจะนำผลศึกษาที่ได้เสนอให้คณะกรรมการทีโออาร์พิจารณาหาข้อยุติ โดยหากผลปรากฏว่าราคาได้สูงกว่าราคากลาง ขสมก.ก็เดินหน้าประกวดราคาตามแผนเดิมได้ หากราคาออกมาต่ำกว่ารากลางก็ต้องทบทวนกันใหม่ และคาดว่า ขสมก.จะประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นทีโออาร์ครั้งที่ 13 ผ่านเว็บไซต์ในเดือน พ.ย.นี้ 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฝันสลายรถเมล์เอ็นจีวี

  • ตัวเลขว่างงานของคนไทย ส.ค.57 ลดลง

    ตัวเลขว่างงานของคนไทย ส.ค.57 ลดลง

    นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า ตัวเลขการว่างงานของคนไทยในเดือนส.ค.57 มีผู้ว่างงานจำนวน 287,000 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.7% และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน พบว่า มีผู้ว่างงานลดลง 28,000 คน จากผู้ว่างงาน 315,000 คน  และเมื่อเทียบกับเดือนก.ค.56 ที่มีผู้ว่างงาน 379,000 คน จำนวนผู้ว่างงานลดลง 92,000คน โดยในจำนวนผู้ว่างงาน 287,000 คน แยกเป็น ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 138,000 คน และผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 149,000 คน แบ่งเป็นภาคการบริการและการค้า 79,000 คน ภาคการผลิต 62,000 คน และภาคเกษตรกรรม 8,000 คน สำหรับระดับการศึกษาของผู้ว่างงานพบว่า มีผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจำนวน 111,000 คน รองลงมาเป็นระดับมัธยมต้น 62,000 คน ระดับประถมศึกษา 56,000 คน  มัธยมศึกษาตอนปลาย 41,000 คน และผู้ที่ต่ำกว่าระดับประถมศึกษา 17,000 คน และเมื่อแยกเป็นรายภาคพบว่า ภาคกลางมีผู้ว่างงานสูงสุดจำนวน 91,000 คน รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 60,000 คน ภาคใต้ 57,000 คน ภาคเหนือ 49,000 คน  และกรุงเทพมหานคร 30,000 คน ขณะที่ในเดือนส.ค.57 มีจำนวนผู้มีงานทำ 38.37 ล้านคน ประกอบด้วยผู้มีงานทำในภาคเกษตร 13.64 ล้านคน  และนอกภาคเกษตร24.73 ล้านคน เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.2556 พบว่ามีจำนวนผู้ที่ทำงานในภาคเกษตรลดลง 280,000 คน ขณะที่นอกภาคเกษตรมีผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 460,000 คน  โดยเพิ่มขึ้นในสาขาที่สำคัญเช่น สาขาการขายส่ง ขายปลีก การซ่อมยานยนต์ และรถจักรยานยนต์มากที่สุด 400,000 คน รองลงมาเป็นสาขาการผลิต 170,000 คน สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 90,000คน  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตัวเลขว่างงานของคนไทย ส.ค.57 ลดลง