Blog

  • อุดหนุนราคาพลังงาน ช่วยคนรวยหรือคนจน – พลังงานรอบทิศ

    อุดหนุนราคาพลังงาน ช่วยคนรวยหรือคนจน – พลังงานรอบทิศ

    คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการที่รัฐบาลอุด หนุนราคาพลังงานในประเทศให้มีราคาถูกนั้นเป็นการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น แน่นอนว่าคำกล่าวนี้เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันเราเคยคิดไหมว่า เงินก้อนใหญ่หรืองบประมาณจำนวนมหาศาลที่รัฐบาลทุ่มลงไปในแต่ละปีจำนวนเป็นแสนล้านบาทนั้น มันไปสู่คนจนที่เราต้องการช่วยเหลือจริง ๆ เท่าไร และเงินส่วนใหญ่มันไปสู่คนกลุ่มไหนในสังคม มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายทั้งในและต่างประเทศ (ทั้งที่มีประเทศไทยเป็นและไม่เป็นกลุ่มตัวอย่าง) ที่เราอาจหยิบยกขึ้นมาพูดถึงได้อยู่สองสามกรณีด้วยกัน กรณีแรก ในปี พ.ศ.2556 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่เรารู้จักกันดี ได้ทำการศึกษาการอุดหนุนราคาพลังงานแบบหน้ากระดาน (Across the Board) คืออุดหนุนหมดทุกคน ในประเทศกำลังพัฒนา 21 ประเทศ (ไม่รวมประเทศไทย) พบว่า เงินที่ใช้ในการอุดหนุนราคาพลังงาน 100% นั้น มีเพียง 3-7% เท่านั้นที่ไปสู่กลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในสังคม (20% ล่างสุดในสังคม) แต่กลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดในสังคม (20% บนสุดในสังคม) กลับได้รับส่วนแบ่งเงินอุดหนุนนี้ไปถึง 42-61% เลยทีเดียว กรณีที่สอง ทบวงพลังงานสากล (IEA) ได้ทำการศึกษาการอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มและน้ำมันดีเซลในประเทศไทย และได้รายงานไว้ในรายงาน Citizen’s guide to Energy Subsidy in Thailand, IISD 2013 ว่า คนจนกลุ่มที่รายได้น้อยที่สุด 20% ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเหล่านี้เพียง 5-6% เท่านั้น ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ องค์กรระดับโลกทั้งสองแห่งวิเคราะห์ไว้ตรงกันว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ คนรวยนั้นบริโภคพลังงานมากกว่าคนจนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยคนรวยนั้นมีศักยภาพในการใช้น้ำมันก๊าซ แถมยังมีอำนาจในการซื้อสินค้าที่มีต้นทุนถูกจากการอุดหนุนราคาพลังงานมากกว่าคนจน ซึ่งข้อวิเคราะห์นี้ก็สอดคล้องกับผลการสำรวจของ สนง.สถิติแห่งชาติของไทยที่ระบุว่า ครอบครัวไทยที่มีรายได้สูงบริโภคพลังงานมากกว่าครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ ผลการสำรวจระบุว่าครอบครัวที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อเดือน บริโภคพลังงานประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน สูงกว่าครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน ถึงสิบเท่า จากผลการสำรวจและศึกษาข้างต้นจึงอาจกล่าวได้ว่า การอุดหนุนราคาพลังงานแบบหน้ากระดาน คืออุดหนุนเป็นการทั่วไปและได้หมดทุกคนนั้น เป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม ใช้งบประมาณสูง และเข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการช่วยเหลืออย่างแท้จริง  ข้อสำคัญเป็นการช่วยเหลือคนรวยมากกว่าคนจน และถ้าเรายังคงใช้วิธีการแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคมให้มากขึ้นไปอีก เพราะคนรวยก็จะยิ่งรวยมากขึ้น ดังนั้นวิธีที่ถูกต้องในการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็คือ ตั้งงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือโดยตรงเป็นรายกลุ่ม ใช้เงินน้อยกว่าและได้ผลมากกว่า คนที่มีความสามารถที่จะจ่ายได้ก็ต้องให้เขาจ่ายตามต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่มาอุ้มกันอยู่อย่างทุกวันนี้ แถมยังเอาคนจน (มอเตอไซค์) มาอุ้มคนรวย (รถเบนซ์) ด้วยซ้ำไป!!!.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุดหนุนราคาพลังงาน ช่วยคนรวยหรือคนจน – พลังงานรอบทิศ

  • กสทช.เตรียมยกร่างคุณสมบัติขายกล่อง

    กสทช.เตรียมยกร่างคุณสมบัติขายกล่อง

    วันนี้(6ส.ค.)ที่ห้องบอลรูม โรงแรม S31 สุขุมวิท นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)เปิดเผยถึงกรณีที่สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พร้อมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ยื่นหนังสือเรียกร้องค้านราคาคูปองมูลค่า 690 บาท ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)นั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เนื่องจากกสทช.ได้ส่งมติข้อสรุปให้คสช.พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าว หากคสช.ต้องการข้อมูลเพิ่มเรื่องการปรับมูลค่าเพิ่มนั้น ส่วนตัวมองว่า สามารถปรับเพิ่มจาก 690 บาทได้เนื่องจากความเห็นของฝ่ายกฎหมาย ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ เห็นว่าราคาคูปองเพิ่มขึ้นได้นอกจากนี้เตรียมยกร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการแลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ดิจิตอล ได้แก่ ทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่ 1-250ล้านบาท เงินหลักประกัน 5% จุดบริการแลกคูปอง 5 แห่ง /จังหวัด จุดบริการหลังการขาย 2 แห่ง/ จังหวัด มีคอลเซ็นเตอร์เพื่อรับเรื่องร้องเรียน แจ้งปัญหาต่างๆ โดยจะนำเสนอกสทช.ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ในขณะเดียวกันเตรียมตั้งคณะทำงานวัน สต๊อป เซอร์วิส ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน)หรือ สพธอ. และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางออนไลน์ เพื่องรองรับกรณีเกิดปัญหาขึ้นกับหน่วยงานใดก็สามารถใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานแก้ไขได้ทันที เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตแนวโน้มสูงต่อเนื่อง 7.2ชั่วโมง ต่อวัน จึงต้องให้ความสำคัญต่อผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เตรียมยกร่างคุณสมบัติขายกล่อง

  • สรรพากรบี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเสียภาษี

    สรรพากรบี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเสียภาษี

    นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมฯจะเชิญผู้ประกอบการ อีคอมเมิร์ซหรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 1,000 ราย ที่มียอดขายกว่า100,000 ล้านบาทมาชี้แจงถึงหน้าที่การเสียภาษีเงินได้ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องชัดเจนว่าจะเสียภาษีเป็นแบบบุคคลธรรมดาหรือ นิติบุคคล โดยจะให้เริ่มจ่ายตั้งแต่ปีภาษี 58 เป็นต้นไปส่วนการเก็บภาษีย้อนหลังจะดำเนินการก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซเสียภาษีไม่ถูกต้องสำหรับการจัดเก็บภาษีในเดือนก.ค.ที่ผ่านมาพบว่าสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 4,000 ล้านบาทคาดว่าในช่วงครึ่งหลังการเก็บภาษีจะดีกว่าที่ผ่านมาจากเป้าหมายเก็บภาษีทั้งปีงบประมาณ 57 จำนวน 1.89 ล้านล้านบาท เดิมคาดว่าจะต่ำกว่าเป้า 100,000ล้านบาทแต่จากยอดภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนก.ค. พบว่าขยายตัว1.7% ผลจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจึงทำให้ปัญหาการเก็บภาษีพลาดเป้าหมายน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงท้ายของปีงบประมาณ 57ก่อนหน้านี้กรมสรรพากรได้กำชับผู้เสียภาษีนิติบุคคลรอบครึ่งปีที่เริ่มยื่นแบบและชำระภาษีเดือน ส.ค. นี้ อย่าเสียภาษีต่ำกว่าเป็นจริงเพราะจะถูกปรับรวมถึงยังเรียกผู้ตรวจสอบบัญชีกว่า 10,000 ราย ทั่วประเทศมาทำความเข้าใจการทำบัญชีให้กับลูกค้าหากทำไม่ถูกต้องทำให้เสียภาษีครบก็จะขึ้นบัญชีดำกับผสำนักงานบัญชีนั้นและเข้าตรวจสอบการเสียภาษีกับผู้ประกอบการที่เป็นสำนักบัญชีแห่งนั้นขณะเดียวกันกรมสรรพากรยังอยู่ระหว่างเสนอแก้กฎหมายให้คณะบุคคลต้องแสดงรายได้เสียภาษีบุคคลธรรมดาเพื่อป้องกันการไปตั้งคณะบุคคลหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินภาษีและมีการแก้ไขกฎหมายให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเข้าไปอายัดบัญชีผู้ทุจริตภาษีเพื่อได้ทันทีจากเดิมที่กรมสรรพากรมีอำนาจแต่การอายัดบัญชีเฉพาะผู้ที่เป็นหนี้ภาษีหรือจ่ายภาษีไม่ครบเท่านั้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรบี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเสียภาษี