Blog

  • กสทช.โชว์ศูนย์ติดตาม แลกคูปองครบวงจร

    กสทช.โชว์ศูนย์ติดตาม แลกคูปองครบวงจร

    กสทช. โชว์ศูนย์ติดตามข้อมูลแลกคูปอง แบบเรียลไทม์ ระบุรายละเอียดร้านค้า คนแลก ผู้มอบฉันทะครบวงจร นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช. มีศูนย์ติดตามข้อมูลการแลกคูปอง  ตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการติดตามข้อมูลการแลกคูปองดิจิตอลทีวีแบบเรียลไทม์ โดยการทำงานของศูนย์จะเป็นการเชื่อมข้อมูลจากจุดให้บริการรับแลกคูปองทั้งหมด แสดงผลเข้ามาที่ศูนย์ฯ โดยตรง และผลดังกล่าว จะแสดงถึงสถานที่ที่มีการแลกคูปองเกิดขึ้น ระบุรายละเอียดจังหวัด อำเภอ และตำบล แสดงจำนวนกล่องดิจิตอล ชื่อบริษัทกล่อง เจ้าบ้านหรือผู้ที่รับมอบฉันทะที่นำคูปองไปแลกแล้ว จำนวนคูปองที่ถูกนำไปแลก หากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการไม่ทำตามกระบวนการดังนี้ บริษัทจะไม่สามารถนำคูปองไปขึ้นเงินได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาศูนย์ดังกล่าวยังได้ติดตามตรวจสอบเนื้อหาของทีวีและวิทยุ ที่ดำเนินการผิดกฎหมาย อาทิ การหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา เนื้อหาที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ เนื้อหาที่หมิ่นประมาท ปลุกปั่น ยั่วยุ ร้ายแรง การโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น เบื้องต้นสามารถตรวจสอบได้ครอบคลุม 40 ช่องรายการ สำหรับฟรีทีวี ดาวเทียม และเคเบิล ส่วนอีก 40 ช่อง จะตรวจสอบรายการของสถานีวิทยุชุมชน ในอนาคตจะเพิ่มขีดความสามารถได้ประมาณ 200 ช่อง ในขณะเดียวกันยังรวมมอนิเตอร์เนื้อหาของอินเทอร์เน็ตอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับการแจกคูปองได้ดำเนินการแจกลอตแรกเริ่มเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 4.6 ล้านใบ ใน 21 จังหวัด โดยหลังจากนั้นพบว่ามีข้อร้องเรียนมายังคอลเซ็นเตอร์ 1200 จนถึงเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาจำนวน 9,800 ราย และจะดำเนินการแจกคูปองลอตที่ 2 ประมาณเดือน พ.ย. 57 จำนวน 3.6 ล้านใบ ในอีก 21 จังหวัด จะใช้รูปแบบการนำบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดมาแลกรับกล่องที่จุดรับแลกได้เลย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตคูปอง ยังสามารถป้องกันปัญหาร้องเรียนคูปองชำรุด หรือคูปองหาย อีกด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.โชว์ศูนย์ติดตาม แลกคูปองครบวงจร

  • นักวิจัยเนคเทคพร้อมลุยดิจิตอลอีโคโนมี

    นักวิจัยเนคเทคพร้อมลุยดิจิตอลอีโคโนมี

    ปธ.คณะทำงานยุทธศาสตร์ กสท ระบุ แผนพลิกฟื้นธุรกิจองค์กร เน้นสร้างองค์กรเข้มแข็ง เล็งปรับแผนซีเอสอาร์ให้เป็นธุรกิจมากขึ้น ย้ำนักพัฒนาจากเนคเทคที่กระทรวงไอซีทียืมตัวมาขับเคลื่อนดิจิตอล อีโคโนมี พร้อมทำงานแล้วดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ กรรมการ (บอร์ด) บริหาร บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ ที่มีหน้าที่กำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาองค์การที่เกี่ยวข้องกับแผนพลิกฟื้นธุรกิจ กล่าวถึงการแก้ปัญหาการดำเนินธุรกิจของ กสท ว่า ในเบื้องต้นคงจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา เนื่องจากเวลาไม่มากพอ โดยช่วงเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี จะต้องมาดูในเรื่องเด่น ๆ และเป็นปัญหาที่สำคัญก่อนสิ่งที่ต้องทำคือ เน้นแผนธุรกิจที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร พร้อมรับนโยบายดิจิตอล อีโคโนมี ด้านอินฟราสตรัคเจอร์ คอมปะนี เช่น การปรับแผนลงทุนด้านซีเอสอาร์ ให้เป็นธุรกิจ การบริหารงานด้านโมบายที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับ กสท ปัญหาสัญญาการเช่าใช้บริการโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTX) 12 ฉบับ มูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท ที่เป็นปัญหาในการตรวจสอบของสัญญาที่อาจส่งผลให้ กสท เสียเปรียบเอกชนดร.พันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับนักพัฒนาและวิจัยจำนวน 21 ท่านจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ท่ี่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ยืมตัวมาร่วมขับเคลื่อนนโยบายดิจิตอล อีโคโนมี นั้น ขณะนี้ได้มาช่วยงานกระทรวงไอซีทีแล้ว แต่จะยังคงต้องผลัดเปลี่ยนไปสางงานที่ยังค้างอยู่ โดยเฉลี่ยตอนนี้มาทำที่กระทรวงไอซีทีโดยเฉลี่ยคนละประมาณ 70%“ตอนนี้นักพัฒนาของเนคเทคที่กระทรวงไอซีทียืมตัวมา ยังคงขึ้นตรงและรับเงินจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยจะรับเงินปกติ ซึ่งการประเมินผลงานก็จะประเมินตามขั้นตอนของ สวทช. เช่นกัน” ดร.พันธ์ศักดิ์ กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักวิจัยเนคเทคพร้อมลุยดิจิตอลอีโคโนมี

  • เปิดมุมมองใหม่รับเออีซี – ไขปัญหาผู้บริโภค

    เปิดมุมมองใหม่รับเออีซี – ไขปัญหาผู้บริโภค

    ในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2557-ปัจจุบัน สคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคสูงถึง 6,925 ราย และในจำนวนนั้นที่พบเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนด้านธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งการร้องเรียนยอดพุ่งสูงเป็นอันดับหนึ่งไม่เว้นแม้แต่กรณีของชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวและซื้อสินค้าหรือใช้บริการแล้วถูกละเมิดสิทธิจากผู้ประกอบธุรกิจกลายเป็นปัญหาที่น่าหวาดวิตก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องเร่งแก้ไขให้แก่ผู้บริโภคที่เป็นนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างชาติ สคบ.จึงเดินหน้าหาแนวทางและมาตรการที่สอดคล้องกับการเปิดรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อเตรียมพร้อมในการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้บริโภค

    คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สคบ. จึงได้เข้าศึกษาดูงานและเยี่ยมชมการดำเนินงานในการรับเรื่องร้องเรียนกรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินงานจัดการเรื่องร้องเรียนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ณ สำนักแก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจากการเข้าดูงานฯครั้งนี้คณะฯได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนให้แก่ผู้บริโภคชาวต่างชาติและได้ให้ความสำคัญกับระยะเวลาการดำเนินการและการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาด้านการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว

    โดยในช่วงที่ผ่านมา สคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับการซื้ออัญมณีและเครื่องประดับที่มีราคาสูงเกินจริง การจองแพ็กเกจท่องเที่ยวและการใช้บริการธุรกิจท่องเที่ยวต่าง ๆ จะปรับเน้นการทำงานให้เป็นไปในเชิงบูรณาการ โดยประสานความร่วมมือกับเจ้าของหรือผู้แทนโดยตรงของผู้ประกอบธุรกิจให้เร่งรีบดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดละเมิดสิทธิผู้บริโภคหรือเอารัดเอาเปรียบ เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเพื่อหาข้อยุติร่วมกันและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ประกอบธุรกิจที่กระทำความผิดละเมิดสิทธิผู้บริโภค

    ที่สำคัญยังได้มีการวางแนวทางการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติเพื่อรองรับเออีซีในปี 2558 ตลอดจนการปรับบทบาทของหน่วยงานให้มีความคล่องตัวในการทำงานและมีความชัดเจนในการคุ้มครองผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นภายใต้แผนแม่บทคุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดมุมมองใหม่รับเออีซี – ไขปัญหาผู้บริโภค