คำถามที่ว่าตลาดแรงงานในสหรัฐ อเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างน่าผิดหวัง และยังทำให้สภาพเศรษฐกิจชะลอตัวนั้น มาจากสภาพการเมืองและเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนไม่ดีเช่นยุคก่อน หรือเกิดจากบรรดานักลงทุนและซีอีโอทั้งหลายหาโอกาสไม่พบ คิดไม่ออกว่าจะลงทุนอะไรซึ่งเป็นคำถามทิ้งท้ายในบทความที่แล้วของผู้เขียน ศาสตราจารย์ ดร.เคลย์ คริสเตียนเซ่น ได้เขียนคำอธิบายไว้ในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ช่วงปลายปี ค.ศ. 2012 จากการที่ ดร.คริส เตียนเซ่น ได้ศึกษาและวิจัยนวัตกรรมการลงทุนของสหรัฐอเมริกา และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกได้บทสรุปที่น่าสนใจว่า ปัญหาของการที่ไม่มีการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดการสร้างงานอย่างจริงจังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น มาจากการที่นักลงทุนและซีอีโอตลาด หลักทรัพย์มักจะจ้องหาโอกาสการมุ่งสู่ธุรกิจที่มีกำไรเท่านั้น โดยไม่คิดอยากที่จะเสี่ยงภัยกับการลงทุนใหม่ ๆ ที่กำไรชัวร์ๆ ไม่รู้ คืออยากจะได้กำไรเพื่อเก็บตุนเงินสดไว้ในมือเยอะ ๆ นั้นเอง เลยทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีเงินสดเหลือเยอะ แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กระจายตัวดีขึ้น ดร.คริสเตียนเซ่น ได้อธิบายว่าแนวคิดนี้สร้างปัญหา ประเด็นของปัญหานี้มาจากการลงทุนที่มุ่งสู่ตัวเลขชี้วัดทางการเงินของบริษัทต่าง ๆ เพื่อการสร้างผลกำไรที่แน่นอน และด้วยวิธีการนี้เลยทำให้ธุรกิจที่มักจะสร้างผลกำไรที่งามมักจะไม่ได้สร้างตลาดแรงงาน แต่มักจะต้องตัดลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานลงเพื่อให้เกิดผลกำไรของบริษัทมากกว่า ซึ่งมุ่งสู่ผลกำไรมากกว่าการสร้างตลาดแรงงานหรือการจ้างงาน ซึ่งก็คือบ่อเกิดแห่งปมปัญหาการลงทุนของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ดร.คริสเตียนเซ่น ได้เปิดแนวคิดที่ได้ค้นพบนี้ และได้ท้าทายโดยโต้แย้งว่า การที่นักลงทุนใช้ตัวเลขชี้วัดทางการเงินเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจที่สร้างผลกำไร เป็นแนวคิดทุนนิยมที่ล้าสมัย ไม่ได้ช่วยการสร้างตลาดแรงงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ดร.คริสเตียนเซ่น ได้โต้แย้งว่า แนวคิดทุนนิยมที่ล้าหลังมาจากแนวความคิดของนักเศรษฐกิจผู้โด่งดังในสมัยประธานาธิบดี โรนัลด์ รีแกน ที่ชื่อ ดร.จอร์จ กิลเดอร์ ที่ได้อธิบายว่า ทุนนิยมนั้นคือทรัพยากรที่มีน้อยและจำกัดเราจะต้องเก็บรักษาทุกอย่างไว้ ไม่ว่าจะเสียอะไรไปก็ต้องยอม ซึ่งหมายความว่ามนุษย์มีความโลภและต้องการอย่างไม่จำกัด ขณะที่โลกเรามีทรัพยากรจำกัด สังคมมีทรัพยากรที่มีผลิตภาพไม่เพียงพอต่อความอยากได้อยากมีของมนุษย์ ดร.จอร์จ กิลเดอร์ได้เคยโด่งดังในหนังสือที่ชื่อ “หลักความเชื่อของระบบทุนนิยมซึ่งมีคุณค่าสำหรับคนที่ชาญฉลาด” หนังสือนี้ขายดีโดยออกในช่วงจังหวะที่ประธานาธิบดี โรนัลด์ รีแกน เข้าสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 1981 และประธานาธิบดีรีแกนมักจะกล่าวสุนทรพจน์ โดยอ้างถึงหนังสือของ ดร.กิลเดอร์ ปัจจุบัน ดร.กิลเดอร์อายุ 74 ปี อยู่ที่กรุงนิวยอร์ก ดร.คริสเตียนเซ่น โต้แย้งว่า ทุนนิยมปัจจุบันและขณะนี้สหรัฐไม่ขัดสนเรื่องเงินทองเพราะบริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกามีเงินสดอยู่ในบัญชีงบดุลถึง 48 ล้านล้านบาท คือมีกองเงินสดอยู่ในมือจำนวนมหาศาล และก็แนะนำเหล่าบริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาว่าถ้าหากอยากจะคืนผลของรายได้และกำไรจากกองเงินสดเหล่านี้ จะใช้วิธีการประเมินตัวเลขทางการเงินแบบเดิม ๆ ซึ่งเล็งถึงกำไรอย่างเดียวไม่ได้ และจะไม่ก่อเกิดประโยชน์แต่อย่างใด จะต้องหยุดพฤติกรรมพวกนี้ ดร.คริสเตียนเซ่น แนะว่าความสามารถของผู้บริหารและซีอีโอในการที่จะดึงดูดผู้ที่มีความสามารถพิเศษ กระบวนการทำงาน การแก้ปัญหาและการถ่ายทอดแผนปฏิบัติการเพื่อให้เกิดโอกาสในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมีความยากลำบากมากกว่าการหาเงินสดมากองไว้หลายเท่านัก อันที่จริงแล้วนักลงทุนหรือผู้บริหารทั้งหลายในสหรัฐที่ขาด แคลนก็คือเครื่องมือต่าง ๆ ทางธุรกิจที่ใช้สำหรับการตัดสินใจลงทุนเพื่อสร้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พวกเขาเหล่านี้มีกองเงินสดมหาศาลอยู่แล้วไม่ได้ขาดแคลนอะไร นักลงทุนหรือผู้บริหารบริษัททั้งหลายขาดความเข้าใจในการตัดสินใจลงทุนเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าสิ่งอื่นใด บทความหน้าจะเขียนแนวคิดใหม่ในการลงทุนเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมมนุษย์. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด Boonmark@stamford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุนนิยมอเมริกันหรือแนวคิดตัน (2) – โลกาภิวัตน์
Blog
-

ทุนนิยมอเมริกันหรือแนวคิดตัน (2) – โลกาภิวัตน์
Facebook Comments -

ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งของทรูใช้ไอทีเพิ่มยอดให้เอสเอ็มอี
ทรู ดิจิตอล คอนเทนท์ แอนด์ มีเดีย เปิดตัวธุรกิจใหม่ เอ็ก ดิจิตอล บริการงานดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง และโมบาย แอพพลิเคชั่น ออกแบบพัฒนาระบบเว็บไซต์ ตามความต้องการของลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอี นายสรรเสริญ สมัยสุต หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู ดิจิตอล คอนเทนท์ แอนด์ มีเดีย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันสื่อประเภทดิจิตอล มีเดีย ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดของธุรกิจมากขึ้น จึงได้เปิดธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ เอ็ก ดิจิตอล (EGG Digital : Enable Growth to the Great) โดยรวมสองธุรกิจบริการในเครือ คือ ออนไลน์ ดิจิตอล มีเดีย และ ออนไลน์ โซลูชั่น เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการธุรกิจผ่านออนไลน์ แก่บริษัทขนาดใหญ่ และธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) คาดว่าจะทำรายได้มากกว่า 500 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ จากรายได้รวมที่ 2,000 ล้านบาท ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มเป็น 700 ล้านบาท“ที่ผ่านมา ทรูดิจิตอลให้บริการกับบริษัทและองค์กรใหญ่ระดับประเทศมากกว่า 100 ราย ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค กลุ่มการเงินการธนาคาร ผลิตภัณฑ์ความงาม สถาบันการศึกษา กลุ่มเทคโนโลยีการสื่อสาร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แต่เห็นว่าน่าจะ นำมาให้บริการกับธุรกิจเอสเอ็มอีด้วย ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ยังไม่รู้ว่าจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไรจึงนำสองบริการมารวมกันด้วยชื่อใหม่เพื่อทำตลาดและประชาสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้นสำหรับบริการด้านโมบายดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งและโมบายแอพพลิเคชั่น มี 3 บริการหลัก คือ ระบบเติมเงินมือถือ (USSD) มาใช้สำหรับการชิงโชคผ่านมือถือ ไวไฟ เพลย์ (WiFi Play) ที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายของทรู ไวไฟ ฮอตสปอตส์ (TRUE WiFi Hotspots) มากกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศให้กลายเป็นสื่อโฆษณาที่มีศักยภาพ เปิดให้ลูกค้าทุกเครือข่ายสามารถใช้บริการเพียงชมภาพยนตร์โฆษณาพร้อมตอบคำถามง่าย ๆ ก่อน และสุดท้ายคือ ไอโอทอล์ก (iOTalk :Intelligent Organization Talk) แอพพลิเคชั่นสำหรับการแชตสื่อสารภายในองค์กรรูปแบบใหม่ส่วนบริการกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี คือ แพ็กเกจเว็บไซต์สำเร็จรูป (SME Ready Web) สร้างเว็บไซต์เสร็จภายใน 5 นาที ช่วยให้มีเว็บไซต์เพิ่มยอดขายได้ง่ายขึ้น แพ็กเกจโฆษณาออนไลน์ (SME Fast Media) ช่วยโปรโมตเว็บไซต์ผ่านเซิร์จเอ็นจิ้น และโซเชียลมีเดีย และ เอสเอ็มอี รวย เปรี้ยง ที่เป็นแพ็กเกจระบบซีอาร์เอ็มสำเร็จรูป เพิ่มยอดขายด้วยบริการส่งรหัสชิงโชคผ่านมือถือง่าย ๆ โดยค่าบริการเริ่มในหลักพันบาทต่อปี และเชื่อว่าใน 2 ปีข้างหน้าสัดส่วนลูกค้าเอสเอ็มอี จะเพิ่มเป็น 60% และอีก 40% เป็นองค์กรใหญ่.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งของทรูใช้ไอทีเพิ่มยอดให้เอสเอ็มอีFacebook Comments -

มีเบอร์มือถือสวย ๆ เก็บไม่ดีระวังเจอสวม
บางคน เบอร์มือถือเลขอะไรก็ได้ ขอให้ใช้งานได้ จำง่าย บางคน ต้องการตัวเลขที่ถูกโฉลกเข้ากับดวงชะตา ราศีเกิด เกื้อหนุนต่อชีวิตและการงาน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เลขสวย ๆ เลขมงคล กลายเป็นธุรกิจที่สร้างมูลค่าอย่างที่คาดไม่ถึง เปิดช่องให้มิจฉาชีพแอบสวมสิทธิจดทะเบียนเบอร์คนอื่น จนเป็นข่าวฟ้องร้องกัน ปัญหานี้ เกิดกับผู้ที่มีเบอร์สวย ไม่ว่าจะเป็นตอง เบอร์เรียง เบอร์โฟว์ เบอร์ไฟว์ นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้า บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ความต้องการเบอร์สวย เบอร์มงคลที่ถูกโฉลกกับตัวเอง เพิ่มมากขึ้นจากเมื่อก่อนจากความเชื่อเรื่องดวงชะตา จึงมีหลายเว็บไซต์ รวบรวมเอามาขาย โดยแบ่งประเภทของเบอร์ออกมามากมาย เช่น เบอร์ตอง เบอร์เรียง เบอร์เลขศาสตร์ เบอร์สวย VIP เบอร์สวยปี พ.ศ. ปี ค.ศ. เบอร์โฟร์ เบอร์สวย xyxy xxyy เม็ดเงินในตลาดของเบอร์มงคลและเบอร์สวย เริ่มต้นขายกันตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยบาท จนถึงหลายล้านบาทต่อเลขหมาย มีเงินหมุนเวียนในตลาดหลักร้อยล้านบาท ในกรณีที่ลูกค้าได้รับความเสียหาย ดีแทคได้เร่งดำเนินการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน และดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านี้ และสามารถนำเบอร์มาคืนให้ลูกค้าได้เรียบร้อยแล้ว ในขณะเดียวกัน ดีแทคได้พิจารณายกระดับเพิ่มความรัดกุม ในขั้นตอนการออกซิมการ์ดใหม่ให้ลูกค้าทุกกรณี ไมว่าจะเป็นการออก ซิมการ์ดใหม่เบอร์เดิม กรณีลูกค้าทำซิมหาย ซิมชำรุด เปลี่ยนขนาดซิมเพื่อใช้งานกับมือถือรุ่นใหม่ เพื่อความถูกต้องและปลอดภัย และช่วยให้ลูกค้าดีแทค มั่นใจได้ว่า จะไม่มีความผิดพลาดจากขั้นตอนนี้อีก เพื่อป้องกันไม่ให้มีกรณีการถูกขโมยเบอร์เกิดขึ้นอีก ลูกค้าที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ด ให้เร่งมาลงทะเบียน โดยมีช่องทางให้ลูกค้าลงทะเบียนได้สะดวกหลายช่องทางทั้งผ่านแอพ 2 แชะ ตามนโยบาย กสทช. หรือที่สำนักงานบริการลูกค้า ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นไม่ให้สามารถนำหมายเลขของลูกค้าไปใช้ประโยชน์ซ้ำซ้อนได้ ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเปลี่ยน ซิมกับดีแทค ประมาณวันละ 30,000 ซิม ส่วนใหญ่เป็นซิมหมดอายุ เปลี่ยนเครื่อง และซิมหาย ประมาณสองปีที่แล้ว ดีแทคเริ่มกระจายเบอร์สวยเข้าตลาด หลังจากได้มีแคมเปญเบอร์มงคล แต่ในระยะหลังเบอร์สวยของโทรศัพท์มือถือไม่ได้ออกสู่ท้องตลาดแล้ว ทำให้เบอร์สวย ๆ ที่มีอยู่มีมูลค่า เพิ่มมากขึ้น ปัญหาเบอร์ขโมย มักจะเกิดกับซิมประเภทเติมเงิน และไม่ได้ใช้งานนาน ๆ คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีเบอร์สวยในครอบครองก็คือ ให้ใช้เป็นประจำ และลงทะเบียนชื่อแสดงความเป็นเจ้าของให้ถูกต้อง . อยากได้เบอร์สวยทำอย่างไร ปัจจุบัน กสทช.มีหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับจัดสรรเป็นเลขสวย จำนวน 10,320,000 เลขหมาย เบอร์สวยในความหมายของ กสทช.คือ เลขติดกัน 6 หลัก กสทช.จะพิจารณาจัดสรรเลขเบอร์สวย 4 แนวทาง คือ 1.ประมูลโดยตรงให้ผู้ประกอบการ 2.เปิดประมูลโดยให้กับผู้สนใจทั่วไป ประชาชน นิติบุคคล 3.จัดสรรให้ผู้ประกอบการแล้วให้ผู้ประกอบการนำไปจัดประมูลเอง 4.จัดสรรเลขหมายตามปกติ แต่กำหนดค่าธรรมเนียมพิเศษ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มีเบอร์มือถือสวย ๆ เก็บไม่ดีระวังเจอสวมFacebook Comments