Blog

  • แห่งพึ่งโรงรับจำนำช่วงเปิดเทอม

    แห่งพึ่งโรงรับจำนำช่วงเปิดเทอม

    นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ผู้ให้บริการโรงรับจำนำ อีซี่ มันนี่ เปิดเผยว่า ช่วงเปิดเทอมลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 30% แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวไม่เต็มที่ เนื่องจากผู้ปกครองต้องการใช้เงินจ่ายค่าเล่าเรียนและซื้ออุปกรณ์การเรียนให้บุตร หลาน ซึ่งมีลูกค้าเพศชายและเพศหญิงในสัดส่วนใกล้เคียงกัน และวงเงินที่ใช้บริการเฉลี่ย 20,000 บาทต่อรายสำหรับสินทรัพย์ที่นำมาจำนำเป็นคือทองคำ และเพชร 90% เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง และปัจจุบันราคาทองอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งบางรายเป็นเจ้าของร้านค้าทองรายย่อยนำทองคำมาจำ เพื่อนำเงินไปเป็นทุนหมุนเวียนซื้อทองคำราคาต้นทุนถูกลง ส่วนที่เหลือเป็นนาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม สมาร์ทโฟน และแท็ปเล็ต อย่างไรก็ตาม ช่วงเทศกาลปีใหม่จากสถิติที่ผ่านมา มีลูกค้าไถ่ถอนทรัพย์สินมากกว่าปกติถึง 3 เท่า โดยเฉพาะทองคำรูปพรรณ เพื่อใส่เป็นเครื่องประดับกลับไปหาครอบครัวที่ต่างจังหวัด แต่เมื่อจบเทศกาลลูกค้าจะนำทรัพย์สินกลับมาจำนำอีก ทำให้ธุรกิจโรงรับจำนำคึกคักทั้งนี้ปีนี้คาดว่าผลประกอบการเติบโต 40% โดยรายได้หลักมาจากดอกเบี้ย ขณะที่รายได้ที่มาจากการขายของหลุดจำนำมีเพียง 4% เท่านั้น ส่วนปี 58 คาดว่าบริษัทจะเติบโต 40-50% เนื่องจากบริษัทปรับภาพลักษณ์โรงรับจำนำให้ทันสมัย พร้อมสร้างความเข้าใจแก่สังคมว่าการใช้บริการโรงรับจำนำเป็นการเก็บออม ทรัพย์สินแล้วสามารถนำมาแปลงเป็นทุน และเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะเปิดให้เอกชนตั้งนาโนไฟแนนซ์ มองว่าเป็นนโยบายที่ดี ช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่รายย่อย แต่ห่วงว่าอาจจะเป็นการก่อหนี้ครัวเรือนให้เพิ่มสูง เพราะบางรายกู้เงินมาใช้ไม่เกิดประโยนช์ ต้องศึกษาวิเคราะห์การปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แห่งพึ่งโรงรับจำนำช่วงเปิดเทอม

  • ส่งออกเดือน ก.ย. ฟื้นโต 3.19%

    ส่งออกเดือน ก.ย. ฟื้นโต 3.19%

    นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดส่งออกไทยเดือน ก.ย. 57 มีมูลค่า19,912.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.19% ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน เนื่องจากสัญญาณการฟื้นตัวในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐ และอาเซียน เมื่อรวม 9 เดือน (ม.ค. – ก.ย. 57) มีมูลค่า 170,456.7ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.85%ส่วนการนำเข้าเดือนก.ย. 57 อยู่ที่ 21,711 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงสุดในรอบ 16 เดือนหรือมีอัตราการขยายตัว 14.42% แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่มีการนำเข้าสินค้าเพื่อมาผลิตและการส่งออกต่อไป เมื่อรวม 9 เดือน มีมูลค่านำเข้า 171,974.1ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 10% ขณะที่ดุลการค้าในเดือน ก.ย.57 พบว่าไทยขาดดุล 1,798.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อรวม 9 เดือน ไทยขาดดุลการค้า1,517.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่งออกเดือน ก.ย. ฟื้นโต 3.19%

  • ลิสซิ่งเร่งอัดแคมเปญดอกเบี้ยต่ำ

    ลิสซิ่งเร่งอัดแคมเปญดอกเบี้ยต่ำ

    นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมออกแคมเปญพิเศษสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ป้ายแดง และสินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย ในงาน มอเตอร์เอ็กซ์โป2014ที่จะจัดขึ้นในวันที่29พ.ย. -10ธ.ค.นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี พร้อมมอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ ในภาวะหดตัวให้ฟื้นขึ้นมาได้ หลังจากที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ชะลอตัวลง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จากปัจจัยโครงการรถคันแรก ที่ทำให้เกิดแรงซื้อล่วงหน้าจำนวนมาก และส่งผลกระทบทำให้ตลาดรถยนต์มือสองมีราคาต่ำลง โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลางนอกจากนี้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่รายได้เกษตรกรลดลงเพราะได้รับผลกระทบจากผลผลิตตกต่ำ โดยเฉพาะข้าวและยางพารา ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน ส่วนสถาบันการเงินได้เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นเพื่อลด ปัญหาหนี้เสีย จึงเป็นแรงกดดันให้สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศอยู่ภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรง จนถึงสิ้นปีนี้ “เดือนส.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นเดือนที่ยอดขายอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดแล้ว และสิ้นปีนี้ยอดสินเชื่อจะเติบโตที่0-1% ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินในซื้อรถยนต์ใหม่คือ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องกำลังซื้อ ความกังวลต่อความสามารถในการชำระ ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะการสร้างงานและการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เริ่มพัฒนาเป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ การเปิดประชาคมเศรษบกิจอาเซียน (เออีซี) น่าจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาคมากขึ้น และทำให้ความต้องการรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นด้วย”สำหรับยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในช่วง 9เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่า 43,735ล้านบาท ลดลง21.53% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นสินเชื่อใหม่เช่าซื้อและลีสซิ่ง24,248ล้านบาท ลดลง 17.34% และสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์19,487ล้านบาท ลดลง26.18% ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 88,009ล้านบาท เพิ่มจาก1.38% และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 1.12%และบริษัทมีกำไร332ล้านบาท เพิ่มขึ้น21.17%

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลิสซิ่งเร่งอัดแคมเปญดอกเบี้ยต่ำ