วันนี้ (28 ตุลาคม 2557 ) นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากผลสำรวจ The Global State of Information Security Survey 2015 ซึ่งจัดทำโดย PwC(ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) ร่วมกับนิตยสาร CIO และ CSO ผ่านการสำรวจความคิดเห็นบรรดานักธุรกิจและผู้นำบริษัทไอทีชั้นนำทั่วโลกกว่า 9,700 ราย ครอบคลุม 154 ประเทศ พบว่า จำนวนภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Information security) ทั่วโลกในปี 2557 สูงถึง 42.8 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นถึง 48% จากปี 2556 และมีการโจมตีเฉลี่ย 117,339 ครั้งต่อวัน หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 66% จากปี 2552 ที่เริ่มทำการสำรวจภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก นางสาววิไลพร กล่าวว่า ในปี 2557 ถือเป็นปีที่สร้างความกังวลที่สุดปีหนึ่งหลังพบว่า ภาคธุรกิจมีการลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลลดลง สวนทางกับความถี่และความเสียหายทางการเงินที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆโดย ภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในยุโรปพบว่า ภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 41% อเมริกาเหนือ 11% และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 5% ด้วยเหตุนี้เองทำให้มูลค่าความเสียหายทางการเงิน (Financial losses) ที่เกิดจากภัยคุกคามความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศทั่วโลกในปีนี้มีมูลค่าถึง 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 87 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 27 ต.ค.57 ที่ 1 ดอลลาร์เท่ากับ 32.32 บาท) เพิ่มขึ้น 34% จากปี 2556 และมีจำนวนบริษัทที่ตกเป็นเหยื่อไซเบอร์โดยรายงานความเสียหายเป็นมูลค่าถึง 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 646 ล้านบาทขึ้นไปเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา ขณะเดียวจากผลสำรวจกลับพบว่า การลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Information security budgets) ในปี 57 ปรับตัวลดลง 4% มาที่ 4.1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 132 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2556 ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลในส่วนของงบด้านไอทีคงตัวอยู่ที่ 4% หรือน้อยกว่านั้น ติดต่อกันมาเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งภาคอุตสาหกรรมที่ลดงบด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมคอมพิวเตอร์มากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน-อวกาศและการป้องกันประเทศ ธุรกิจด้านเทคโนโลยี ค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแนวโน้มธุรกิจของบางอุตสาหกรรมมีทิศทางไม่สดใสเปรียบเทียบกับอดีต ในทางกลับกัน อุตสาหกรรมที่มีการเพิ่มงบประมาณด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพ สำหรับแนวโน้มอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในเอเชียและไทย นางสาววิไลพร กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นผู้นำในการดำเนินกลยุทธ์และนำมาตรการการป้องกันความปลอดภัยด้านข้อมูลในด้านต่างๆมาใช้ แต่มีความไม่ต่อเนื่องของการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดจากภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้ ส่วนประเทศไทย มีแนวโน้มที่จะเกิดอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของคนไทยเพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตต่างๆ นั้นสามารถทำได้จากโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ทำให้การเข้าเน็ตเป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ ข้อมูลของกองบัญชาการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี (ปอท.) พบว่า ในปี 2556 มีการฉ้อโกง ซื้อ-ขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตมากที่สุดจำนวนกว่า 250 คดี รองลงมา เป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาจำนวน 100 คดี มีมูลค่าการเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องจับตาในระยะต่อไปคือ แนวโน้มอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในไทยที่เพิ่มขึ้น จะสวนทางกับความพร้อมในการรับมือภัยจากโลกไซเบอร์ เพราะมาตรการรักษาปลอดภัยที่มีนั้น อาจไม่ทันสมัย หรือเพียงพอต่อการก่ออาชญากรรมที่พัฒนารูปแบบไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ โซลูชั่นที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ก็อาจกลายเป็นบ่อเกิดของภัยคุกคามเสียเอง ทั้งจากการใช้งานผู้ให้บริการภายนอก แอพพลิเคชั่นมือถือ การเข้ารหัสข้อมูล และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ขององค์กร ดังนั้น ภาคธุรกิจและหน่วยงานของรัฐฯต้องหันมาให้ความสำคัญและแนวทางรับมือภัยคุกคามความปลอดภัยอย่างจริงจัง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : PwCเผยปี2557ภัยไซเบอร์ทั่วโลกพุ่งสวนทางกับงบป้องกันที่ลดลง
Blog
-

PwCเผยปี2557ภัยไซเบอร์ทั่วโลกพุ่งสวนทางกับงบป้องกันที่ลดลง
Facebook Comments -

บุ๊คโดส พัฒนา “อี-ไลบรารี่” ส่งตรง ปตท.สผ
บริษัท บุ๊คโดส จำกัด ได้พัฒนาระบบ “อี-ไลบรารี่” ให้กับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)(ปตท.สผ )โดยเป็นการผลิตระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถอ่านหนังสือผ่านอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารได้โดยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ “Smart Reading Everywhere” ที่สามารถทำให้การอ่านเกิดขึ้นได้ทุกที่ โดยประกอบด้วยคอนเทนท์ต่างๆ เช่น อีบุ๊คและอีแมกกาซีน ที่ได้รับลิขสิทธิ์เผยแพร่จากสำนักพิมพ์ ได้แก่ เครืออัมรินทร์ เอเชียบุ๊ค และนานมีบุ๊ค เพื่อเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่สะดวกและรวดเร็ว รวมทั้งเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงานและลดการใช้กระดาษ สร้างจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมนายเกียรติขจร วรปรัชญา ผู้อำนวยการจัดการข้อมูล บริษัท บุ๊คโดส จำกัด กล่าวว่า ปตท.สผ เป็นบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่มีพนักงานอยู่แท่นขุดเจาะทั่วโลกที่มีความต้องการอ่านหนงสือต่างๆ แม้จะมีห้องสมุดส่วนกลางแล้วก็ไม่สามารถสร้างสังคมการอ่านได้จริง เพราะมีข้อจำกัดด้านการขนส่งไปยังแท่นขุดเจาะที่มีค่าใช้จ่ายสูงแต่พอวางระบบ “อี-ไลบรารี่” แล้วพนักงานสามารถโหลดอี-บุ๊ค หรืออี-แมคกาซีน เล่มนั้นบนแอพฯ “อี-ไลบรารี่” ของบริษัท มาอ่านได้ทันทีที่ต้นฉบับวางแผนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ประหยัดค่าขนส่งและรวดเร็วทันทีที่ดาวน์โหลดมาอ่านสำหรับบุ๊คโดสเป็นผู้ผลิตระบบห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์แห่งเดียวในประเทศไทย โดยพัฒนาสังคมการอ่านที่ทันสมัยและสะดวกในการใช้งาน คัดสรรหนังสือที่น่าสนใจจากผู้มีความรู้ และคาดว่าจะให้บริการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อบริการประชาชนในโรงพยาบาล โรงแรม หมู่บ้าน คอนโด อพาร์ทเมนต์หรือร้านกาแฟต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บุ๊คโดส พัฒนา “อี-ไลบรารี่” ส่งตรง ปตท.สผFacebook Comments -

บสย.หาช่องค้ำประกันเอสเอ็มอีเชิงสร้างสรรค์
นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) ได้เชิญผู้บริหาร สถาบันค้ำประกันสินเชื่อ สาธาณรัฐเกาหลีใต้ ซึ่งเชี่ยวชาญการตีมูลค่านวตกรรมมาเป็นหลักทรัพย์เพื่อใช้ค้ำประกันสินเชื่อ มาให้ความรู้ถึงการตีมูลค่านวตกรรมของผู้ประกอบการ โดยตั้งเป้าหมายจะดำเนินการให้เสร็จภายในปีหน้า เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการใช้นวตกรรม ทั้งเทคโนโลยี และองค์ความรู้ต่าง ๆ มาเป็นหลักทรัพย์ใช้ค้ำประกันกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ โดยมี บสย. เป็นผู้ช่วยค้ำประกันอีกส่วนหนึ่งปัจจุบันมีผู้ ประกอบการที่มีนวตกรรม ต้องการเข้าถึงสินเชื่อจำนวนมาก โดย บสย. ได้ร่วมมือกับ ซิป้า รับประกันการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการซอฟแวร์ ซึ่งทำได้ทันทีภายในปีนี้ โดยใช้เงื่อนไขการค้ำประกันผู้ประกอบการเกิดใหม่ เว้นค่าธรรมประกันในแรก เป็นการค้ำประกันแบบแบบหมู่ถึง 36% เพื่อให้สถาบันการเงินเกิดความเชื่อมั่น หากมีหนี้เสียไม่เกิน 36% ทาง บสย. จะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียให้ทั้งหมดสำหรับการดำเนินงานของ บสย. ปี 57 นี้ คาดว่าจะค้ำประกันสินเชื่อได้ทั้งหมด 61,000 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100,000 ล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ธนาคารปล่อยสินเชื่อลดลง ทำให้การค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ได้น้อยกว่าที่คาดไว้ ส่วนการค้ำประกันสินเชื่อในปี 58 คาดว่าจะยังต่ำกว่า 100,000 ล้านบาทปัจจุบัน บสย. มีหนี้เสียอยู่ 5.2% จากยอดการค้ำประกันทั้งหมด 270,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย ตามการขยายยอดการค้ำประกันสินเชื่อ โดยคาดว่าปีนี้ บสย. ต้องจ่ายการค้ำประกันให้ธนาคาร 5,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่ 3,000 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่า บสย. จะมีกำไร 350-400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่มากเพราะ บสย. ดำเนินการแบบไม่ได้หวังผลกำไร แต่เป้าหมายคือช่วยให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันให้เข้าถึง สินเชื่อให้มากที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บสย.หาช่องค้ำประกันเอสเอ็มอีเชิงสร้างสรรค์Facebook Comments