Blog

  • ความลึกลับของถ่านมือถือ – 1001

    ความลึกลับของถ่านมือถือ – 1001

    เมื่อวันก่อนขยับพลาดไปหน่อย ปล่อยไก่ไปสองเล้า เสียรังวัดนักไอทีชั้นเซียนไปอักโข เรื่องมีอยู่ว่ามือถือของภรรยาออกอาการดับกลางอากาศ ต้องเสียบชาร์จจากถ่านสำรองเอาไว้ตลอด เลยคาดว่าเป็นเพราะถ่านเสื่อม พอมีโอกาสเดินผ่านมาบุญครองเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าเลยแวะชั้น 4 อาณาจักรมือถือแห่งประเทศไทยหาซื้อถ่านใหม่สักก้อน แต่ความที่ไม่มีตัวเครื่องอยู่ด้วยเลยนึก ๆ เอาและโทรฯ ไปถามภรรยาว่ารุ่นไหนจะได้บอกคนขายได้ คนขายเขาก็วิ่งไปหาถ่านมาให้ ตอนเย็นก็มาเปลี่ยนให้ภรรยาด้วยความที่เป็นนักไอทีตัวยง (คือชื่อยรรยงน่ะนะครับ) เปิดก็ไม่ติด เสียบปลั๊กชาร์จไฟก็ไม่เข้า เอาล่ะสิ เลยถอดถ่านออกมาดูเปรียบเทียบระหว่างก้อนเก่ากับก้อนใหม่ว่ามันยังไงกัน เทียบดูก็พบว่าหน้าตาเหมือนกันทุกประการ (ตามรูปที่ 1-ไม่ได้ตั้งใจโฆษณานะครับ) เพียงแต่เบอร์รุ่นไม่ตรงกัน แต่พอดูตุ่มจ่ายไฟ (รูปที่ 2) ที่เป็นสีทองส่ีเหลี่ยมเล็ก ๆ ก็พบว่าก้อนเก่ามีสี่ตุ่มส่วนก้อนใหม่มีแค่สามตุ่ม อ้าวก็ไม่เหมือนกันนี่นา อย่างนี้ก็ผิดรุ่นแล้ว ใช้ไม่ได้ วันรุ่งขึ้นเลยต้องชวนภรรยาไปเจอกันที่มาบุญครองหลังเลิกงาน ต้องเอาเจ้าตัว (และมือถือ) ไปด้วย จะได้รู้แล้วรู้รอดกัน โชคดีที่เจอตัวคนขายคนเดิม ไม่ต้องเท้าความมาก เขาก็เปิดเอาถ่านเก่าออกแล้วเอาก้อนใหม่มาส่องดูเพื่อจะยัดเข้าไปแทน แล้วก็ชะงัก เงยหน้าขึ้นมาบอกผมว่า “พี่ต้องแกะแผ่นพลาสติกที่แปะไว้ตรงขั้วจ่ายไฟออกก่อนนะ” หน้าแตกสิครับ ผมเพ่งดู (ตามประสาคนแก่วัยเกษียณ) ก็เห็นว่ามีชิ้นพลาสติกใสแผ่นแคบ ๆ พอดีช่วงขั้วต่อไฟแปะบังไว้ คนขายก็แกะออก ใส่ถ่านเข้าไป ก็เปิดใช้งานได้ ชาร์จไฟก็ได้ ผมก็ถามด้วยความงงงวยว่า อ้าว แล้วทำไมของเก่ามันสี่ตุ่มของใหม่แค่สามตุ่ม ใช้ด้วยกันได้ด้วยเหรอ เขาก็บอกสั้น ๆ ว่า “ได้ ถ่านขนาดเท่ากันใส่เข้าไปได้ก็ใช้ได้แล้ว” ผมเลยขี้เกียจถามต่อ กลับมาบ้านก็จับถ่านเก่ากับใหม่มาประกบกัน (รูปที่ 3) พบว่าตำแหน่งตุ่มมันตรงกันเพียงแต่ของใหม่หายไปตุ่มนึง เฮ้อ สนุกสนานดี สรุปได้ข้อคิดมาหลายประการ เอามาเล่าสู่กันฟังเผื่อว่าเรา ๆ ท่าน ๆ จะได้เอาไปใช้ในฐานะคนที่ต้องเล่นวนเวียนอยู่กับอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายเวลาหาซื้ออะไหล่หรืออุปกรณ์เสริม ไม่ว่าจะเป็นถ่านสำรอง แผ่นกันรอย เมมโมร่ี สายชาร์จ ปลั๊กไฟ ต้องมีเครื่องตัวจริงที่จะใช้อุปกรณ์เหล่านั้นไปด้วยเพื่อทดสอบใช้งานจริงที่ร้านเสมอ และแค่เสียบได้ไม่พอนะครับ ต้องทดลองเปิดใช้ดู จะได้ไม่ต้องเป็นแบบผมที่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าแค่เปลี่ยนถ่านมือถือเท่านี้ฝีมือระดับปรมาจารย์อย่างผมนี่เหลือเฟือ รายละเอียดทางเทคนิคต่าง ๆ แม้แต่เรื่องหยุมหยิมอย่างแผ่นปิดกันรอยที่ผมโดนมา อาจทำให้ต้องเสียเวลา เสียอารมณ์ เสียเที่ยว เสียหน้า และไปจนถึงเสียสตางค์เพิ่มได้ครับ เนื่องจากอุปกรณ์ไฮเทคพวกนี้พัฒนาเร็วมาก ๆ ๆ ๆ ๆ  แต่ละรุ่นจะอยู่ในท้องตลาดไม่เกินสองปี (ผมเคยไปหาซื้อเครื่องตกรุ่นเผื่อจะได้ราคาดี ราคาลงมาก็จริงแต่ไม่มีขายแล้ว) ดังนั้นแนะนำว่าอย่าไปซื้อของตกรุ่นเกินปีหรือสองปีเป็นอันขาด อย่าบอกว่าไอโฟนสี่ก็พอแล้ว จะไปเอาตั้งห้าหกเจ็ดไปทำไม ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของความทันสมัยหรือมีลูกเล่นใหม่ ๆ อะไรหรอกครับแต่เป็นเรื่องของอุปกรณ์เสริมและอะไหล่ต่างหากที่จะหายากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นซอง สายชาร์จ ถ่าน แผ่นปิดกันรอย หรือโปรแกรม รวมไปถึงเพื่อนฝูงร่วมชะตากรรม อันนี้ไม่นับพวกที่ซื้อรุ่นใหม่ตามแฟชั่นนะครับ ผมเน้นเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พวกนี้และทู่ซี้ใช้สักสามถึงห้าปี แต่ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้เกินสามปีเพราะจะเริ่มวุ่นวายแล้วครับ ยกเว้นไม่ค่อยมีสตางค์ (แบบผม) ภรรยาผมถามว่า อ้าว แล้วสามตุ่มกับสี่ตุ่มมันไม่ต่างกันหรือ จะมีผลข้างเคียงอะไรไหม ใช้ไปจะระเบิดใส่หูหรือเปล่า ก็ขอบอกตรง ๆ เลยครับว่า ไม่รู้ และไม่สน ความซับซ้อนของวิทยาการนั้นสุดที่เรา ๆ ท่าน ๆ จะหยั่งถึงครับ เสียเวลา เสียหัวเปล่า ๆ อาศัยซื้อของแท้ (มั้ง) ก็พอจะอุ่นใจว่าเราคงไม่ซวยคนเดียว การซื้ออุปกรณ์รุ่นล่าสุดกับอุปกรณ์ที่ลูกเล่นมากนั้นเป็นคนละประเด็นกันครับ อาจซื้อรุ่นล่าสุดที่จอไม่ละเอียดมากนัก ขาดลูกเล่นอยู่บ้าง ราคาจะลดลงมามากทำให้ไม่เสียดายมากนักเวลาต้องโยนทิ้ง อย่าไปซื้ออะไรแพง ๆ โดยไม่จำเป็นเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก ตอนนี้ตลาดรถยนต์ก็ออกมาคล้ายกัน มี minor change คือเปลี่ยนตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ออกมาทุกสองสามเดือน มีไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง เปลี่ยนไฟท้าย ต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้รถแพง ๆ ที่ซื้อไปแม้จะมียี่ห้อ เป็นถึงรถยุโรป ก็ “ตกรุ่น” ไม่น่าขับไปเลย อะไหล่ก็หายากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เริ่มทำใจได้แล้วว่าซื้อรถเล็กราคาถูกน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า ซื้อเท่าที่จำเป็น เวลาเดินไปซื้อของที่ละแวกอย่างมาบุญครอง ให้กำหนดจิตให้มั่น ซื้อเฉพาะของที่ต้องการเท่านั้น เพราะวันนั้นหลังจากหน้าแตกแล้วก็หลงซื้อถ่านสำรอง power bank มาให้ลูกสาวอีกก้อนหนึ่งเพราะเขารู้ว่าผมอยู่ร้านแบตเตอร่ีเลยไลน์เข้ามาสั่งเฉยเลย แถมตอนเดินกลับ ดูโน่นดูนี่แล้วก็อยากซื้อไปเสียหมด ของเล่นน่าใช้เยอะจริง ๆ โชคดีที่กระเป๋าเงินไปด้วยเลยยับยั้งชั่งใจได้เยอะ (เพราะกระเป๋าเปิดยาก) ยิ่งกลับไปดูที่บ้านแล้วก็เสียดายตังค์ มีอุปกรณ์เสริมวางทิ้งฝุ่นจับอยู่เกลื่อนไปหมด ใช้ไม่คุ้มสักเท่าไรเลย เทคโนโลยีนั้นน่าเล่นมากครับ แต่ก็ต้องมีสติรู้จักเล่น ที่สำคัญคืออย่าหน้าบาง อะไรไม่รู้ก็ถามเอาตรง ๆ เพราะมันมหากาฬมากครับ ไม่มีใครรู้ไปเสียทั้งหมดหรอก โดยเฉพาะคนขายที่อยู่กับพวกนี้ชั่วนาตาปี เขารู้ดีกว่าเราพวกขั้นเทพเยอะเลยครับ. อ.ดร.ยรรยง เต็งอำนวย ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวฯ จุฬาฯ Yunyong.T@Chula.ac.th Facebook: yunyong.tengamnuay

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ความลึกลับของถ่านมือถือ – 1001

  • ‘ซีเนียร์ คอม’ ผนึก ‘เอ็นอีซี’ ญี่ปุ่น ส่ง ‘มาย คาร์’ ขายตลาดอาเซียน-จีน

    ‘ซีเนียร์ คอม’ ผนึก ‘เอ็นอีซี’ ญี่ปุ่น ส่ง ‘มาย คาร์’ ขายตลาดอาเซียน-จีน

    “ซีเนียร์ คอม” จับมือ เอ็นอีซี ประเทศญี่ปุ่น ส่ง “มาย คาร์” ซอฟต์แวร์บริหารจัดการศูนย์รถยนต์ลุยตลาดต่างประเทศ  เริ่มที่อาเซียน และจีน หวังนำซอฟต์แวร์ไทย โกอินเตอร์ นายสมเกียรติ อึงอารี ประธานบริหาร บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมลงทุนกับ เอ็นอีซี (NEC) ประเทศญี่ปุ่น จำนวน  50 ล้านบาท ในสัดส่วน 50 ต่อ 50  เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมบริหารจัดการศูนย์รถยนต์ ชื่อ มาย คาร์  (My Car) รองรับการทำงานตั้งแต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไปจนถึงศูนย์บริการรถยนต์ทั่วไป จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ของรถยนต์ ตั้งแต่การที่ลูกค้าเริ่มทดลองขับ   การตรวจสอบรถเพื่อส่งมอบ การนำรถเข้าตรวจเช็กระยะที่ศูนย์บริการไปจนถึงการตรวจสอบและสำรองอะไหล่รถ โดยใช้ระบบคลาด์ คอมพิวติ้ง ทำให้ทั้งผู้ผลิตรถยนต์และตัวแทนจำหน่ายศูนย์บริการสามารถรู้ข้อมูลแบบออนไลน์เมื่อรถถูกนำมาเข้ารับบริการในศูนย์บริการต่าง ๆที่มีอยู่ทั่วประเทศ และยังช่วยสร้างความพึงพอใจของลูกค้าที่จะได้รับบริการที่รวดเร็วและมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น “การร่วมลงทุนของเอ็นอีซีเริ่มเมื่อ 2 ปีก่อน โดยเป็นการลงทุนเฉพาะโครงการ มาย คาร์ ปัจจุบันสามารถคืนทุนแล้ว ในไทยมีลูกค้า คือ รถยนต์ ฮีโน่  นิสสัน และ ซูซูกิ รวมแล้วประมาณ 550 ศูนย์บริการ และคาดว่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 1-2 ราย และมีแผนนำมาย คาร์ เจาะตลาดในต่างประเทศโดยมีเอ็นอีซีเป็นคนทำตลาดเนื่องจากมีสาขาอยู่ในหลายประเทศ จะเริ่มในประเทศแถบอาเซียนและจีน ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยกับมาสด้าในอินโดนีเซียและเวียดนาม รวมถึงโตโยต้าในเมียนมาร์” นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับรายได้ของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีประมาณ 100 ล้านบาท เติบโตประมาณ 30-40% จากปีที่แล้ว และหากการสามารถนำมาย คาร์ ไปเจาะตลาดต่างประเทศได้สำเร็จคาดว่าจะทำให้มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 30% และต่างประเทศ  70% อย่างไรก็ตามบริษัทยังได้ลงทุนจำนวน 60 ล้านบาท เพื่อปรับเปลี่ยนสำนักงานแห่งใหม่ที่ลาดพร้าว 101/3 และเพิ่มจำนวนพนักงานเขียนโปรแกรมหรือโปแกรมเมอร์จาก 60 คนเป็น 100 คน ส่งผลให้เป็นบริษัทด้านซอฟต์แวร์บริหารจัดการรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในไทย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ซีเนียร์ คอม’ ผนึก ‘เอ็นอีซี’ ญี่ปุ่น ส่ง ‘มาย คาร์’ ขายตลาดอาเซียน-จีน

  • กสทช.หารือทีวีทำหน้าที่เตือนภัยพิบัติ

    กสทช.หารือทีวีทำหน้าที่เตือนภัยพิบัติ

    วันนี้(31ก.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกันระหว่างผู้แทนสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และกรมอุตุนิยมวิทยา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์กรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน โดยเบื้องต้นเสนอให้เพิ่มช่วงข่าวเตือนภัยพิบัติหลังข่าวพยากรณ์อากาศประจำวันเพื่อให้ความรู้ประชาชน อัพเดตข่าวสารให้ทันกับสถานการณ์นอกจากนี้ยังขอให้ทีวีดิจิตอลจำนวน 3 ช่อง ที่ยังไม่ส่งแผนเตือนภัยรีบนำส่งสำนักงานกสทช.เพื่อที่จะได้ส่งต่อไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติ เพื่อจะได้ส่งข่าวสาร ให้แก่สถานีโทรทัศน์ ทั้งรูปแบบเตือนภัยปกติเตือนภัยฉุกเฉินเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันสำหรับมาตรฐานข่าวการเตือนภัยจะเริ่มตั้งแต่การมีตัววิ่งแจ้งสถานการณ์ผ่านจอการเพิ่มช่องแจ้งข่าวเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเล็กในจอและการตัดเข้าสู่การแจ้งสถานการณ์เต็มรูปแบบเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินร้ายแรงอย่างไรก็ตามที่ผ่านมาศูนย์เตือนภัยพิบัติส่งข้อมูลให้แก่สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เพื่อกระจายไปยังฟรีทีวีระบบอะนาล็อกเดิมส่วนทีวีดิจิตอล ต้องหารือว่าจะร่วมกลุ่มกันเหมือนทีวีอะนาล็อกหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีการหารือกันอีกครั้งโดยจะเชิญผู้ให้บริการโครงข่ายทั้ง4 รายในการพัฒนาระบบการตัดเข้าสู่เตือนภัยได้หรือไม่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.หารือทีวีทำหน้าที่เตือนภัยพิบัติ