Blog

  • วอนขอเปิดตลาดนัดสุวรรณภูมิเชื่อมโรงแรม

    วอนขอเปิดตลาดนัดสุวรรณภูมิเชื่อมโรงแรม

    นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) เปิดเผยว่า ได้เสนอให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม พัฒนาอุโมงค์ทางเดินใต้ดินเชื่อมระหว่างอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กับโรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้บริการทางเชื่อมมากยิ่งขึ้น โดยอาจให้นำสินค้าหัตถกรรม งานศิลปะ โอทอป มาจำหน่าย คล้ายกับตลาดนัดจตุจักร หรืออาจจะเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมก็ได้ เนื่องจากตลอดช่วง 8 ปีที่ผ่านมา มีการปล่อยเป็นพื้นที่ว่างไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด“พื้นที่ทางเชื่อมเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีความยาว 300 เมตร พื้นที่รวม 15,000 ตารางเมตร และตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ไม่ได้พัฒนาเชิงพาณิชย์แต่อย่างใด ยังคงปล่อยให้เป็นพื้นที่ว่างเปล่า โรงแรมจึงต้องการให้พัฒนาให้มีสีสัน มีชีวิตชีวา เพื่อให้มีคนเดินมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกค้าที่จะใช้บริการโรงแรมด้วย โดยขณะนี้กำลังจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อเสนอเพิ่มเติม”นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือกับทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อทำที่จอดรถให้ลูกค้าที่ใช้บริการของโรงแรม เพราะเห็นว่ายังมีพื้นที่ว่างเหลือยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงแรม ที่สามารถดำเนินการได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกัน ขณะเดียวกันในการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 นั้น โรงแรมได้ขอให้ปรับปรุงเรื่องป้ายบอกทางไปยังโรงแรมให้ชัดเจนมากขึ้นด้วย เพื่อให้ผู้โดยสารเข้าใช้บริการได้สะดวกมากขึ้นรวมทั้ง ขอสนับสนุนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ใช้โรงแรมในการจัดประชุมสัมมนา รวมถึงขอให้สายการบินต่าง ๆ ที่มีปัญหาล่าช้ากว่ากำหนดใช้โรงแรมเป็นที่พักให้กับผู้โดยสารระหว่างรอขึ้นเครื่องบินด้วย ตลอดจนร่วมมือกับหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อนำลูกค้าเข้ามาใช้บริการโรงแรมเพิ่มเติมสำหรับแผนการดำเนินงานในปี 58 จะสร้างการเติบโตทั้งรายได้ จำนวนผู้เข้าพัก และการควบคุมรายจ่ายอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายรายได้ 845 ล้านบาท กำไร 50 ล้านบาท และอัตราเข้าพักเฉลี่ย 76% ซึ่งน้อยกว่าปีงบประมาณ 57 ที่มีรายได้ 874 ล้านบาท กำไร 105 ล้านบาท และอัตราเข้าพักเฉลี่ย 77% เนื่องจากปี 58 ยังมีโครงการที่จะต้องลงทุนเพิ่มเติม รวมถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวจะกลับสู่ภาวะปกติ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนขอเปิดตลาดนัดสุวรรณภูมิเชื่อมโรงแรม

  • ปลัดพลังงานรับจำเป็นเปิดสัมปทาน รอบ 21

    ปลัดพลังงานรับจำเป็นเปิดสัมปทาน รอบ 21

    นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้มาชี้แจงเรื่องการเปิดให้เอกชนยื่นขอสิทธิ์สำรวจและผลิตปิโตรเลี่ยม รอบที่ 21 หลังจากได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.รับทราบหลังนายกฯ ยังเป็นห่วงเพราะยังมีกระแสคัดค้านจากบางกลุ่ม โดยยืนยันว่า การเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ล่าช้ามาจากกำหนดเดิม 7 ปี อีกทั้งปริมาณความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าและใช้ในประเทศสูงถึง 1.8 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตต่อปี หรือประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศฟุตต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 150 ล้านลูกบาศฟุตต่อวันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากไม่สามารถเปิดสำรวจแหล่งปิโตรเลียมจำนวน 29 แปลง จนต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จะทำให้ค่าไฟฟ้า เพิ่มขึ้นถึง 30% จาก 4 บาทต่อหน่วย เพิ่มเป็น 6 บาทต่อหน่วย และเป็นภาระต่อประชาชนเพิ่มขึ้นในช่วง 10 ปีข้างหน้าด้านนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การเปิดให้สำรวจพลังงานบริเวณทะเลอ่าวไทยไม่ใช้เขตพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ตามที่มีบางกลุ่มกล่าวอ้าง เพราะแปลงสัมปทาน ซี 1/57 อยู่ในเขตอธิปไตยของไทย 100% และการกำหนดพื่นที่สำรวจไม่ได้อยู่ในการเขตป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติ สำหรับพื้นที่เปิดสำรวจในภาคอีสานหากสามารถสำรวจพบและผลิตได้จะส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ขยายตัวไปด้วย เพราะก่อให้เกิดการจ้างานในธุรกิจต่อเนื่องกว่า 2 หมื่นอัตรา และไม่กระทบต่อการใช้น้ำบาดาลของประชาชนในภาคอีสาน เพราะหินชั้นบาดาลมีความลึก 100-200 เมตร ขณะที่การขุดเจาะน้ำมันใช้ความลึกถึง 2-3 กิโลเมตร จึงไม่กระทบต่อการใช้น้ำบาดาลของประชาชนทั้งนี้ในหากสำรวจ คาดว่ามีโอกาสค้นพบก๊าซธรรมชาติ 1-5 ล้านลูกบาศก์ฟุต น้ำมันดิบ 20-50 ล้านบาร์เรล โดยรัฐบาลยังควบคุมการผลิตปิโตรเลี่ยมเพื่อนำมาจำหน่ายในประเทศได้ เมื่อเอกชนผู้รับสัปทานสำรวจพบปิโตรเลียม จะมีระบบควบคุมการนำปิโตรเลียมเหลวส่งไปยังโรงกลั่น และมีระบบควบคุมอย่างรัดกุม ป้องกันการลักลอบขนถ่ายออกนอกประเทศ และหากนำมากลั่นผ่าน 6 โรงกลั่นในประเทศจะคุ้มค่ากว่า เพื่อนำมาใช้ในประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้เอกชนทั้งในและต่างประเทศ ยื่นเสนอขอสำรวจ ภาคเอกชนสามารถร่วมทุนยื่นเสนอขอได้เพราะลงทุนสูงนับหมื่นล้านบาท ไม่ได้เปิดกั้นให้กับรายใดรายหนึ่ง โดยขณะนี้ยังเหลือเวลา 6-8 เดือนในการเปิดให้ยื่น จึงพร้อมรับฟังข้อคิดเห็นจากส่วนต่างๆและสปช. โดยขอให้อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ก่อนรัฐบาลจะตัดสินใจอนุมัติสัมปทานในต้นปีหน้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดพลังงานรับจำเป็นเปิดสัมปทาน รอบ 21

  • ศุภาลัยโหมบุกตลาดส่งท้ายปี

    ศุภาลัยโหมบุกตลาดส่งท้ายปี

    นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 7 โครงการ เป็นแนวราบ 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 6,500 ล้านบาท หลังจากเห็นว่าขณะนี้กำลังซื้อของผู้บริโภคดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดูได้จากยอดขายช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีถึง 15,000 ล้านบาท หรือเติบโตเท่าตัวในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกทำได้ 7,800 ล้านบาท และไตรมาสสุดท้ายนี้ คาดว่าจะมีการโอนโครงการกว่า 7,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่าทั้งปีนี้จะมีรายได้ 20,000 ล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปีหน้าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีนี้ที่ 20,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (แบล็ค ล็อค) กว่า 40,000 ล้านบาท อีกทั้งวางแผนว่าปีหน้าจะเปิดโครงการใหม่มูลค่าไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินรอพัฒนาถึง 30 แปลง รองรับการเปิดโครงการใหม่ได้มากกว่า 1ปีครึ่ง และล่าสุดได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ ใจกลางถนนรัชดา ชื่อศุภาลัย เวลลิงตัน 2 บนพื้นที่ 12 ไร่ สูง 14 ชั้น 7 อาคาร รวม 1,092 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาทนายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนโครงการต่างจังหวัดจากปัจจุบัน 20% เป็น 30% ในปีหน้า โดยเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด เพราะเป็นกลุ่มที่ขยายโครงการใหม่ได้ง่ายกว่าในเมืองและมีโอกาสการเติบโตสูงในอนาคต อีกทั้งเห็นว่าขณะนี้ที่ดินในกรุงเทพฯ เหลือไม่มากนัก และมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงจะเน้นไปต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งศุภาลัยเป็นบริษัทแรก ๆ ที่เจาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด และไม่วิตกเรื่องสินค้าล้นตลาดมากนัก เพราะคัดเลือกทำเลที่เหมาะสมก่อน และเจาะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ส่วนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้า คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปีนี้ แต่จะเป็นลักษณะค่อนเป็นค่อยไปนอกจากนี้ บริษัทยังได้จับมือกับพันธมิตร เพื่อร่วมพัฒนาโครงการ อสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเกือบ 1,000 ล้านบาท เบื้องต้นบริษัทจะร่วมพัฒนา 2 โครงการก่อน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศุภาลัยโหมบุกตลาดส่งท้ายปี