นายธนวรรธน์ พลวิชัยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเป็นก.ค. 57 อยู่ที่ 78.2 เป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 11 เดือน และเป็นการเพิ่มติดต่อกัน3 เดือนนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ โดยปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในเดือน ก.ค.คือ คสช. เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาทจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในอนาคต, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สคศ.)คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 58 ขยายตัว 5%, การส่งออกของไทยในเดือน มิ.ย. 57 เพิ่มขึ้น 3.9% และระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลงเป็นต้น“แม้จะมีปัจจัยบวกแต่ก็ยังมีปัจจัยลบที่ผู้บริโภคกังวลในเดือนก.ค. คือ การปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 57 ลงเหลือ 2%,ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวในระดับต่ำโดยเฉพาะข้าว ยางพาราข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,ผู้บริโภคกังวลเรื่องของค่าครองชีพและความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่อาจมีผลต่อการส่งออกและเศรษฐกิจในอนาคต”นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในเดือน ก.ค. นี้มีดัชนี 2 ตัวที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 100 คือดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่อยู่ระดับ 102.7 สูงสุดในรอบ 10 เดือนและปรับตัวสูงกว่าระดับ 100 ครั้งแรกในรอบ 8 เดือน และดัชนีวัดความสุขในการดำรงชีวิตในอนาคตข้างหน้า3 เดือน อยู่ระดับ 100.5 ซึ่งอยู่ในระดับเกิน 100 ครั้งแรกในรอบ 16 เดือนเนื่องจากปัญหาทางการเมืองคลี่คลาย,เศรษฐกิจ,การแก้ปัญหายาเสพติด และสภาพแวดล้อมต่างๆในประเทศดีขึ้นโดยเฉพาะดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่อยู่ในระดับ 80.8สูงสุดในรอบ 34 เดือนนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 54
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. สูงสุดรอบ 11 เดือน
Blog
-

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. สูงสุดรอบ 11 เดือน
Facebook Comments -

เทศกาลวันแม่เงินสะพัด 1.9 หมื่นล้านบาท
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับวันแม่ว่าในช่วงเทศกาลวันแม่ระหว่างวันที่ 9-12 ส.ค. 57 จะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ 19,411ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.8% เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นจนทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้นประกอบกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงและราคาสินค้าที่แพงทำให้เกิดการใช้จ่ายในรูปแบบของปริมาณเงินเพิ่มขึ้นโดยของขวัญยอดนิยมที่ลูกจะมอบเป็นของขวัญให้แม่มากที่สุดคือ เงินสดและทองคำรองลงมาเป็น พวงมาลัยและดอกไม้, เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ, กระเช้าผลไม้,เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า,ประกันชีวิตหรือสุขภาพ เป็นต้นสำหรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงวันแม่เช่น พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด (ค้างคืน) เฉลี่ย 8,098 บาท,พาลูกและครอบครัวไปทานข้าว 2,149 บาท, พาแม่ไปทำบุญ 1,868 บาท, พาแม่ไปสปาหรือนวด1,858 บาท พาแม่ไปทานข้าว 1,588 บาท เป็นต้นส่วนการวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันแม่พบว่า จังหวัดที่นิยมไปเที่ยว เช่นจังหวัดอยุธยา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต, ราชบุรี, อุดรธานีส่วนใหญ่จะออกเดินทางวันที่ 10 ส.ค. กลับ วันที่ 12 ส.ค.ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ต้องการไปต่างประเทศ พบว่าประเทศที่นิยมมากสุด คือ จีนรองลงมาเป็น เกาหลี, มาเลเซีย, ลาว, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ จะออกเดินทางวันที่9 ส.ค. กลับวันที่ 12 ส.ค.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทศกาลวันแม่เงินสะพัด 1.9 หมื่นล้านบาทFacebook Comments -

ราคาทองคำ 7 ส.ค.57 ปรับครั้งที่ 2
วันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.35 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 2 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,350 บาท รับซื้อ 19,556.40บาท ทองแท่งขาย 19,950 บาท รับซื้อ 19,850 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,350 บาท รับซื้อ 19,556.40 บาท ทองแท่งขาย 19,950 บาท รับซื้อ 19,850 บาท เวลา 12.35น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 200 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,300 บาท รับซื้อ 19,510.92 บาท ทองแท่งขาย 19,900 บาท รับซื้อ 19,800 บาท เวลา 09.29น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 7 ส.ค.57 ปรับครั้งที่ 2Facebook Comments