Blog

  • ประธานสลากฯยืนยันไม่ล็อกเลข

    ประธานสลากฯยืนยันไม่ล็อกเลข

    นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่นายตำรวจระดับสูงของภาค 5 ซื้อลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว ที่ซื้อลอตเตอรี่ เลขท้าย 22 จำนวน 512 ใบ และถูกรางวัลถึง 1.024 ล้านบาท ว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากฯ ยืนยันว่าสำนักงานสลากฯ มีกระบวนการออกรางวัลที่มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และที่ผ่านมาเครื่องมือที่ใช้สำหรับออกรางวัลยังได้รับใบรับรองมาตรฐาน ไอเอสโอ 9001 : 2008 ในกระบวนการออกรางวัล จาก บริษัทบูโร เวอริทัส เซอติฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ถือว่าเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่ได้รับการรับรองที่มีมาตรฐานของโลก ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นการใช้หลักสถิติเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อมาค้นหาตัวเลข ที่อาจเป็นไปและเป็นไปไม่ได้ แต่สำนักงานสลากฯ ยืนยันว่าไม่มีการล็อกเลขหรือทุจริตได้อย่างแน่นอน เพราะกระบวนการและขั้นตอนการออกรางวัลมีการถ่ายทอดสดทุกครั้ง พร้อมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ามาสังเกตการณ์ทุกขั้นตอนในการออกรางวัล ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นเรื่องของดวงมากกว่า เพราะตัวเลขสามารถที่จะออกได้หมด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสลากฯ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจแผงค้าสลากฯ และติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าดำเนินการตามมาตรการของสำนักงานสลากฯหรือไม่ โดยยืนยันว่าบัตรแสดงตัวผู้จำหน่ายสลากรายย่อยได้รับ จะใช้ควบคู่ไปกับสลากฯที่มีการประทับเครื่องหมายหน้าสลาก เป็นรูปสี่เหลี่ยมสีน้ำเงิน 43 ล้านฉบับ ตั้งแต่งวดวันที่ 16 ก.ย.57 เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ซื้อประชาชนทั่วไปทราบว่า ผู้ค้าดังกล่าวเป็นรายย่อยหรือไม่ มีการสวมสิทธิหรือไม่ และจำหน่ายสลากในโควตาของรายย่อยหรือไม่ หากไปขายในราคาทดสอบที่ประมาณ 90 บาทต่อฉบับ หากพบว่าสลากฯที่มีการประทับเครื่องหมายมีการขายเกินกว่าราคากำหนดและไม่มีบัตรในการจำหน่ายจะถูกยึดโควตาทันที

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประธานสลากฯยืนยันไม่ล็อกเลข

  • ผู้ค้าเร่งขายสลากหวั่นเหลือเพียบทำให้ขาดทุน

    ผู้ค้าเร่งขายสลากหวั่นเหลือเพียบทำให้ขาดทุน

    รายงานข่าวจากผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงมาตรการของสำนักงานสลากฯที่เปิดให้ผู้ค้าสลากฯที่มีโควตารับสลากฯไปจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1-8 ก.ย.57 ว่า ขณะนี้ ผู้ค้าส่วนใหญ่เริ่มรับสลากฯไปจำหน่ายแล้ว เนื่องจากต้องการเร่งขายสลากฯเพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์สลากฯ เหลือเต็มแผงช่วงใกล้ออกรางวัล 16 ก.ย.นี้ เพราะมาตรการเลื่อนเวลาดังกล่าวทำให้เวลาจำหน่ายสลากฯ ลดลง และรวมชุดสลากฯได้ยากขึ้น ส่งผลให้ผู้ค้าสลากฯต้องเร่งระบายสลากฯให้เร็วที่สุดทั้งนี้การเร่งระบายสลากฯที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ราคาสลากฯ ปรับราคาเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเนื่องจากผู้ที่มีโควตาได้ขายส่งต่อไปยังผู้ค้ารายย่อยที่ไม่มีโควตาที่มีความต้องการมากกว่าสลากฯที่ระบายอยู่โดยมีราคาขายส่งเล่มละ 86 บาท หากเป็นสลากฯคู่เหมือนตั้งแต่ 2 ใบ อยู่ที่ใบละ 89บาท และหากมีจำนวนตั้งแต่ 10 ใบขึ้นไป จะอยู่ที่ใบละ 91 บาทซึ่งเมื่อผู้ค้ารายย่อยที่ไม่มีโควตาทั้งหาบเร่และจักรยานรับซื้อไปขายต่อให้ประชาชนจะทำให้ราคาสลากฯปรับราคาขายอยู่ที่ใบละ 100 บาทเช่นเดิม อย่างไรก็ตามมาตรการของสำนักงานสลากฯที่ออกมา มองว่ายังไม่มีความชัดเจนแม้วิธีดังกล่าวจะเป็นการบีบบังคับให้ผู้ที่มีโควตาต้องขายสลากฯเองแต่ช่วงเวลาขายที่ลดลง ทำให้ผู้ที่มีโควตาต้องขายสลากฯต่อให้กับผู้ค้าที่ไม่มีโควตาตามเดิม เพราะกลัวว่าหากไม่สามารถขายได้ตามเวลาที่เหลืออยู่จะทำให้สลากฯเหลืออยู่จำนวนมากส่งผลต่อการขาดทุน รวมทั้ง ขณะนี้เริ่มมีผู้ค้าสลากฯรายย่อยบางส่วนที่ไม่มีโควตาออกมาเลือกซื้อสลากฯ ที่บริเวณศูนย์การค้าสลากไทยสนามบินน้ำ ที่ได้ในราคาขายปลีกใบละ 80 บาท เพื่อนำมาจัดแผงขายเองอีกด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ค้าเร่งขายสลากหวั่นเหลือเพียบทำให้ขาดทุน

  • กสท.ไร้ข้อสรุป โยนการบ้านช่อง 3 เสนอทางออก

    กสท.ไร้ข้อสรุป โยนการบ้านช่อง 3 เสนอทางออก

    วันนี้(3ก.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.)เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับช่อง 3อะนาล็อก และผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 24รายว่า กสท.จะนำความคิดเห็นที่ได้จากผู้ประกอบการไปพิจารณาในที่ประชุมภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งกสท.จะไม่ยื่นหนังสือต่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.)แล้ว เนื่องจากคสช.ได้ให้อำนาจกสท.ในการพิจารณาและให้ช่อง 3 อะนาล็อก ทำหนังสือแจ้งแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกดังกล่าวมายังกสท. เพราะช่อง 3 ไม่ได้ส่งผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเข้าร่วมการหารือครั้งนี้ทั้งนี้กสท.จะแก้ไขปัญหาโดยการเจรจา ประณีประนอม ยังไม่อยากใช้ข้อกฎหมายบังคับ เพื่อไม่ให้กระทบคนดู แต่ทั้งนี้กสท.ยื่นยันเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ช่องฟรีทีวีอะนาล็อกของผู้ประกอบการรายเดิมออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิตอล เพื่อให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนผ่านและให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งประชาชนยังสามารถรับชมช่อง3 อะนาล็อกได้ตามปกติ ตราบจนกว่ากสท.จะมีการพิจารณาใดๆออกมาด้านน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า กสท.เตรียมส่งหนังสือแจ้งผู้ประกอบการโครงข่ายเคเบิลและดาวเทียม ห้ามออกอากาศช่อง 3 ในระบบอะนาล็อก โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15วันต่อจากนี้ซึ่งผู้ประกอบการโครงข่ายยินดีที่จะปฎิบัติตามกฎระเบียบของกสท. และช่อง3 อะนาล็อก ควรหยุดอ้างประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ( คสช.) ฉบับที่ 27 ได้แล้ว และให้เข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลปกติซึ่งกสท. ก็พร้อมเคลียร์ปัญหาข้อกฎหมายทั้งหมดที่จะทำให้ช่อง3 อะนาล็อกออกอากาศคู่ขนานในประเด็นผังรายการดิจิทัลซ้ำกับบริษัทคู่สัญญาสัมปทานของอสมท. และประเด็นที่ช่อง 3อะนาล็อกกับช่อง 3 ดิจิทัล เป็นคนละนิติบุคคล อย่างไรก็ตาม หากยึดตามมติของ กสท.เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 57 ที่ให้ฟรีทีวีอะนาล็อกทั้ง 6 ช่องเดิม คือ ช่อง 3 , 5 ,7 ,9 ,11 และไทยพีบีเอส ซึ่งถือเป็นผู้รับใบอนุญาตตามบทเฉพาะกาลแห่งพ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ได้สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นฟรีทีวีตามหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป(มัสต์ แครี่) นับจากวันที่เริ่มต้นออนแอร์ในระบบดิจิตอลทีวีแล้ว 30 วันดังนั้นเมื่อพ้นวันที่ 1 ก.ย. ช่อง 3 อะนาล็อกพ้นจากการทำหน้าที่เป็นฟรีทีวีอะนาล็อกและไม่ได้ขออนุญาตออกอากาศคู่ขนานเช่นเดียวกับช่อง 5 7 9 11 และไทยพีบีเอส จะส่งผลให้ไม่สามารรถรับชมได้บนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิล แต่ยังคงสามารถรับชมได้เฉพาะระบบภาคพื้นดิน(หนวดกุ้ง ก้างปลา)ตามอายุสัญญาณสัมปทานถึงปี 2563 ได้ตามปกติ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.ไร้ข้อสรุป โยนการบ้านช่อง 3 เสนอทางออก