Blog

  • สทน.จี้ททท.เร่งกระตุ้นโฆษณากระตุ้นท่องเที่ยว

    สทน.จี้ททท.เร่งกระตุ้นโฆษณากระตุ้นท่องเที่ยว

    นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า ต้องการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเกิดการเดินทาง หลังจากที่กระทรวงการคลังเห็นชอบมาตรการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวแล้ว เบื้องต้นต้องเร่งสร้างโฆษณาการท่องเที่ยวเป็นภาคต่อ แบบต่อเนื่อง และเน้นช่วงเวลาเผยแพร่ให้ตรงกับกลุ่มผู้ชม เพื่อสร้างการรับรู้ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในระยะยาว ไปจนถึงช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่จะต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 58ทั้งนี้ในการกระตุ้นการทอ่เงที่ยว เห็นว่าต้องใช้พรีเซนเตอร์ที่เป็นคู่ขวัญโดยเฉพาะ เช่น ณเดชน์ กับ ญาญ่า อุรัสยา เพราะจะสร้างกระแสแฟนคลับ ให้เดินทางท่องเที่ยวได้ ขณะเดียวกัน ยังกระตุ้นให้คนไทยทั่วไป สนใจไปท่องเที่ยวได้มากกว่า เนื่องจากพรีเซนเตอร์เหล่านี้ อยู่ในกระแสของตลาดและในหน้าจอโทรทัศน์“เมื่อกระทรวงการคลัง เห็นด้วยกับมาตรการการนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 20,000 บาท ถือเป็นมาตรการที่กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวไทยได้ดี แต่จะดีมาก หากได้รับการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมา เคยใช้มาตรการนี้ไปแล้ว แต่นักท่องเที่ยวไทยรับรู้น้อยมาก เพราะไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ดังนั้น นโยบายจึงไม่เกิดผลดีเท่าที่หวังไว้นัก แต่ครั้งนี้หากเริ่มโปรโมทเป็นโฆษณาแบบภาคต่อ ก็จะเห็นว่า เรื่องราวการท่องเที่ยวดูน่าสนใจ และน่าติดตามได้มากขึ้น”ด้านนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.จะเร่งโปรโมทการตลาดท่องเที่ยวในประเทศตั้งแต่เดือน ต.ค.โดยจะเร่งแผนกระจายรายได้ท่องเที่ยว ไปยังพื้นที่นอกเหนือจากจังหวัดหลัก เพื่อทำให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวเข้าถึงชุมชนมากขึ้น โดยดำเนินโครงการ 10 เมืองต้องห้าม…พลาดได้แก่ ลำปาง เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ เลย สมุทรสงคราม ราชบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ตรัง เพื่อเป็นโครงการนำร่องในกระจายศูนย์การท่องเที่ยวให้กว้างขึ้น และยังคงทำงานภายใต้แนวคิดบูรณาการร่วมกับท้องถิ่นชุมชน ในการผลิตเส้นทาง ท่องเที่ยว สินค้าที่ระลึกประเภทโอท็อป ให้มีเอกลักษณ์นอกจากนี้ ททท.จะใช้กลยุทธ์การบูรณาการทำงานร่วมกับ พันธมิตรหน่วยงานรัฐและเอกชนที่มีอยู่ เพื่ออาศัยช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ทุกหน่วยงานมีอยู่แล้ว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง เช่น ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งเครือข่าย และการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง รวมถึงในหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ที่มีช่องทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว อาทิ การบินไทย ก็สามารถร่วมโครงการ และนำไปประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องกับลูกค้าได้ พร้อมกันนี้จะใช้ช่องทางสังคมออนไลน์ เข้ามามีส่วนผลักดันโครงการให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทน.จี้ททท.เร่งกระตุ้นโฆษณากระตุ้นท่องเที่ยว

  • ปธ.สหภาพกสท ย้ำซีอีโอคนใหม่ต้องมองธุรกิจโทรคมนาคมออก

    ปธ.สหภาพกสท ย้ำซีอีโอคนใหม่ต้องมองธุรกิจโทรคมนาคมออก

    วันนี้ (26 ส.ค.) ที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ผู้สื่อข่าวรายงานหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริหาร กสท ว่า ที่ประชุมบอร์ดโดยมี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงการดำเนินงานของ กสท ตามข้อสังเกตของคณะอนุกรรมการจัดทำบันทึกข้อตกลงและประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ประจำบัญชี 2556 และให้จัดแนวทางการปรับปรุงการดำเนินงานของ กสท ให้กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจต่อไปนอกจากนี้ บอร์ดยังรับทราบมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 2/2557 และเห็นชอบให้เร่งรัดดำเนินการตามมติการประชุมดังกล่าว รวมทั้งได้มีการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติมจำนวน 2 ท่าน ในคณะกรรมการกฏหมาย ข้อสัญญาและการอุทรณ์ด้วยผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้บอร์ดอนุมัตินายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กสท กล่าวว่า มองว่าบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนต่อไป ควรจะเป็นคนของ กสท เพราะด้วยความคุ้นเคยและการร่วมงานใน กสท นอกจากนี้ ผู้ที่จะมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท จะต้องมองธุรกิจโทรคมนาคมให้ออก สามารถบริหารองค์กรและคณะผู้บริหารให้สอดคล้องกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในยุคปัจจุบันรายงานข่าวระบุว่า หลังจากบอร์ดเลิกประชุม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ประธานบอร์ด กสท ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และยังไม่มีการแต่งตั้งโฆษกเพื่อทำหน้าที่แถลงข่าวและตอบข้อซักถามกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปธ.สหภาพกสท ย้ำซีอีโอคนใหม่ต้องมองธุรกิจโทรคมนาคมออก

  • สวทช.เปิดบ้านต้อนรับก.พลังงานพร้อมต่อยอดงานวิจัย

    สวทช.เปิดบ้านต้อนรับก.พลังงานพร้อมต่อยอดงานวิจัย

    ดร.ทวีศักดิ์    กออนันตกูลผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานพร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานได้เข้าเยี่ยมชม สวทช.  พร้อมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นเกี่ยวกับงานวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานของประเทศเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาต่อยอดและขยายผลสำเร็จจากงานวิจัยไปสู่การพัฒนาประเทศในอนาคต ดร.ทวีศักดิ์     กล่าวว่า พันธกิจหลักของ สวทช. คือการมุ่งสร้างเสริมการวิจัย พัฒนา ออกแบบและวิศวกรรมจนสามารถถ่ายทอดไปสู่การใช้ประโยชน์ พร้อมส่งเสริมด้านการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็นเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน  นอกจากนี้ยังจัดให้มีระบบบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดการดำเนินงานจากทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนการวิจัยเหล่านี้ และหนึ่งในการวิจัยเหล่านี้ “กลุ่มงานด้านพลังงาน”นับเป็นเป้าหมายที่ทาง สวทช. ให้ความสำคัญและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสวทช.มีความพร้อมทางศักยภาพทั้งด้านการอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาพลังงานทดแทนและมีตัวอย่างผลงานวิจัยด้านพลังงาน จึงนำเสนอให้คณะจากกระทรวงพลังงานฯรับทราบเป็นข้อมูลเพื่อหารือแนวทางการวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงานและ สวทช. ทั้งนี้ สวทช.มีตัวอย่างผลงานวิจัยด้านการประหยัดพลังงานเช่นหม้อหุงข้าวประหยัดพลังงานลดปริมาณน้ำและใช้ระบบสมองกลควบคุมการเพิ่มอุณหภูมิแบบขั้นบันไดสามารถประหยัดพลังงานในการหุงแต่ละครั้งได้สูงสุดมากกว่า 60%  การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลจากอ้อย มันสำปะหลัง สบู่ดำ และปาล์มน้ำมัน  การนำเศษวัสดุการเกษตร (ชีวมวล)           มาพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอุตสาหกรรมการผลิตแป้งมันสำปะหลัง  และเทคโนโลยีระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพในโรงงานอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ด้าน นายอารีพงศ์  ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า  การเข้าเยี่ยมชม สวทช. ในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน  โดยในส่วนของ สวทช. เป็นบทบาทของการวิจัยพัฒนาออกแบบ และการจัดการด้านวิศวกรรมศาสตร์ จนนำไปสู่การใช้ประโยชน์พร้อมส่งเสริมการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็นซึ่งบทบาทในส่วนของกระทรวงพลังงาน คือการสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการจัดหาพลังงานเพื่อความมั่นคงของประเทศและการใช้ศักยภาพที่มีภาพ        ในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น พลังงานทดแทน ไบโอแมส ไบโอแก๊สการนำขยะมาจัดการใช้ในการผลิตซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานในภาพใหญ่ที่จะมีการทบทวนตาม  มติ กพช. ต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สวทช.เปิดบ้านต้อนรับก.พลังงานพร้อมต่อยอดงานวิจัย