Blog

  • แคสเปอร์สกี้ เตือน “เล่น แชท แชร์” ไม่คิด เสี่ยงเป็นเหยื่อ

    แคสเปอร์สกี้ เตือน “เล่น แชท แชร์” ไม่คิด เสี่ยงเป็นเหยื่อ

    แคสเปอร์สกี้ ชี้แฮคเกอร์ยังสนใจโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างต่อเนื่อง เตือน “เล่น แชท แชร์” ไม่คิด เสี่ยงเป็นเหยื่อ รายงานข่าวจากแคสเปอร์สกี้ แลป แจ้งว่า จากผลการสำรวจเรื่อง “Consumer Security Risks Survey 2014: Multi-Device Threats in a Multi-Device World” ที่ แคสเปอร์สกี้ แลป ทำร่วมกับบริษัท บีทูบี อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่ามีกลุ่มคนจำนวนน้อยมากๆ เท่านั้นที่เข้าใจถึงความเสี่ยงที่มากับการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้โมบายดีไวซ์ เพื่อเข้าไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยผู้ตอบการสำรวจ 78% ไม่ได้คาดว่าตนเองจะเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจของอาชญากรไซเบอร์ หรือไม่แม้แต่จะคิดว่ามีอันตรายกับกิจกรรมโซเชียลเน็ตเวิร์กของตน นอกจากนี้ยังพบว่า อย่างน้อยหนึ่งในทุกๆ สิบคนจะพูดคุยข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้า ขณะที่ 15% ส่งข้อมูลส่วนตัวที่ไม่ได้เปิดเผยที่ใดผ่านทางโซเชียลมีเดีย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ตอบสำรวจ 12% กรอกข้อมูลออนไลน์แอ็คเคาท์ของตนเวลาใช้เครือข่าย ไวไฟ สาธารณะ มีเพียง18% เท่านั้นที่ฉุกคิดว่าตนเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไปหรือเปล่า แคสเปอร์สกี้ แลป ระบุ พฤติกรรมของยูสเซอร์ที่ไม่รอบคอบจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ ผู้ร้ายมักจ้องหาช่องทางผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก คอยส่องหาข้อมูลเล็ดรอดออกมาซึ่งอาจเป็นโอกาสให้ก่ออาชญากรรม อาทิ อีเมลแอดเดรสที่ใช้ล่อลวงผู้รับ หรือแกะรอยรหัสผ่าน หรือระบุที่อยู่ที่ตั้งของยูสเซอร์ ทั้งนี้จากสถิติแสดงว่า แฮคเกอร์สนใจโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างต่อเนื่อง โดย ข้อมูลจากแคสเปอร์สกี้ ซีเคียวริตี้ เน็ตเวิร์ก ในปี พ.ศ. 2556 โปรดักส์ของแคสเปอร์สกี้ แลปสามารถสกัดจับการหลงเข้าฟิชชิ่งเพจ (เพจปลอม) ได้มากกว่า 600 ล้านครั้ง และกว่า 35% ของเพจเหล่านี้เลียนแบบโซเชียลเน็ตเวิร์กไซต์ การสำรวจยังพบด้วยว่า 40% ของยูสเซอร์เคยได้รับข้อความน่าสงสัยชักชวนให้คลิกเข้าลิ้งค์ต่างๆ หรือดาวน์โหลดไฟล์ และ 21% ของยูสเซอร์ได้รับอีเมลที่อ้างว่าส่งมาจากโซเชียล เน็ตเวิร์กเพื่อขอข้อมูลส่วนตัว นอกจากนี้ยังพบว่า โมบายยูสเซอร์มักตกอยู่สถานการณ์ล่อแหลม มี 6% ที่โดนแฮคเกอร์ยึดแอ็คเคาท์และอีก 13% เป็นกลุ่มที่ใช้แท็บเล็ตแอนดรอยด์ อย่างไรก็ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อถูกล่อลวงในโซเชียลเน็ตเวิร์ก แคสเปอร์สกี้ แลป แนะนำ ยูสเซอร์ว่า ควรใช้พาสเวิร์ดที่เหมาะสมและเดายากๆ หน่อย และยกเลิกฟังก์ชั่นการเติมเต็มพาสเวิร์ดอัตโนมัติ โดยเฉพาะเวลาที่ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ระมัดระวังข้อมูลที่แชร์บนเน็ตเวิร์ก แบ่งกลุ่ม “friends” หรือเพื่อนเพื่อจัดกลุ่มข้อมูลส่วนตัวที่คุณเลือกจะแชร์เฉพาะกับคนที่ไว้วางใจเท่านั้น อย่าดาวน์โหลดไฟล์ อย่าคลิกลิ้งค์ต่างๆ ที่ไม่แน่ใจในแหล่งที่ส่งมา และก่อนที่จะกรอกข้อมูลส่วนตัว ควรตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่ใช่เพจปลอมเพื่อมาหลอกดักเอายูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด พยายามเลือกใช้เฉพาะการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ปลอดภัย อย่าใส่ล็อกอินและพาสเวิร์ดเมื่อต่อเชื่อมกับฮอตสปอต และที่สำคัญ ควรแน่ใจว่าดีไวซ์ที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นมีระบบป้องกันที่ดีพอ  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แคสเปอร์สกี้ เตือน “เล่น แชท แชร์” ไม่คิด เสี่ยงเป็นเหยื่อ

  • ฟอร์ดชี้ไทยฐานผลิตรถยนต์

    ฟอร์ดชี้ไทยฐานผลิตรถยนต์

    นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังนายแมท แบรดลีย์ ประธานฟอร์ด ภูมิภาคอาเซียนเข้าหารือว่า ผู้บริหารฟอร์ด ระบุว่า ไทยยังเป็นฐานการผลิตหลัก (ฮับ ) เห็นได้จากที่ผ่านมาได้ปิดโรงงานในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์แล้วมาเพิ่มการผลิตในไทย และเมื่อวันที่3 ต.ค. ที่ผ่านมาฟอร์ดได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในโครงการถรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่2 (อีโคคาร์ 2) ซึ่งเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตของฟอร์ดให้สูงขึ้นไปอีกอย่างน้อย 100,000 คันต่อปี ตามเงื่อนไขการลงทุนในอีโคคาร์2 จากปัจจุบันที่ฟอร์ดมีกำลังการผลิตอยู่ 400,000 คันต่อปี แต่มีการผลิตอยู่ 150,000 คันต่อปี “ฟอร์ดระบุว่าในการผลิตอีโคคาร์ 2 ทั้งหมดจะเป็นไปเพื่อการส่งออก 2 ใน 3 ของการผลิตทั้งหมด ส่วน 1 ใน 3 จะขายในประเทศ ส่วนข้อกังวลที่เขามีตอนนี้คือความชัดเจนเรื่องภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ซึ่งก็รับว่าจะดูเรื่องนี้ให้ ดดยได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) ไปหารือกับสรรพสามิตต่อไป โดยขณะเดียวกันฟอร์ด ถือเป็นผู้ผลิตที่มีความแข็งแกร่งหลังจากมีการปรับโครงสร้างโดยแยกตัวออกจากมาสด้า และในช่วงที่เผชิญกับวิกฤตการเงินในสหรัฐ หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ก็ได้มีการขายหุ้นในหลายบริษัที่เข้าไปถือหุ้นไม่ว่าจะเป็นวอลโว่ จาร์กัว รวมๆ แล้วประมาณ 6 บริษัท และตอนนี้หันมามุ่งบริหารจัดการเฉพาะแบรนด์ฟอร์ด” นายแมท แบรดลียร์ ประธานฟอร์ด ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า ขณะนี้ยังมองตลอดประเทศไทยในเชิงบวก แม้ช่วงที่ผ่านมายอดขายรถทั้งระบบจะชะลอลง แต่เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งในส่วนของฟอร์ด ยังสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้และยังเพิ่มขึ้นมาเป็น 5% จากปลายปีที่แล้วที่มีส่วนแบ่งอยู่ 3% ทั้งนี้ฟอร์ดมองว่าไทยยังคงเป็นฮับการผลิตของภูมิภาคอาเซียน โดยในส่วนรถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมฯ ไปนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ารถจะออกสู่ตลาดเมื่อไร แต่จะเป็นการผลิตทั้งเพื่อส่งออกและขายในประเทศ ซึ่งภายใต้โครงการนี้บริษัทฯ ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 606 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 18,000 ล้านบาท กำลังการผลิต 180,000 คันต่อปี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟอร์ดชี้ไทยฐานผลิตรถยนต์

  • บอร์ด ธ.ก.ส.อนุมัติ 24,200 ล้านบาทอุ้มยางพารา

    บอร์ด ธ.ก.ส.อนุมัติ 24,200 ล้านบาทอุ้มยางพารา

    นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.ว่า คณะกรรมการเห็นชอบตามที่ครม.มีมติอนุมัติแนวทางการบริหารจัดการยางพาราขององค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา 3 โครงการ ใช้วงเงินรวม 24,200 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายางพารา โดยให้ อ.ส.ย.กู้เงินจาก ธ.ก.ส.เพื่อรับซื้อยางในตลาดในช่วงที่ราคายางตกต่ำวงเงินสินเชื่อ 6,000 ล้านบาท นาน18 เดือน โดยรัฐบาลจะชดเชยต้นทุนเงินให้ ธ.ก.ส.ในอัตราเอฟดีอาร์ บวก 1% และกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินที่ ธ.ก.ส.จ่ายทั้งจำนวน พร้อมทั้งให้ธ.ก.ส.แยกบัญชีออกจากการดำเนินงานปกติเป็นการดำเนินงานตามนโยบายรัฐ (พีเอสเอ)ทั้งนี้ โครงการชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายเงินชดเชยรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ เป้าหมาย 850,000 ครัวเรือน วงเงิน 8,200 ล้านบาท ใช้เงินทุนของ ธ.ก.ส. โดยธ.ก.ส.คิดต้นทุน เอฟดีอาร์บวก 1% และให้ธ.ก.ส.ขอจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลเ พื่อชำระคืนเงินดังกล่าวต่อไปส่วนโครงการสนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพเสริมด้าน การเกษตรหรือเกี่ยวเนื่องการเกษตรตามศักยภาพของตนเองและตามสภาพพื้นที่ที่ เหมาะสมเพื่อเพิ่มรายได้ วงเงินสินเชื่อเป็นไปตามแผนการผลิตของเกษตรกรครัวเรือนละไม่เกิน 100,000 บาท เป้าหมายเกษตรกร 100,000 ครัวเรือน วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท คิดดอกเบี้ย 5% ต่อปี โดยเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย 2% ต่อปี และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ย3 % ต่อปี เวลาชำระเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี“คณะกรรมการ ธ.ก.ส.gห็นชอบตามที่ฝ่ายบริหารเสนอโครงการเข้ามาทั้ง 3 โครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งจะช่วยพยุงราคายางในตลาดไม่ให้ตกต่ำ จนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของ เกษตรกร ขณะที่โครงการชดเชยรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยาง จะยังมีส่วนลดผลกระทบจากราคา ยางตกต่ำได้โดยตรงและช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้เกษตรกรได้ในเบื้องต้น ส่วนโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพเสริมจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวน ยางสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาวนอกเหนือจากการพึ่งพารายได้จากผลผลิต ยางพาราเพียงอย่างเดียว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ด ธ.ก.ส.อนุมัติ 24,200 ล้านบาทอุ้มยางพารา