Blog

  • คสช.ไฟเขียวยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน

    คสช.ไฟเขียวยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 8 ปี ตั้งแต่ ปี 58-65ประกอบด้วย 4 ด้าน 5 แผนงานพร้อมทั้งยังเห็นชอบขยายโครงการลดค่าครองชีพ รถเมล์รถไฟฟรีอีก 6เดือนไปจนถึงเดือนม.ค.5 8โดยโครงการเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำในปี 57-58 ประกอบด้วยขยายรถไฟทางคู่เดิม 6 เส้นทางวงเงิน 127,472ล้านบาท และรถไฟทางคู่แบบขนาดทางมาตรฐาน1.435 เมตร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า(ไฮสปีดเทรนเดิม) 2 เส้นทางวงเงิน 741,460ล้านบาทรวมถึงโครงข่ายถนนสายหลักเชื่อมเมืองหลักกทม.และปริมณฑลทั้งนี้ คสช.ยังเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน ระหว่างสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคมโดยมี พล.อ.อ.ประจินจั่นตอง ผบ.ทอ.รองหัวหน้าคสช. และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธาน ในการพิจารณารายละเอียด และจัดสรรแหล่งที่มาของเงินลงทุนในระยะเร่งด่วน เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วันสำหรับรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน 1.435 เมตร วิ่งด้วยความเร็ว 160 กม.ต่อชม. โดยจะก่อสร้าง 2 เส้นทาง คือสายอีสาน หนองคาย-โคราช-สรพบุรี-แหลมบัง-มาบตาพุดระยะทาง 737 กม. วงเงิน392,570 ล้านบาท และสายเหนือ เชียงของ-เด่นชัย-บ้านภาชี ระยะทาง 655 กม.วงเงิน 348,890 ล้านบาทระยะเวลาก่อสร้าง ปี 58–64 จะใช้ในการขนส่งผู้โดยสารใช้ความเร็ว160 กม.ต่อชม.และขนสินค้าใช้ความเร็ว120กม.ต่อชม. โดยมีเป้าหมายจะเชื่อมต่อกับประเทศจีนตอนใต้และช่วงแรกจะว่าจ้างศึกษาเพื่อปรับแบบการก่อสร้างจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงซึ่งทำให้ค่าก่อสร้างลดลงจากเดิมกม.ละ 500– 600 ล้านบาทเหลือเพียง 350– 400 ล้านบาท“ทางคู่แบบมาตรฐาน ก็คือรถไฟความเร็วสูงเดิม แต่ปรับลดขนาดความเร็วจากเดิมมากกว่า 200 กม.ต่อชม. เหลือเพียง160 กม.ต่อชม. จึงไม่เรียกว่ารถไฟความเร็วสูง แต่อนาคตจะเพิ่มความเร็วเปลี่ยนไปเป็นรถไฟความเร็วสูงได้ เพราะระบบรางรองรับได้ จึงถือว่าเป็นการลงทุน เพื่อลดภาระการลงทุนในอนาคต”นางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า โครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน6 เส้นทาง887 กม .วงเงิน 127,472 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. ชุมทางจิระ-ขอนแก่น185กม.วงเงิน 16,007 ล้านบาท 2. ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร167 กม. วงเงิน 17,293 ล้านบาท3. นครปฐม-หัวหิน165 กม.วงเงิน 20,038 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการช่วงปี 58-61ส่วน 4.มาบกะเบา-นครราชสีมา132 กม. วงเงิน29,855 ล้านบาท5.ลพบุรี-ปากน้ำโพ 148 กม. วงเงิน 24,842 ล้านบาท6.หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ 90 กม. วงเงิน 9,437 ล้านบาท ดำเนินการ ปี 59-63 ยังไม่รวมสายฉะเชิงเทรา –คลอง 19-แก่งคอยอยู่ในขั้นตอนเตรียมเปิดประกวดราคา รอให้คณะกรรมการคตร.ตรวจสอบรายละเอียดโครงการหากสามารถขยายทางคู่ได้ตามแผน จะทำให้ขบวนรถไฟที่ให้บริการวันละ 288 เที่ยวต่อวันเพิ่มเป็น 800 เที่ยวต่อวัน"ระยะเร่งด่วน นอกจากการขยายทางคู่แล้ว จะจัดหัวรถจักรขบวนรถใหม่ และปรับเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณ ไปใช้ระบบอัตโนมัติในส่วนของหัวรถจักรที่มีการจัดหาแล้ว 20 หัว จะส่งมอบภายในเดือนส.ค.นี้ และจัดหาเพิ่มเติมใหม่อีก 50 หัวและส่วนที่จะซ่อมหัวรถจักรเดิม 50 หัว จะเปลี่ยนเป็นจัดซื้อใหม่ 36 หัวแทนรวมจะมีหัวรถจักรใหม่ทั้งสิ้น106 หัว"ส่วนการพัฒนาทางหลวง 4 ช่องจราจรได้แก่ทางหลวงหมายเลข 4 กระบี่-อ.ห้วยยอด ทางหลวงหมายเลข 12 กาฬสินธุ์-อ.สมเด็จ ตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย ทางหลวงหมายเลข 314 อ.บางปะกง-อ.ฉะเชิงเทราตอน 2ทางหลวงหมายเลข 3138อ.บ้านบึง-อ.บ้านค่ายตอน 3 และบูรณะทางหลวงสายหลัก ที่เชื่อมระหว่างภาคทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายพัทยา-มาบตาพุด ทางหลวงที่สนับสนุนการเกษตรและการท่องเที่ยวรวมทั้งพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าด้วยนางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้า10เส้นทาง จะเร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 เส้นทาง8 9กม.คื อสายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ23 กม.จะสร้างเสร็จปี 58 สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ-บางแค27 กม. สร้างเสร็จปี 60 สายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 12.8 กม. สร้างเสร็จปี 60 สายสีแดงบางซื่อ-รังสิต26 กม.จะพิจารณาปรับแบบคาดจะสร้างเสร็จปี 60ส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการปี 57– 58คือสายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-คูคต 7 กม.และหมอชิต-สะพานใหม่ 11.4 กม. จะเร่งรัดประกวดราคา ส่วนที่พร้อมประกวดราคา 3 โครงการ86.4 กม.ในความรับผิดชอบของ รฟม.คือ สายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี20 กม. อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 36 กม.และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-พัฒนาการ 30.4 กม. เตรียมขออนุมัติโครงการ ส่วนอีก 3 เส้นทางในความรับผิดชอบของ ร.ฟ.ท.คือ 1. บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน 25.5 กม. 3. ส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์พญาไท–ดอนเมือง21.8กม. ร.ฟ.ท.พร้อมประกวดราคาและ 3. ส่วนต่อขยายสายสีแดงช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 10.3 กม. เตรียมเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.ไฟเขียวยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน

  • สหภาพฯชงผู้อำนวยการสลากฯคนใหม่

    สหภาพฯชงผู้อำนวยการสลากฯคนใหม่

    นายอำนวยพร เกิดพุ่ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานมีมติเห็นชอบให้ พล.ท.พิชิต บุญญาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบ กเป็นผู้อำนวยการสลากกินแบ่งรัฐบาลคนใหม่แล้ว โดยกำลังเจรจาต่อรองเงินเดือนและผลตอบแทน“หลังจากที่บอร์ดสลากฯ มีมติดังกล่าวออกมา สหภาพฯสลาก ได้เข้าพบประธานบอร์ดสลากฯเ พื่อขอคำยืนยันเรื่องของความโปร่งใส เพราะพล.ท.พิชิต เป็นลูกน้องของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยนายสมชัยยืนยันว่าก ารสรรหาเป็นไปด้วยความโปร่งใสและพล.ท.พิชิต ต้องการมาทำงานที่สลากฯ และยืนยันว่ากองสลากฯ ในยุคนี้จะไม่มีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”สำหรับการสรรหาผู้อำนวยการสลากฯคนใหม่ มีขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.โดยคสช.ขอให้สลากฯสรรหาให้จบภายใน 1เดือนโดยรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ4 คนประกอบด้วย พลโทพิชิต บุญญาธิการ พันเอกโฆษิต พัชรครุกานนท์ ร้อยตรีกิตตินันท์ ยะตินันท์ และนายทรงวุฒิ อภิรักษ์ขิตด้านนายจรินทร์ จันกะพาก ประธานสรรหาผู้อำนวยการสลากฯ กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้การสรรหาตำแหน่งผู้อำนวยการสลากฯ คนใหม่นั้น ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากกำลังรอเอกสาร จากหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้ส่งข้อมูลกลับมาใ ห้คณะกรรมการสรรหา หากได้รับข้อมูลมาครบถ้วนแล้ว ก็พร้อมที่จะรายงานต่อนายสมชัย สัจจพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากฯ เพื่อขอเปิดประชุ มเริ่มกระบวนการคัดเลือกต่อทันที ส่วนจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ค.หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถระบุได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สหภาพฯชงผู้อำนวยการสลากฯคนใหม่

  • จี้แก้ปัญหาส่วยท่าเรือ

    จี้แก้ปัญหาส่วยท่าเรือ

    ร.อ.อิทธิชัย สุพรรณกูล รองผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารทรัพยากรบุคคล และการเงิน รักษาการแทน ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวพนักงานท่าเรือกรุงเทพ เรียกรับเงินจากผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการท่าเรือเป็นเงิน 400- 500 ล้านบาทต่อปีว่า เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวมีจริง แต่เป็นส่วนน้อย ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับผู้ใช้บริการการท่าเรือแล้ว และตกลงที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ขึ้นมาตรวจตราดูแลเรื่องนี้ เพื่อแก้ปัญหาให้หมดไป “ต่อไปหากพบว่าพนักงานของการท่าเรือฯ มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับเงินจากผู้ใช้บริการท่าเรือแบบไม่ถูกต้อง การท่าเรือฯก็จะไล่พนักงานรายนั้นออกโดยทันที”ร.อ.อิทธิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางการท่าเรือฯ ได้ร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชน พร้อมออกมาตรการป้องกัน และแก้ปัญหาในเรื่องนี้แบ่งเป็น 3 ระยะแผนระยะสั้น ติดตั้งสายด่วนร้องเรียนการให้บริการของท่าเรือกรุงเทพ และจัดคณะกรรมการกลางออกตรวจพื้นที่ระยะกลาง จะนำระบบกล้องวงจรปิดและเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ในการตรวจสอบพร้อมปรับปรุงบทลงโทษให้มีความเฉียบขาดมากขึ้นส่วนระยะยาว จะปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยเร่งผลักดันการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ ตามแผนแม่บท ได้แก่การก่อสร้างลานวางตู้ท่าเทียบเรือตู้สินค้าอาคารให้บริการแบบเบ็ดเสร็จณ จุดเดียวและการชำระค่าบริการผ่านอินเทอร์เน็ตด้านนายทองอยู่ คงขันธ์ รองประธานสมาพันธ์ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ กล่าวว่า สมาพันธ์ฯ ได้เสนอให้การท่าเรือฯแก้ไขใน 11 ข้อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดระบบการตรวจสอบภายในท่าเรือเช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาควบคุม และป้องกัน ไม่ให้ผู้รับกับผู้ให้ส่วยพบกัน หลีกเลี่ยงปัญหาการจ่ายเงินใต้โต๊ะ นอกจากนี้ต่อไปการท่าเรือฯ ควรมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งระบบที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการของการท่าเรือฯด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้แก้ปัญหาส่วยท่าเรือ