Blog

  • ‘ซิป้า’ ปั้นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยลดการนำเข้า

    ‘ซิป้า’ ปั้นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยลดการนำเข้า

    สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์ แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ถือเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเทคโน โลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่มีหน้าที่หลักในการสร้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อป้อนสู่ตลาดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ ซิป้า เล่าว่า ซิป้าถือเป็นหน่วยงานตรงเพื่อเป็นศูนย์กลางในการสร้างความรู้ความเข้าใจและเป็นเวทีในการกระตุ้นให้นักพัฒนาคอนเทนต์ซอฟต์แวร์ในด้านต่าง ๆ ได้กล้าแสดงออก ล่าสุด ซิป้าได้จัดโครงการซอฟต์แวร์ตีแตก ถือเป็นเวทีในการแข่งขันที่จะปั้นให้เหล่าบรรดานักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วประเทศ ทั้งระดับมืออาชีพ และนักเรียนนักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในโครงการฯ ได้เป็นนักธุรกิจซอฟต์แวร์มืออาชีพ หรือ “เซียนซอฟต์แวร์” โดยเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เปิดรับสมัครผลงานซอฟต์แวร์ด้านการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ สุขภาพ การศึกษา อาหารและการเกษตร อัญมณี ดิจิตอลคอนเทนต์ และ นิวส์มีเดีย รวมถึงซอฟต์แวร์ด้านอื่น ๆ รวม 40 ทีม จากทุกภาค และได้มีการคัดเลือกผลงานจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย ประกอบด้วย ทีม SoGoodWeb ทีม Clear Projects ทีม School Os ทีม faceBIZ ทีม Digix ทีม  Ideon ทีม ROOMLINKSAAS และทีม KNIGHTTEK และเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ซิป้า ได้เชิญกรรมการตัดสินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและเทคโนโลยี ประกอบด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย อาจารย์ ปานระพี รพิพันธุ์ มารับฟังและให้ข้อเสนอแนะการพรีเซนต์ผลงานของทั้ง 8 ทีม ปรากฏว่าผู้ชนะเลิศสุดยอดเซียนซอฟต์แวร์คือนายโสภณ เตตะยานนท์ ซีอีโอทีม KNIGHTTEK ผลงานซอฟต์แวร์โมบาย แอพพลิเคชั่น มาใช้งานกับระบบหลังบ้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการเพิ่มผลิตภาพของกิจการขนาดเอสเอ็มอี ช่วยให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบตรวจสอบ ตลอดจนช่วยลดต้นทุนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยจุดเด่นของซอฟต์แวร์นั้น สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาบนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ลดบันทึกซ้ำซ้อนของแผนกต่าง ๆ ในองค์กร ประหยัดเวลางานและค่าใช้จ่าย เป็นต้น นายฉัตรชัย เล่าว่า การแข่งขันดังกล่าว ถือเป็นการสร้างเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยก้าวสู่มืออาชีพอย่างสมบูรณ์ ป้อนเข้าสู่ตลาดไอทีที่ยังต้องการบุคลากรด้านนี้อีกมาก   เพราะปีที่ผ่านมาได้สำรวจความต้องการนักซอฟต์แวร์ ยังขาดแคลนถึง 8,136 คน แต่การบริโภคซอฟต์แวร์ในด้านต่าง ๆ กลับเพิ่มมากขึ้นและต้องอาศัยซอฟต์แวร์ต่างชาติ ซิป้า ได้เร่งผลักดันบุคลากร นักธุรกิจซอฟต์แวร์หน้าใหม่สู่ตลาด โดยเฉลี่ยปีละ 20,000 คน โดยเข้าไปสนับสนุน ปีละ 400-500 คน  เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และดิจิตอลคอนเทนต์ขยายตัวเต็มที่ โดยปี 2558 ตลาดนี้จะขยายตัวมีมูลค่ามากว่า 40,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตถึง 8% นายโสภณ เล่าว่า ปัจจุบันได้จดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีลูกค้าประมาณ 2-3 ราย อยากฝากถึงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทุกท่านว่าอย่าท้อ อีกอย่างประ เทศไทยกำลังเข้าสู่เออีซี คนไทยจะต้องมีความแข็ง แกร่งกว่านี้ เพราะซอฟต์แวร์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่จะต้องพัฒนาในทุก ๆ ด้าน เมื่อมีเวทีให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้แสดงฝีมือและได้พัฒนาอย่างตรงจุด ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ได้ไม่มากก็น้อย. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ซิป้า’ ปั้นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยลดการนำเข้า

  • 620 ยอดเทรนเนอร์ส่วนตัว – ฉลาดใช้

    620 ยอดเทรนเนอร์ส่วนตัว – ฉลาดใช้

    คนที่ไม่เชื่อว่านาฬิกาจีพีเอสจะทำ ให้วิ่งเร็ว ก็อย่าเพิ่งส่งเสียงไม่เชื่อ จนกว่าจะได้ทดลอง ในฐานะของคนที่รู้เพียงแค่ จีพีเอส เก่งการจับความเร็วของการเคลื่อนที่ และวัดระยะทางแม่น แต่เมื่อผูกนาฬิกา การ์มิน ฟอรรันเนอร์ 620 (Garmin Forerunner 620) กับข้อมือ พาวิ่ง ก็เชื่ออย่างสิ้นสงสัยว่า จะเข้าสู่จุดหมายเส้นชัยด้วยเวลาที่ดีขึ้น พร้อมกับสุขภาพกายที่จะฟิตปั๋ง หัวใจ และหลอดเลือดทำหน้าที่เต็มศักยภาพ ลดความเสี่ยงจากการออกกำลังกายได้อีกทางหนึ่งด้วย ทดสอบจริงในสนามจริง ไม่ใช่โม้ นาฬิกาเรือนนี้ โตพอ ๆ กับนาฬิกาสปอร์ตยอดนิยม ประมาณ 1.8×1.8 หนาครึ่งนิ้ว จอ 1 นิ้ว ความละเอียด 180×180 พิกเซล หนัก 43.6 กรัม ยอมให้ตกน้ำลึก 1 เมตรได้ไม่เกิน 30 นาที แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน อยู่ได้ตั้งเดือนครึ่งถ้าดูเวลาอย่างเดียว ใช้เป็นพี่เลี้ยงเวลาวิ่ง ก็อยู่ได้ 10 ชม. สำหรับผู้เริ่มใช้ แกะกล่องของใหม่ ตั้งเวลาไม่ถูก กดปุ่มไหนก็ไม่เวิร์กไม่ต้องตกใจ  ให้ออกไปอยู่กลางแจ้งสัก 2-3 นาที พอเห็นท้องฟ้า จับสัญญาณดาวเทียมจีพีเอสได้ ก็ทำงาน และวางใจได้ว่า ตรง นาฬิกาพร้อม ร่างกายพร้อม ออกวิ่งพร้อมกัน  คาดสายรัดการเต้นหัวใจไว้ที่หน้าอก กดปุ่มรูปคนวิ่ง ด้านข้างตัวเรือนนาฬิกา ปุ่มเดียว สะดวกดี แล้วไม่ต้องทำอะไรอีก นอกจากก้าวขาวิ่ง นาฬิกาจะจับเวลาและระยะทางเอง ครบ 1 กม. จะแสดงผลตัวเลขว่าใช้ความเร็วเท่าไหร่ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้รักษาระดับความเร็ว หรือเร่งขึ้นถ้ายังอืดอยู่ เป็นตัวช่วยได้เป็นอย่างดี แต่ก็อย่าเผลอลืมดูระดับการเต้นของหัวใจ จะได้ไม่อัดจนรับไม่ไหว เมื่อสิ้นสุดการวิ่ง ก็จะคำนวณข้อมูลและอัตราความเร็วเฉลี่ยให้เสร็จสรรพ สามารถแชร์ผ่านโทรศัพท์มือถือของเราได้ หลังจากนั้นจะส่งไปอวดฝีเท้าที่ไหนก็เชิญ นอกจากการวิ่ง ถ้าจะใช้เป็นนาฬิกาดูเวลา ก็ไม่เคอะเขิน เพราะรูปแบบที่เป็นเอก ลักษณ์ โดดเด่นไม่เหมือนใคร มีให้เลือก 2 สี คือดำน้ำเงิน กับขาวส้ม ราคาตั้งไว้ หมื่นกลาง ๆ อยากเห็นตัวจริง แวะดูได้ตามร้านไอทีและแกดเจ็ต รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ทั่วเมืองไทย แต่ต้องใส่วิ่งนะ เวลาถึงจะดี. วีระพันธ์ โตมีบุญ veeraphant@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 620 ยอดเทรนเนอร์ส่วนตัว – ฉลาดใช้

  • ฝนสิงหาฯ –  รู้หลบ

    ฝนสิงหาฯ – รู้หลบ

    บอกกันบรรทัดแรก วันที่ 14 – 17 สิงหาคมนี้ ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนเพิ่มขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก! จุดที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องระวัง อยู่ทางตอนบนของภาค ฝนชุดนี้ มีมาเพราะ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ในจังหวะเดียวกัน ก็มี ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศพม่า ลาว และเวียดนาม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และร่องมรสุมที่พาดอยู่ประเทศข้างเคียงทางตอนเหนือ คือตัวการเกิดฝน เมื่อมาประกบเมืองไทย ขนาบซ้าย ขวา แบบนี้ ทายได้อย่างเดียว คือฝนเยอะ ทั้งซีกตะวันตกและตะวันออก ฝนที่เทหนัก มักเกิดช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์ อาจจะสร้างปัญหาก็เป็นบางจุด แต่ โดยรวม กรมอุตุ แจ้งว่า ช่วง 3 เดือน นับจากสิงหาคม ไปยัน ตุลาคม ปริมาณฝนรวมของพื้นที่ประเทศไทยตอนบน จะใกล้เคียง หรือต่่ากว่าค่าปกติ ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ย จะสูงกว่าค่าปกติ ประเทศไทยตอนบน คือพื้นที่นับแต่ก้นอ่าวไทยขึ้นไป ส่วนทางภาคใต้ สามเดือนนี้ ก็มีฝนน้อยเช่นกัน โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่ปกคลุมพื้นที่ มีกำลังแรงเป็นระยะ จึงมีฝนชุกหนาแน่น ทางด้านตะวันตก บางทีก็หนักหรือหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง คลื่นลมในทะเลอันดามัน จะสูง 2 – 4 เมตร ส่วนทะเลอ่าวไทย สูงแค่เมตรเดียว นั่นเป็น รายงานคาดการณ์อากาศที่จะเกิดขึ้นนับแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน ก็มีข้อมูลย้อนหลังให้พิจารณา ฝนเดือนกรกฎาคม ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีปริมาณมากกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะภาคอีสานสูงกว่าปกติ ไปตั้ง 92.4 มม.หรือ 44 เปอร์เซ็น ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตกต่ำกว่าค่าปกติ เฉลี่ยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ถึงเดือนที่ผ่านมา ฝนจะมากทางภาคเหนือกับภาคอีสาน ก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อน้ำต้นทุนหรือการกักเก็บเท่าใด เพราะก่อนหน้านั้น ตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยไปเยอะ กรมชลประทาน รายงานว่า ขณะนี้ สภาพน้ำท่าในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะน้ำจากทางตอนบน ยังไม่มาก ทั้งนี้ เข้าสู่ช่วงกลางฤดูฝนแล้ว ปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆ ก็ยังไม่มาก กรมชลประทาน จึงต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้สอดคล้องกับปริมาณที่มี โดยจัดรอบเวรหมุนเวียนการใช้น้ำ เน้นการใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติให้เกิดประโยชน์มากที่สุด พร้อมกับขอความร่วมมือจากเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ให้ช่วยกันประหยัดน้ำ เพื่อมีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตอย่างเพียงพอไม่ขาดแคลน ตอนนี้ท่องคำว่าประหยัดการใช้น้ำไว้ให้ขึ้นใจ จะให้ดี ควรเตรียมแหล่งกักตุน รอฝนที่จะตกในช่วง 14 – 17 สิงหาคมไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เยอะเข้าไว้ไม่เสียหลายหรอก หยาดน้ำฟ้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฝนสิงหาฯ – รู้หลบ