นางสาวพิกุล ทักษิณวราจาร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯมีนโยบายที่จะกระตุ้นสนับสนุนสร้างความแข็งแกร่ง ให้สมาคมการค้าที่มีทั้งหมดกว่า 3,035 สมาคม แต่ในจำนวนนี้ที่อยู่ภายใต้หอการค้าไทย 128 สมาคมที่เชื่อว่า จะสามารถแข่งขันเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ได้ โดยขณะนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างการเร่งสร้างความเข้มแข็ง และเชื่อมโยงเพื่อให้สมาคมต่าง ๆ สามารถรับมือกับการเปิด เออีซี แต่หากสมาคมใด อยากให้กรมฯ เป็นพี่เลี้ยงก็พร้อม ที่จะเข้าไปช่วยแนะนำนางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปัจจุบันกรมฯ ให้ความสำคัญกับสมาคมการค้าไทยเป็นอย่างมาก โดยเร่งผลักดันให้สมาชิกสมาคมการค้าไทย รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้สมาคมฯ และภาคธุรกิจไทยทั้งระบบ เนื่องจากสมาคมการค้า ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มีความเข้มแข็ง และเกิดการขยายตัวในภาพรวม ขณะเดียวกันกรมฯ มีแนวทางในการทำงานร่วมกัน ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับประเทศไทย ให้เดินหน้าเข้าสู่การแข่งขันในตลาดการค้า และการลงทุนหลังการเปิดเออีซี ที่รองรับผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนกว่า 600ล้านคนรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าขณะนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกำลังสำรวจคำสั่งซื้อช่วงไตรมาส 4 ที่ผู้ส่งออกแต่ละรายมีอยู่ เพื่อประเมินเบื้องต้นว่า ทิศทางการส่งออกในปี 57 เป็นอย่างไร ก่อนที่จะประชุมทูตพาณิชย์ในช่วงต.ค. นี้ ว่าจะทบทวนเป้าหมายการส่งออกปีนี้หรือไม่ รวมถึงการประเมินส่งออกปี 58สำหรับการส่งออกในปี 58 เบื้องต้นตั้งเป้าหมายไว้ 5.2% โดยตลาดสำคัญๆ ได้แก่ อาเซียนขยายตัว 8.4% โดยมีเมียนมาร์ขยายตัวสูงสุด 30% รองลงมาคือกัมพูชา 15% ส่วนตลาดจีนขยายตัว 3% ฮ่องกง 3% ญี่ปุ่น 2% อินเดีย 5% ตะวันออกกลาง 7% รัสเซียและซีไอเอส 10% สหรัฐ 3% สหภาพยุโรป 5% ลาตินอเมริกา 5%ส่วนแผนกระตุ้นการส่งออกในช่วงเดือนส.ค.- ก.ย. จะมี 97 โครงการ เน้นการจัดคณะผู้แทนการค้าไทยไปเจรจาการค้า หรือ ผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศมาเจรจากับไทย เช่น จะนำคณะผู้นำเข้า ค้าปลีกค้าส่งของบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นมาเจรจาการค้าที่ไทยนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าและผู้นำเข้าในประเทศจีน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอเมริกา อินเดีย และญี่ปุ่น เช่น โครงการส่งเสริมการขายร่วมกับห้าง เซ็นจูรี่มาร์ท ที่เมืองหางโจว จำนวน 22สาขา ร่วมกับห้างคาร์ฟู ในมณฑลยูนนาน 10สาขา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ ผัดสดและ แปรรูป อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม เป็นต้นส่วนกิจกรรมในประเทศไทยจะเน้นกิจกรรมครัวไทยสู่ครัวโลก การอบรม พัฒนาผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ เช่น อบรมการเจาะลึกตลาดญี่ปุ่น โครงการทำสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศและแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายรุ่นที่ 9 โครงการพี่เลี้ยงธุรกิจสู่ตลาดเมียนมาร์ เป็นต้น และล่าสุดกรมมีแผนจะเน้นกิจกรรมภายใต้คณะทำงานบุกเบิกตลาดใหม่ขณะเดียวกัน ยังมีงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านอีก 3 งานใหญ่ ประกอบด้วย งานไทยแลนด์วีท มุมไบ ประเทศอินเดีย, เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม และที่เชนไน ประเทศอินเดีย เป็นต้น โดยเป็นงานแสดงสินค้าของใช้ของตกแต่งบ้าน อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์คาดปีหน้าส่งออกโต 5.2%
Blog
-

พาณิชย์คาดปีหน้าส่งออกโต 5.2%
Facebook Comments -

วอนยกเลิกกฎอัยการศึกกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังร่วมงานสัมมนารวมพลังสมาคมการค้าไทยสู่เออีซี ว่า ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ ยกเลิกประกาศอัยการศึก เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและการบริโภคในครึ่งปีหลังนี้ หลังจากครึ่งแรกที่ผ่านมา พบว่ายอดการจำหน่ายสินค้าของห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีก ลดลงไม่ต่ำกว่า 20% ยอดจำหน่ายรถยนต์ และอุปกรณ์ ลดลงไม่ต่ำกว่า 30% เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงความไม่สงบทางการเมือง และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไม่เต็ม ที่จากการประกาศกฎอัยการศึก“ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ที่ยังมีท่าทีไม่ยอมรับการบริหารประเทศ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่หากยกเลิกกฏอัยการศึก น่าจะเรียกความเชื่อมั่น และกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับคืนมาได้ในระดับหนึ่ง และเมื่อรวมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ก็จะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นการบริโภคในประเทศได้เป็นอย่างดี”นอกจากนี้ เอกชนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ เร่งหามาตรการในการส่งเสริมให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทย สามารถขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น หลังจากช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานของภาครัฐเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับจัดงานสัมมนาเป็นหลัก แต่ไม่สามารถช่วยเอสเอ็มอีไปลงทุนต่างประเทศได้มากนัก หรือหลายรายที่ไปลงทุน ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะมีแต่ทฤษฏี แต่ไม่มีความรู้ด้านปฎิบัติ อย่างไรก็ตามในส่วนของภาคเอกชน ก็เริ่มมีโครงการพี่ช่วยน้อง โดยให้ธุรกิจรายใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนต่างประเทศ มาคอยเป็นพี่เลี้ยงแต่เอสเอ็มอี ที่จะไปลงทุนในตลาดนั้น ๆ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนยกเลิกกฎอัยการศึกกระตุ้นเศรษฐกิจFacebook Comments -

แต่งตัวรอเข้าตลาดหุ้นปีหน้า
นายนพพร บุญลาโภ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้าการนำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย (ตลท.) ว่า บริษัทจะเข้าซื้อขายในตลท.ช่วงไตรมาส 3 ปี 58 ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมลงนามในสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน (เอฟเอ) กับบริษัทหลักทรัพย์ เคทีซิมิโก้ และบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เดือนก.ย.นี้ เพื่อช่วยวางแผนการดำเนินงานทั้งหมด เบื้องต้นจะกระจายการถือหุ้น ด้วยการเสนอขายหุ้นให้ประชาชน2 ล้านหุ้น แต่ราคายังไม่ได้กำหนด ต้องรอรอที่ปรึกษาทางการเงินประเมินอีกครั้งก่อนทั้งนี้คาดว่าปีนี้ จะมีเบี้ยประกันรับรวม 5,000 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 500 ล้านบาท โดยช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีเบี้ยรับรวม 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยปีแรก1,000 ล้านบาท และเบี้ยต่ออายุ 800 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร76 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่าย การรับประกันภัยรวม 1,654 ล้านบาท ลดลง270 ล้านบาท จากเดิมที่ 1,924 ล้านบาทแต่อย่างไรก็ดี ปี 58 ได้ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวม 5,600 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอ560 ล้านบาทสำหรับ ความพร้อมในการขยายตลาด เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้น บริษาทได้ร่วมกับกลุ่มทิพย และกลุ่มพันธมิตร จัดตั้งบริษัท ทิพยลาว จำกัด เพื่อขยายตลาดในลาว เพราะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการธุรกิจ ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยแล้ว โดยผลิตภัณฑ์ทีจะออกขายเกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ เอ็มอาร์ทีเอ และประกันสามัญหรือบุคคล คาดว่าจะเปิดบริการได้ในปีหน้า ส่วนการลงทุนในเมียนมาร์นั้น อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นได้ในการลงทุน และกฎระเบียบต่าง ๆ ของเมียนมาร์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แต่งตัวรอเข้าตลาดหุ้นปีหน้าFacebook Comments