Blog

  • เทคโนโลยีจอภาพ จากอดีตสู่อนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    เทคโนโลยีจอภาพ จากอดีตสู่อนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    ในยุคที่สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และ เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์กำลังแข่งกันพัฒนาขีดความสามารถอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นตอนนี้ นอกจากจะแข่งขันกันในเรื่องของหน่วยความจำที่มีขนาดความจุมากขึ้น รูปลักษณะภายนอกที่บางลง น้ำหนักที่เบาลง แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือการแข่งขันในเรื่องเทคโนโลยีจอภาพแสดงผลนั่นเองครับ สมาร์ทโฟนไหนจอภาพไม่ดีถ่ายรูปแล้วออกมาดูไม่สวย ก็คงยากที่จะครองใจผู้คนในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ค like & share นี้ได้ใช่ไหมล่ะครับ ถ้าคุณผู้อ่านคอลัมน์เทคโนโลยีวันพุธของผมคนไหนอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป คงพอจำกันได้กับจอภาพหนา ๆ หนัก ๆ ของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโทรทัศน์ในยุคเก่า ๆ ที่เรียกกันว่า ซีอาร์ที (Cathode Ray Tube: CRT Monitor) ซึ่งต่อมาก็เสื่อมความนิยมลงเพราะคนหันไปใช้จอภาพแบน ๆ รุ่นใหม่ ๆ อย่างจอ LCD จอ LED หรือจอพลาสมาแทน ซึ่งนอกจากเรื่องของรูปลักษณะภายนอกที่กินพื้นที่น้อยลงดูทันสมัยมากกว่าแล้ว ในเรื่องของประสิทธิภาพการแสดงภาพและการประหยัดพลังงานก็ดีขึ้นกว่าจอหนา ๆ หนัก ๆ แบบเดิมมากอีกด้วย แต่อย่างที่พวกเรารู้กันครับว่าโลกเทคโนโลยีไม่เคยที่จะยอมหยุดนิ่งอยู่กับที่ ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีจอภาพแบบใหม่ที่กำลังมาแรงก็คงจะหนีไม่พ้น จอภาพชนิด OLED (Organic Light Emitting Diodes) นั่นเอง จอภาพ OLED นี้เป็นนวัตกรรมที่พลิกโฉมเปลี่ยนไปจากจอภาพในยุคแรก ๆ เกือบจะโดยสิ้นเชิงเลยล่ะครับ ในขณะที่จอภาพยุคก่อน ๆ มีกลไกการแสดงภาพหรือกลไกการให้กำเนิดแสงที่ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์หลาย ๆ ชนิดที่ถูกใส่มาให้ทำงานร่วมกัน จอภาพชนิด OLED นี้กลับมีลักษณะเป็นเหมือนแค่แผ่นฟิล์มบาง ๆ ที่สารอินทรีย์ที่เรียงตัวกันอยู่ภายในมีคุณสมบัติสามารถเปล่งแสงได้ด้วยตัวเองเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ลักษณะของจอ OLED ที่เป็นสารเปล่งแสงด้วยตัวเองแทนที่จะเป็นกลไกหรืออุปกรณ์ซับซ้อนอยู่ภายในนี้มีประโยชน์หลายอย่างเลยล่ะครับ อย่างแรกคือทำให้จอภาพชนิดนี้สามารถบางได้จนเหมือนแผ่นฟิล์มหรือแผ่นพลาสติกกลาย ๆ อย่างที่สองคือเวลาที่ต้องการแสดงภาพสีดำ ก็เพียงแค่ทำให้สารอินทรีย์บริเวณนั้นไม่มีการเปล่งแสงใด ๆ ผลก็จะได้สีดำที่ดำสนิทจริง ๆ ทำให้คอนทราสต์ของภาพสูงขึ้น แถมไม่กินพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจุดนี้จะต่างกับจอภาพแบบ LCD ที่ใช้ระบบ backlight ที่ต้องใช้แสงหล่อเลี้ยงหน้าจออยู่ตลอดเวลา แม้จะแสดงภาพสีดำก็ไม่สามารถที่จะดับแสงของจุดบนจอภาพให้เป็นสีดำสนิทได้จริง และอย่างสุดท้ายคือมุมมองการมองภาพที่กว้างขึ้นของจอ OLED ที่ผมบอกว่ามุมมองกว้างนี้ไม่ได้หมายความว่าจอ OLED นี้มีขนาดใหญ่กว่าหน้าจอแบบอื่น ๆ นะครับ แต่ด้วยลักษณะที่แต่ละจุดบนจอ OLED เปล่งแสงได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แสงจากกลไกกำเนิดแสงภายในที่ถูกสะท้อนหรือส่งต่อขึ้นมาแสดงที่แผ่นหน้าจอ ทำให้เราสามารถมองภาพบนจอ OLED นี้ได้จากหลาย ๆ มุมหลาย ๆ องศาโดยที่ยังคงเห็นภาพชัดเจนอยู่ เปรียบเทียบกับหน้าจอประเภทอื่นที่ถ้าไม่มองจากมุมหน้าตรงแล้วก็จะเห็นภาพไม่ค่อยชัดนัก ถึงปี ค.ศ.2014 ณ ตอนนี้มีโทรทัศน์หน้าจอ OLED วางจำหน่ายในท้องตลาดอยู่หลายรุ่น มือถือเองก็มีบางรุ่นที่ทดลองใช้หน้าจอประเภทนี้บ้างแล้ว แม้จำนวนผลิตภัณฑ์จะยังน้อยและราคาก็ยังค่อนข้างแพง แต่คุณภาพของภาพและสีที่ได้จากจอแบบนี้ก็ได้ยินมาว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยมเลยทีเดียวนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ใช่ว่าจอ OLED นี้จะดีเลิศไปเสียหมดนะครับ นอกจากราคาที่ยังแพงอยู่ เทคโนโลยีที่ยังไม่ค่อยนิ่งแล้ว จุดบนจอ OLED ยังสามารถเกิดอาการที่เรียกว่า burn (ไหม้) ได้ด้วยครับ อาการที่ว่านี้เกิดจากการที่เราเปิดภาพหรือสีใด ๆ ค้างไว้บนจอ OLED นาน ๆ แล้วพอเปลี่ยนภาพไปแสดงภาพหรือสีอื่นบ้าง กลับมีจุดบางจุดบนจอที่ยังคงแสดงสีของภาพเดิมค้างอยู่นั่นเอง ลักษณะที่น่าสนใจที่สุดอีกประการหนึ่งของจอภาพแบบ OLED ที่ดึงดูดนักวิจัยทั่วโลกนั้น คือ ลักษณะที่ว่าจอประเภทนี้สามารถนำมาทำให้เป็นหน้าจอแสดงภาพที่มีความยืดหยุ่น สามารถถูกม้วนหรือดัดหรือบิดให้โค้งงอตามความต้องการได้ เป็นอีกหนึ่งหลักการที่สำคัญของการพัฒนา e-Paper หรือ กระดาษอิเล็กทรอนิกส์ ที่กำลังมาแรงเลยล่ะครับ ซึ่งล่าสุดในปีนี้เองทางบริษัท LG ก็ทำสำเร็จออกมาประมาณหนึ่งแล้ว ได้เป็นหน้าจอ OLED ขนาด 18 นิ้วที่สามารถม้วนได้เหมือนม้วนหนังสือพิมพ์จนกลายเป็นทรงกระบอกกลมเส้นผ่านศูนย์กลางแค่ 3 เซนติเมตรอันนึง และหน้าจอ OLED ขนาด 18 นิ้วที่มีความโปร่งแสงมาก ๆ อีกอันนึง แต่อย่างที่ผมเกริ่นไปก่อนหน้านี้ล่ะครับว่าเทคโนโลยีด้านนี้ยังอยู่ในช่วงกำลังเติบโต จอ OLED 18 นิ้วของ LG ตอนนี้ยังมีความละเอียดที่ต่ำอยู่มาก ในแวดวงการวิจัยและพัฒนาก็ยังมีประเด็นอื่น ๆ ให้คิดค้นหาวิธีแก้ไข ตัวอย่างเช่น ถ้าหน้าจอแบน ๆ บิดได้แบบนี้แล้วแบตเตอรี่หรือถ่านล่ะจะเป็นยังไง? หน้าจอแบบนี้จะรองรับการบิดโค้งได้สักกี่ครั้งก่อนจะเริ่มเสื่อมสภาพ? หน้าจอแบบนี้จะสามารถทำเป็นหน้าจอระบบสัมผัสได้ไหม? หรือ แม้แต่ประเด็นที่ว่าจะนำเซนเซอร์มาติดบนหน้าจอ OLED เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้หน้าจอถูกบิดในลักษณะไหนจะได้ทำการโต้ตอบได้ถูกต้อง เป็นต้น ณ ตอนนี้ถึงแม้ว่าจอภาพแบบ OLED จะยังไม่สามารถเข้ามาเป็นเทคโนโลยีหลักที่วางจำหน่ายอยู่กลาดเกลื่อนในท้องตลาดได้ แต่ในเมื่อโลกเทคโนโลยีของเราหมุนด้วยความเร่งอยู่ตลอดเวลา ผมเชื่อนะครับว่าสุดท้ายแล้วจอภาพชนิดใหม่นี้ที่รวมเอาข้อดีของจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงภาพได้หลากหลายเข้ากับความบางยืดหยุ่นพกพาง่ายของแผ่นกระดาษ จะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่จอภาพในปัจจุบัน และลามไปถึงแทนที่สิ่งพิมพ์รูปแบบกระดาษอย่างหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแผ่นป้ายโฆษณาด้วย จะว่าไปแล้วนี่ก็ไม่ต่างจากวัฏจักรเทคโนโลยีและนวัตกรรมอื่น ๆ นะครับ มีมาก็มีไป ในเมื่อโลกศตวรรษที่ 21 ของเรามีการเปลี่ยนถ่าย เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนรูปแบบไปตามพลวัตความต้องการของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ คนที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนตัวเองไปด้วยกันกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ รู้จักที่จะใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เท่านั้นล่ะครับ ที่จะสามารถอยู่รอดในโลกใบเล็ก ๆ นี้ได้อย่างสะดวกสบายที่สุด. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทคโนโลยีจอภาพ จากอดีตสู่อนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

  • ปิดบัญชีจำนำข้าวขาดทุนพุ่ง

    ปิดบัญชีจำนำข้าวขาดทุนพุ่ง

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้จะประชุมอนุกรรมการฯ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งขึ้นมาใหม่เป็นครั้งแรก โดยจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาติดตามข้อมูลการตรวจสต๊อกข้าวของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำมาใช้ปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวช่วงประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมาที่ใช้เงินไปกว่า 800,000-900,000 ล้านบาททั้งนี้ คาดว่าผลการขาดทุนจากโครงการจำนำข้าวจะสูงกว่าที่ปิดบัญชีไว้ล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค.56 ที่มีผลขาดทุนประมาณ 330,000 ล้านบาท แต่จะขาดทุนมากกว่า 5 แสนล้านบาท ตามที่นักวิชาการประเมินไว้หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องรอข้อมูลที่เก็บได้ล่าสุดอีกครั้งหนึ่งอย่างไรก็ตาม การปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวจะยากกว่าที่ผ่านมาทุกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ใช้ปริมาณข้าวที่องค์การคลังสินค้า (คคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) แจ้งมา และข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ที่ระบายข้าวออกไป มาหักลบต้นทุนจากการจำนำข้าว และรายได้จากการขายข้าวก็สามารถคิดผลขาดทุนจากการดำเนินโครงการได้สำหรับการปิดบัญชีจำนำข้าวล่าสุด ต้องรอผลตรวจสต๊อกข้าวของคณะทำงานชุดที่มี ม.ล.ปนัดดา สรุปออกมาเสียก่อน ว่าปริมาณข้าวตามตัวเลขบัญชีที่ อคส. แจ้งว่ามี 14 ล้านตัน อตก. แจ้งว่ามี 4 ล้านตัน แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะการตรวจสอบที่ผ่านมาบ้างส่วนพบว่ามีทั้งข้าวหาย ข้าวเสื่อมคุณภาพ ซึ่งจะทำให้ผลขาดทุนของการรับโครงการรับจำนำเพิ่มขึ้นทั้งนั้น”การปิดบัญชีเดิมดูแต่ตัวเลขปริมาณข้าวทางบัญชีเป็นหลัก ไม่ได้ดูเรื่องคุณภาพของข้าวว่าเสื่อมคุณภาพหรือไม่ ไม่ได้ดูว่ามีข้าวหายไม่ตรวกับบัญชีหรือไม่ แต่ครั้งนี้ต้องดูข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด เพื่อให้การปิดบัญชีสะท้อนผลขาดทุนให้ตรงกับข้อเท็จจริงมากขึ้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปิดบัญชีจำนำข้าวขาดทุนพุ่ง

  • “ดีแทค”ออกมาตรการช่วยลูกค้า 3 จว.อีสานโดนน้ำท่วม

    “ดีแทค”ออกมาตรการช่วยลูกค้า 3 จว.อีสานโดนน้ำท่วม

    นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นจำกัด(มหาชน)หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์อุทกภัยจากฝนตกต่อเนื่องใน 3 จังหวัดภาคอีสานคือ จ.อุบลราชธานี จ.ยโสธร และ จ.อำนาจเจริญ พบว่า ประชาชนและลูกค้าดีแทคที่อาศัยใน 3จังหวัดดังกล่าวรวม 14 อำเภอประสบความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วมสูงทั้งที่อยู่อาศัยและเส้นทางติดต่อสัญจร ซึ่งคาดว่ามีฐานลูกค้าดีแทคทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินอยู่มากกว่า 1 แสนคน ดีแทคจึงได้เร่งออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นโดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางข้อความสั้น(SMS)ให้กับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์โดยตรงเพื่อให้สามารถใช้งานโทรศัพท์ติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องสำหรับลูกค้าดีแทคหรือแบบรายเดือนในพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับ SMS แจ้งสิทธิประโยชน์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งกำลังใจโดยมีการปรับเพิ่มวงเงินพิเศษชั่วคราวจำนวน 500 บาท(สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินคงเหลือน้อยกว่า 500 บาท)และเลื่อนวันชำระเงินแบบอัตโนมัติตั้งแต่วันนี้ถึง 23 ส.ค.57 (รวม 15 วัน) โดยอัตโนมัติสำหรับลูกค้าแฮปปี้หรือแบบเติมเงินจะได้รับ SMS แจ้งสิทธิประโยชน์โทรเบอร์ดีแทคฟรี 80 นาทีใช้ได้ 7 วันโดย กด*222*123# โทรออกลูกค้าที่ได้รับ SMSสามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ก.ย.57 เพื่อใช้งานติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องในช่วงได้รับภัยน้ำท่วมด้าน นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย ดีแทค กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสานจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานีฐานดีแทคขณะนี้มีการเตรียมพร้อมรับมือเป็นอย่างดี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าดีแทคในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์และกรณีฉุกเฉิน โดยดีแทคยังได้จัดทีมงานพิเศษดูแลโครงข่ายเพื่อประเมินเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง และได้จัดเตรียมรถโมบายล์เคลื่อนที่พร้อมเครื่องปั่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ (mobilegenerator) ในกรณีฉุกเฉินพร้อมทั้งได้มีการเตรียมน้ำมันสำรองไว้ในกรณีสถานีฐานถูกตัดกระแสไฟฟ้าเพราะน้ำท่วมสูงเพื่อให้สามารถสื่อสารได้ถ้ามีการตัดกระแสไฟฟ้าพร้อมจัดเตรียมยานพาหนะเช่น รถขับเคลื่อน 4 ล้อและเรือสำหรับการเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่สถานีชุมสายหลักได้ทุกพื้นที่อีกด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ดีแทค”ออกมาตรการช่วยลูกค้า 3 จว.อีสานโดนน้ำท่วม