Blog

  • สรรพสามิตเข้มสถานบันเทิง

    สรรพสามิตเข้มสถานบันเทิง

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสถานบันเทิงทั่วประเทศ ที่เปิดให้บริการผลิตภัณฑ์บารากุ โดยเฉพาะสถานบันเทิงที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณมหาลัย ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากการเปิดให้บริการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกควบคุมด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.ยาสูบของกรมสรรพสามิต ที่ไม่ได้รับการอนุญาตจำหน่าย จึงเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายทั้งหมด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ากระทำความผิดก็สามารถยึดเตาและตัวยา โดยสถานบริการอาจได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตทันทีทั้งนี้ กรมสรรพสามิตได้ประสานกับกรมศุลกากร และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อคุมเข้มไม่ให้นำเข้าเครื่องสูบและผลิตภัณฑ์บารากุโดยเด็ดขาด ถือเป็นนโยบายหลักในการปราบปรามผู้ลักลอบกระทำความผิดและสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้ง ป้องกันการมอมเมานักศึกษาและประชาชนทั่วไป เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ตามกฎหมายแล้วยังเป็นของต้องจำกัดห้ามนำเข้า เพราะไม่ได้เข้าข่ายนิยามของยาสูบตามกฎหมายสรรพสามิต ที่ไม่สามารถนำเข้ามาจำหน่ายได้อย่างไรก็ตาม บทลงโทษของสถานบริการและผู้ที่กระทำผิด ประกอบด้วย กรณีขายหรือมีไว้เพื่อขาย โทษปรับ 15 เท่าของแสตมป์ แต่ไม่น้อยกว่า 100 บาท หากมีไว้ครอบครองเกินกว่า 500 กรัม โทษปรับ 10 เท่าของค่าแสตมป์ แต่ไม่น้อยกว่า 100 บาท กรณีลักลอบ ที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ หากสูบในเขตปลอดบุหรี่ จะมีโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2539 โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท รวมทั้ง กรณีก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น จะได้รับโทษตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพสามิตเข้มสถานบันเทิง

  • สศช.หนุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

    สศช.หนุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้พิจารณาแนวทางการสนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากการเผาขยะ เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาขยะล้นเมือง เพราะปัจจุบันปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมีมากถึง23ล้านตันต่อปี และมีขยะเพียง1ใน3เท่านั้นที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ส่วนที่เหลือนอกจากจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ยังสร้างภาระให้กับประเทศ และภาระงบประมาณที่ต้องสูญเสียไปจากการกำจัดที่ไม่ถูกวิธีทั้งนี้หัวหน้าคสช. เห็นว่า ในต่างประเทศการกำจัดขยะนั้น มีวิธีการคิดที่หลากหลาย และมีประโยชน์ต่อการกำจัดที่ได้ประโยชน์คืนกลับมาหลายเท่า โดยนอกเหนือจากการนำมาผลิตเป็นพลังงานแล้ว ยังเกิดอุตสาหกรรมขึ้นใหม่อีก2ประเภท คือ อุตสาหกรรมการคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ และอุตสาหกรรมรีไซเคิลแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งเชื่อว่า จะมีนักลงทุนรายรายสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้หลายราย เพราะเทคโนโลยีที่ใช้ก็ไม่ได้สูงมาก“หัวหน้าคสช.ได้ให้ความสนใจกับความมั่นคงในเรื่องพลังงานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของขยะที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถนำมารีไซเคิลได้ หรือนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานก็เป็นโอกาสที่ช่วยลดปริมาณขยะในประเทศให้ลดลงได้ และถือเป็นจุดเน้นจุดหนึ่งที่สำคัญของสศช.ต้องทำแผนมาเสนออีกครั้ง เบื้องต้นแนวทาวคิดการผลิตไฟฟ้าจากขยะได้เริ่มทดลองในพื้นที่ทหารเป็นการนำร่องแล้ว และต่อไปคงต้องมาดูว่าจะขยายผลออกมาเป็นอย่างไรบ้าง”อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตรรองผู้บัญชาการทหารบกในฐานะเลขาธิการคสช. เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการต้นแบบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า พลังงาน ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะขนาดเล็ก โดยให้กระจายในส่วนราชการ โดยเฉพาะหน่วยทหาร เพราะมีความพร้อม เช่น หน่วยทหารใน จังหวัดลพบุรี และ จังหวัดสระบุรี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศช.หนุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

  • พาณิชย์นำนักธุรกิจลุยตลาดเมียนมาร์

    พาณิชย์นำนักธุรกิจลุยตลาดเมียนมาร์

    นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าเปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมฯ ได้จัดคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทยในกลุ่มรองเท้าและเสื้อผ้าเยือนกรุงย่างกุ้ง เมียนมาร์ โดยนำผู้ประกอบการไทย 11 บริษัท จำนวน 21 ราย เดินทางไปพบปะและเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการชาวเมียนมาร์ 48 ราย ซึ่งประสบผลสำเร็จในการเจรจาทำธุรกิจจำนวน 7 บริษัท ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะเกิดความร่วมมือกันในการทำธุรกิจ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)สำหรับบริษัทที่ประสบความสำเร็จ เช่น บริษัท บางกอกรับเบอร์สหรัตน์ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกยางส้นรองเท้า สามารถเจรจาธุรกิจร่วมกับ บริษัท บริษัทพรีเมี่ยม มาร์เก็ตติ้ง,บริษัท กัสติต้าอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกรองเท้าแฟชั่น สามารถเจรจาธุรกิจร่วมกับ บริษัทเอเชีย แอมโพเรียม,บริษัท คิวแอนด์คิวโฮลดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกวัสดุรองเท้า (พื้นยาง) สามารถเจรจาธุรกิจร่วมกับบริษัทไทใหญ่,บริษัท เมืองทองมหาชัย จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกรองเท้า สามารถเจรจาธุรกิจร่วมกับ บริษัท ลักกี้ ชู อินดัสตรี้,เป็นต้นนอกจากนี้ ยังได้นำคณะเข้าเยี่ยมชมโรงงานการ์เม้นท์ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของเอกชนบริเวณชานเมืองย่างกุ้งเป็นโรงงานที่รับจ้างตัดเย็บตามคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อิตาลี โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากจีนและไทย ซึ่งทางเมียนมาร์แจ้งว่าเมืองหลักๆ ที่ไทยน่าเข้าไปลงทุน เช่น ย่างกุ้ง พะโค และเมาะลำไย เพราะมีแรงงานเพียงพอและค่าแรงต่ำ และยังสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ในการส่งออกไปประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหภาพยุโรป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์นำนักธุรกิจลุยตลาดเมียนมาร์