Blog

  • เอกชนแห่ประมูลข้าวคึกคัก

    เอกชนแห่ประมูลข้าวคึกคัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ต.ค. 57 กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดให้ภาคเอกชนยื่นซองเสนอราคาประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลครั้งที่ 3 ในปริมาณ 207,000 ตัน เป็นข้าวขาว 5% ปริมาณ 76,000 ตัน และปลายข้าวขาวเอวันเลิศ ปริมาณ 131,000 ซึ่งทั้งหมดเป็นข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวฤดูการผลิต2554/55, นาปรัง 2555,ปี 2555/56และปี 2556/57แบบรายคลังหรือรายกอง โดยได้เริ่มเปิดยื่นซองประมูลตั้งแต่เวลา 8.30 – 11.00 น. ซึ่งมีเอกชนสนใจเข้ายื่นซองประมูล ทั้งหมด37 ราย และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก็จะมีการเปิดซองประมูลเพื่อประกาศผู้ที่ผ่านเกณฑ์และให้ราคาสูงสุดในการการประมูลข้าวในครั้งนี้“การประมูลในครั้งนี้ได้นำข้าวขาวมี่ผ่านการตรวจวิจัยจากแล็ปมาเปิดประมูลให้ผู้ที่สนใจเสนอซองเพื่อแข่งขันราคาโดยมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับราคาตลาด เพราะการเสนอราคายังคงใช้เกณฑ์ราคาขั้นต่ำ ที่คณะกรรมการได้คำนวณไว้ซึ่งใช้ราคาตลาด ณ ปัจจุบันอ้างอิงด้วยซึ่งหากผู้ใดเสนอราคาต่ำกว่าราคาขั้นต่ำก็จะไม่ขายให้ ดังนั้นจึงชื่อว่าน่าจะขายได้ราคาดี” สำหรับการเปิดประมูลข้าวในสต๊อกรัฐบาลแบบทั่วไปครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3/2557 โดยใน 2 ครั้งที่ผ่านมารัฐบาลสามารถระบายข้าวไปแล้ว รวมกว่า 145,285 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1,649 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนแห่ประมูลข้าวคึกคัก

  • ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก 4.58 จุด

    ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก 4.58 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (28ต.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนตลอดช่วงเช้าโดยนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เรื่องยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ(คิวอี) และแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยในวันนี้ กดดันให้มีแรงขายทำกำไรเป็นระยะ แต่อย่างไรก็ตามยังมีแรงซื้อกองทุนสะสมของกลุ่มนักลงทุนสถาบันช่วยประคองตลาดได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่1,552.47 จุด เพิ่มขึ้น4.58จุด หรือ0.30%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย26,904.56 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปิดบวก 4.58 จุด

  • วอนรัฐฟื้นกองทุนเงินให้เปล่าช่วยเด็กจน

    วอนรัฐฟื้นกองทุนเงินให้เปล่าช่วยเด็กจน

    นายเปรมประชา ศุภสมุทร กรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เปิดเผยว่า อยากให้รัฐบาลพิจารณาฟื้นกองทุนเงินให้เปล่า ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของกรอ. หลังจากถูกยุบลงไปเมื่อช่วงปี 49 เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ (อนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 6) ที่มีฐานะยากจนอย่างแท้จริง ให้ได้รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ ซึ่งวงเงินที่ใช้ก็มีไม่มาก เพราะเดิมก่อนที่กองทุนจะถูกยุบก็ได้รับเงินสนับสนุนจากงบประมาณจำนวน 689 ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนในพื้นที่ห่างไกลได้เป็นจำนวนมาก “ตอนนี้รัฐส่งเสริมการศึกษาภาคบังคับโดยมีเงินทุนให้เรียนฟรี แต่นอกเหนือจากให้เรียนฟรี ยังมีเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนจริงๆ ที่น่าเห็นใจ และไม่ได้รับโอกาส ซึ่งก็มีจำนวนอยู่ไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่มีค่าเดินทางมาเรียน และค่าอาหาร เนื่องจากเดิมกองทุนเงินให้เปล่าก็รับดูแลในส่วนนี้อยู่ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือเงินของกรอ. เพราะหากจะเข้าระบบทั้งสองกองทุนจะทำให้เด็กนักเรียนเป็นหนี้ตั้งแต่เด็ก จึงต้องมีกองทุนเงินไปแบบให้เปล่ามาดูแลเป็นการเฉพาะ” อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าว คงต้องรอนโยบายอย่างชัดเจนจากรัฐบาลก่อนว่า จะสนใจแนวทางดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งถ้ารัฐบาลสนใจ กรอ.ก็พร้อมดำเนินการ โดยจะให้ทุกโรงเรียนสำรวจจำนวนนักเรียนที่มีฐานะทางบ้านยากจนจริง ที่สามารถตรวจสอบได้ เสนอรายชื่อนักเรียน จากนั้นจะใช้กลไกของกองทุนกรอ. พิจารณาจัดสรรเงินให้ด้วยความเป็นธรรม ขณะเดียวกันในการดำเนินงานหลักของกองทุนกรอ. ก็ยังดำเนินการตามปรกติ และพร้อมปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานให้เกิดความสะดวก และเข้าถึงนักเรียน นักศึกษาทั้งระบบด้วย  นอกจากนี้กรอ.ยังอยู่ระหว่างหารือกับกยศ. เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาผู้ที่ขอกู้เงินจากกรอ.ไม่ผ่านแล้วเข้าไปขอใช้สิทธิ์กู้เงินกับกยศ. ซึ่งถือว่าเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เด็กนักเรียน นักศึกษาที่มีฐานะยากจน และเรียนดีจริง ไม่มามารถเข้ามากู้เงินเรียนกับกองทุนกยศ.ได้ เบื้องต้นได้กำหนดให้ทั้งสองกองทุนร่วมกันพิจารณาข้อมูลของผู้ที่เสนอขอกู้เงิน หากเรียนในสาขาที่กรอ.กำหนดก็สามารถกู้เงินค่าเล่าเรียนจากกรอ.ได้ทันที ส่วนผู้ที่กู้กรอ.ไม่ผ่านก็ให้ไปกู้เงินจากกยศ.แทน แต่จะได้เพียงค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาเท่านั้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนรัฐฟื้นกองทุนเงินให้เปล่าช่วยเด็กจน