Blog

  • สุวรรณภูมิจัดที่จอดรถผู้หญิง 6 แห่ง

    สุวรรณภูมิจัดที่จอดรถผู้หญิง 6 แห่ง

    นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท เปิดเผยว่ าทอท. ได้จัดโครงการที่จอดรถสำหรับสุภาพสตรีหรือ เลดี ปาร์กิง ที่ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งคือ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้จัดพื้นที่อาคารจอดรถ 2 ชั้น 3 ทั้งชั้นจอดรถได้ 450 คัน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสตรีอำนวยความสะดวก แต่เนื่องจากมีผู้ใช้บริการท่าอากาศยานวันละกว่า 100,000 คน จึงอนุญาตเฉพาะสุภาพสตรีที่เดินทางคนเดียวหรือ มีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีร่วมทางด้วย สามารถจอดรถได้ โดยจะทดลองเปิดให้บริการในวันที่ 7 ส.ค. 57 และเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.57 นี้เป็นต้นไปสำหรับที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย และท่าอากาศยานภูเก็ตนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจัดพื้นที่จอดรถเลดีปาร์กิง บริเวณหน้าอาคารจอดรถผู้โดยสาร ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง มีแผนจะปรับปรุงที่จอดรถชั้น 3 เอ และ 3 บี ของอาคารจอดรถ 7 ชั้น เพื่อเป็นที่จอดรถสำหรับสุภาพสตรีจอดรถได้ 200 คัน ซึ่งจะใช้เวลาปรับปรุง 2เดือนส่วนท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานเชียงใหม่ อยู่ระหว่างการดำเนินการเช่นกัน นอกจากการจัดพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ได้มอบนโยบายให้ท่าอากาศยานทุกแห่ง พิจารณาการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และการดูแลด้านความปลอดภัย โดยติดตั้งกล้องวงจรปิด และจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราอีกด้วย ซึ่งทอท.คาดว่าลานจอดรถสำหรับสุภาพสตรีนี้ จะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ที่เป็นสุภาพสตรีเป็นอย่างดี“ทอท.ให้ความสำคัญในการดูแล และอำนวยความสะดวกผู้พิการ สุภาพสตรี และผู้สูงอายุ ที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิท่า อากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ และที่ผ่านมาได้ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยานทุกแห่ง เพื่อให้ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ได้ใช้บริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก และปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สุวรรณภูมิจัดที่จอดรถผู้หญิง 6 แห่ง

  • เอกชนลุยจัดมหกรรมบ้านและคอนโดฯ

    เอกชนลุยจัดมหกรรมบ้านและคอนโดฯ

    นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดว่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นและเติบโตได้ถึง 10% หลังจากครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เศรษฐกิจซบเซา ผู้บริโภคขาดความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อรวมทั้งปีนี้แล้ว คาดว่าตลาดอสังหาฯ ยังทรงตัวที่ 5-6% ใกล้เคียงกับปีก่อน หรือมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 500,000 ล้านบาท“ตั้งแต่ปลายปี 56 มาจนถึงต้นปี 57 อสังหาฯ ค่อนข้างแย่ จากสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่น และการจับจ่าย แต่เมื่อการเมื่องเริ่มนิ่ง เศรษฐกิจเริ่มฟื้น ทำให้เชื่อว่าอสังหาฯ จะกลับมาบูมขึ้นแน่นอน เพราะผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ การลงทุนต่าง ๆ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่าสินเชื่อบ้านปีนี้จะขยายตัวได้ 6-8% ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งจากธปท.และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ต่างก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่สมาคมฯ ก็มองว่าจะฟื้นไม่น้อยกว่านั้น และจะเริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับภาคเอกชนจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเร่งระบายสต๊อกเก่า และดอกเบี้ยที่ยังอยู่ระดับต่ำ จะยิ่งเป็นแรงกระตุ้นมากขึ้นด้วย"ทั้งนี้สมาคมฯ ได้ร่วมกับบริษัทโฮมบายเออร์ไกด์ จึงได้ร่วมกันจัดงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯและสินเชื่อแห่งปี รวมทั้งมหกรรมอสังหาริมทรัพย์และบ้านมือสอง มหกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคล และมหกรรมเลือกซื้อบ้าน-คอนโดฯซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่21-24 ส.ค.นี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีทั้งผู้ประกอบการ และสถาบันการเงินต่างเข้าร่วมงานทั้งหมด มีโปรโมชั่นกว่า 300 โครงการบ้านมือสอง บ้านเอ็นพีเอจาก 6 สถาบันการเงิน และ 1 บริษัทบริหารทรัพย์สิน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 80,000 คน มียอดขอสินเชื่อมากกว่าปีก่อนที่ 11,750 ล้านบาท รวมทั้งมียอดซื้อทรัพย์เอ็นพีเอมากกว่าปีก่อนที่ 3,392 ล้านบาทเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนลุยจัดมหกรรมบ้านและคอนโดฯ

  • 2 นักวิจัยเคมี จุฬาฯ คว้ารางวัลนักวิทย์ดีเด่นปีนี้

    2 นักวิจัยเคมี จุฬาฯ คว้ารางวัลนักวิทย์ดีเด่นปีนี้

    วันนี้ (5 สิงหาคม 2557) ที่โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพ ฯ มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)และเอสซีจีจัดงานประกาศผลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2557ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ประธานมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์ละเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิฯ จัดให้มีการมอบรางวัลดังกล่าวขึ้นเป็นปีที่32ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวในการสนับสนุนผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตซึ่งปัจจุบันจากผลสำรวจพบว่าไทยมีนักวิจัยประมาณ11 คนต่อประชากร 10,000 คนซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ประกอบกับงบประมาณงานวิจัยและพัฒนาจากภาครัฐมีเพียง0.2-0.25 % ของจีดีพีเท่านั้นซึ่งต่ำกว่าที่ควรจะเป็นประมาณ 5-10 เท่า ส่งผลให้งานวิจัยที่ออกมาสวนทางกับโครงสร้างการพัฒนาประเทศที่ต้องการนักวิจัยในสายงานวิทยาศาสตร์มากเป็นเท่าตัวดังนั้นหากจะต้องปฎิรูปด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวใจหลักก็คือการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มที่โดยต้องเพิ่มงบด้านนี้ให้ถึง1-2 % ภายใน 4-5 ปีขณะเดียวกันต้องมีการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ขึ้นมารองรับด้วย ทั้งนี้การมอบรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จะเป็นแรงผลักดันอีกช่องทางหนึ่งที่ต้องการขับเคลื่อนงานวิจัยให้มีบทบาทในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศส่งเสริมให้นักวิจัยมีเป้าหมายในการทำงานมากยิ่งขึ้นมีความเป็นเลิศในงานวิจัยทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพสำหรับ ในปีนี้คณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น มีมติเป็นเอกฉันท์ให้นักวิจัย 2ท่าน ได้รับรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2557” คือ ศ.ดร.ธวัชชัย ตันฑุลานิ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผู้บุกเบิกงานวิจัยด้าน “เคมีซุปราโมเลกุลหรือเคมีของโฮสต์-เกสต์”นำไปสู่การประยุกต์ด้านเซ็นเซอร์สำหรับไอออนและโมเลกุลเพื่อใช้ในการตรวจวัดปริมาณโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับน้ำที่ใช้ในการเกษตรและการตรวจวัดปริมาณของโลหะโซเดียมในเลือดเพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ และ ศ.ดร.ธีรยุทธ วิไลวัลย์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้นำความรู้ทางเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ มาผลิตงานวิจัยซึ่งมีสร้างพีเอ็นเอ (PNA ) ซึ่งเป็นสารเลียนแบบดีเอ็นเอ เพื่อรักษาโรคในระดับสารพันธุกรรมศ.ดร.ธีรยุทธ เปิดเผยเกี่ยวกับงานวิจัยที่ทำว่าเป็นการใช้ความรู้ด้านเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ เพื่อสร้างสารชนิดใหม่ ๆที่สามารถควบคุมคุณสมบัติต่าง ๆ ได้อย่างเช่น การสร้างสารเลียนแบบสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอที่เรียกว่าพีเอ็นเอ ที่สามารถประยุกต์ใช้ในการวินิจฉัยโรคหรือการออกแบบและพัฒนาวิธีการสังเคราะห์สารยับยั้ง”เอนไซม์ไดไฮโดรโฟเลตรีดักเทศ”ของเชื้อมาลาเรียชนิดพลาสโมเดียม ฟอลซิพารัม ซึ่งนำไปสู่พัฒนายาต้านเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ดื้อยาร่วมกับไบโอเทคหรือศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาตินอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2557 ซึ่งมีทั้งสิ้น 4 ท่าน คือ ผศ.ดร.ทรงยศ นาคอริยกุล ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผศ.ดร.ธงไทย วิฑูรย์ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.ปริญญา การดำริห์ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.มนตรี สว่างพฤกษ์ ภาควิชาวิศวกรรมเคมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 2 นักวิจัยเคมี จุฬาฯ คว้ารางวัลนักวิทย์ดีเด่นปีนี้