Blog

  • สั่งขสมก.เร่งซื้อรถเมล์เอ็นจีวี

    สั่งขสมก.เร่งซื้อรถเมล์เอ็นจีวี

    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.)ว่า ได้สั่งเร่งรัดโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นให้ได้โดยเร็วใน 2 เดือน หลังคณะกรรมการติตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.)ได้เห็นชอบร่างเงื่อนไขการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง(ทีโออาร์)ที่ ขสมก.ได้ประกาศลงในเว็บไซต์เป็นครั้งที่ 13 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว ซึ่งภายในเดือนพ.ย.นี้ จะลงนามสัญญากับบริษัทเอกชนที่ชนะการประกวดราคาเพื่อจัดซื้อรอบแรก 489 คันได้ จากนั้นในเดือนทยอยส่งมอบรถได้ในเดือนม.ค.58 อย่างแน่นอน “โครงการนี้มีความจำเป็นเนื่องจากประชาชนรอใช้บริการมานาน ขณะที่สภาพรถเมล์ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันก็เก่าเพราะมีอายุการใช้งานมานาน ดังนั้นหากการจัดซื้อจัดจ้างติดขัดปัญหาในส่วนใดต้องเร่งแก้ไข ส่วนการตรวจสอบด้านความโปร่งใสของโครงการนั้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก.ที่จะต้องดำเนินการ” พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่า ขณะที่การหารือกับ สร.ขสมก. ได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ 15 เรื่อง เช่น การจัดหารถเมล์เอ็นจีวีใหม่มาทดแทนรถเก่า ขออนุมัติงบประมาณให้ ขสมก.เป็นค่าก่อสร้างอู่จอดรถและสถานที่ทำงานของ ขสมก. ขอให้ ขสมก.เปิดรับสมัครพนักงานขับรถและเก็บค่าโดยสารเพิ่มเติม  และให้บรรจุเป็นพนักงานประจำขององค์การ ขณะเดียวกันขอให้แต่งตั้งผู้บริหารในระดับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ขสมก. และตำแหน่งอื่นๆที่มีความสำคัญมาทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ เป็นต้น “กระทรวงคมนาคมจะพิจารณาว่าประเด็นใดมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กระทบต่อสวัสดิการและรายได้ของพนักงาน โดยจะจัดตั้งทีมผู้แทนลงไปตรวจสอบและพิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อให้การบริหารงานของ ขสมก.มีความราบรื่น ส่วนการให้บริการรถเมล์ฟรีนั้น จะยังคงให้บริการประชาชนต่อไปตามระยะเวลาที่เหมาะสม” ด้านนายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.กล่าวว่า ได้รับนโยบายจาก พล.อ.อ.ประจิน ให้เร่งรัดการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีโดยเร็ว โดยในเดือนพ.ย.นี้คาดว่าจะเปิดประมูลรอบแรก 489 คัน และได้รถเมล์มาทดลองวิ่งได้ในเดือนม.ค.58 ประมาณ 5-10 คัน ส่วนที่เหลือจะทยอยส่งมอบได้ครบได้ภายในเดือน มี.ค.นี้ โดยถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องการปรับปรุงระบบขนส่งมวลชนให้ทันสมัย และอำนวยความสะดวกประชาชนสูงสุด นายวีระพงษ์ วงแหวน ประธาน สร.ขสมก. กล่าวว่า เบื้องต้น พล.อ.อ.ประจิน ได้รับเรื่องที่ สร.ขสมก.เสนอไปเพื่อพิจารณาแก้ไขต่อไปแล้ว โดยเฉพาะการเร่งรัดจัดซื้อรถเมล์ใหม่มาให้บริการ การก่อสร้างอู่จอดรถก็มีนโยบายให้งบประมาณมาแล้ว ส่วนเรื่องที่ขอให้กระทรวงการคลังรับภาระหนี้ ขสมก.ที่มีอยู่ประมาณ 9 หมื่นล้านบาทนั้น กระทรวงคมนาคมขอไปหารือกับคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.)หรือซุปเปอร์บอร์ดก่อน เพราะมีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่มีภาระหนี้สินเหมือนกับ ขสมก.   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งขสมก.เร่งซื้อรถเมล์เอ็นจีวี

  • จี้อคส.ให้ข้อมูลข้าว

    จี้อคส.ให้ข้อมูลข้าว

    พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยกรณีที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวระบุว่าองค์การคลังสินค้า (อคส.)ไม่ส่งข้อมูลทำให้ปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้ว่า ได้รับแจ้งทางอคส.ยืนยันว่าส่งข้อมูลให้กับคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯมาตลอดซึ่งกระแสข่าวที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากเรื่องการประสานงาน โดยจะสั่งการให้อคส.เร่งส่งข้อมูลตามที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯขอต่อไปนางจินตนา ชัยยวรรณาการ ประธานบอร์ดอคส. กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งสั่งการให้อคส.ส่งข้อมูลให้กับคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ตามที่ขอมาแล้ว โดยข้อมูลที่จะจัดส่งไปให้จะเป็นข้อมูลว่าข้าวในสต๊อกที่อคส.ดูแลเหลือยู่เท่าไหร่มีภาระผูกพัน หรือมีสัญญาขายแล้วเท่าไหร่ และมีปริมาณเหลือที่ยังขายได้อีกเท่าไหร่เชื่อว่าภายสิ้นปีคณะอนุกรรมการฯจะสามารถปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวได้ตามแผนต่อไป“คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯที่เข้ามาทำงานล่าสุดนี้เป็นการเริ่มทำใหม่ โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เข้ามาบริหารประเทศช่วงเดือนพ.ค. ซึ่งก็เพิ่งเริ่มทยอยเก็บข้อมูลไปไม่นานทางเจ้าหน้าที่อคส.ก็แจ้งว่าได้ส่งข้อมูลทุกอย่าง โดยข้าวที่อยู่กับอคส.มีประมาณ13 ล้านตัน อีก 4-5 ล้านตัน อยู่ที่อ.ต.ก.”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้อคส.ให้ข้อมูลข้าว

  • ตั้งกองทุนช่วยเหลือต่างชาติก๊อปปี้สินค้า

    ตั้งกองทุนช่วยเหลือต่างชาติก๊อปปี้สินค้า

    นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้แนวคิดในการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในตลาดต่างประเทศต่อพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พิจารณาเพราะปัจจุบันนี้ สินค้าไทยที่ได้รับความนิยมเริ่มมีปัญหาถูกละเมิดในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องและหากไม่ช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและเศรษฐกิจของประเทศได้ทั้งนี้กรมฯได้เสนอให้มีการกันเงินรายได้และค่าธรรมเนียมจากการรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้นำส่งต่อกระทรวงการคลัง ปีละเกือบ 500 ล้านบาทโดยให้กันเงินส่วนหนึ่งเอาไว้เป็นกองทุน ซึ่งอาจจะ 40-50%ของเงินรายได้ที่นำส่งเพื่อเอาไว้ใช้ช่วยเหลือผู้ประกอบการในการฟ้องร้องดำเนินคดีเพราะผู้ประกอบการรายใหญ่ มีเงินทุนหนา ไม่ค่อยมีปัญหา แต่หากเป็นรายกลาง รายเล็กหากเกิดปัญหาถูกละเมิดเกิดขึ้น อาจจะทำให้ธุรกิจเสียหายเลยก็ได้“เวลาสินค้าไทยถูกละเมิดในต่างประเทศ กรมฯก็เข้าไปช่วยเหลือในด้านต่างๆ อยู่แล้ว โดยรายใหญ่ เรื่องเงินเรื่องทองที่จะมาสู้คดีเขาก็ไม่ค่อยมีปัญหา แต่หากเป็นรายกลาง รายเล็ก มีปัญหาแน่ พวกนี้เวลาคิดค้นสินค้า ผลิตสินค้า แล้วส่งไปขายต่างประเทศ พอถูกละเมิดขึ้นมาก็เสียหายหนัก เมื่อไม่มีเงินไปต่อสู้ ก็แย่ และต่อไปถ้าสินค้าขายไม่ได้ผลกระทบก็ยิ่งบานปลาย และอาจลามถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศได้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้งกองทุนช่วยเหลือต่างชาติก๊อปปี้สินค้า