นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รักษาการ กรรมการผู้จัดการบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เพิ่มเงินดาวน์รถยนต์เฉลี่ยเป็น 5-10% จากเดิมปกติการวางเงินดาวน์ที่ 20-25% เป็น 25-35% เพื่อป้องกันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าปัจจุบัน ตัวเลขเอ็นพีแอลเฉลี่ยอยู่ที่ 1% แต่บริษัทฯ ก็ระมัดระวังการให้สินเชื่อลูกค้า โดยมองว่าสินเชื่อช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะปรับตัวดีขึ้น จากนโยบายการลงทุนของภาครัฐ จะมีผลต่อการขยายการลงทุนของเอกชนและส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในไตรมาส 3 และ 4 เริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมา ชะลอตัวลงจากเศรษบกิจที่ซบเซา “แผนปล่อยสินเชื่อนั้นบริษัท จะเน้นรถใหม่สัดส่วน 60% สินเชื่อรีไฟแนนซ์ 9% สินเชื่อให้ผู้ประกอบการ เช่น รถบรรทุกรถขนส่ง 26% และสินเชื่อให้ผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์ 5% ซึ่งยอมรับว่ายอดขายรถยนต์ลดลงช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่าเพียง 440,991 คัน ลดลง 40.5% หลังจากโครงการรถยนต์คันแรกสิ้นสุด ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น และการเมืองไม่มีความแน่นอน”ทั้งนี้ ในส่วนของการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มี 29,309ล้านบาท ลดลง 22.38% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นสินเชื่อใหม่เช่าซื้อ และลีสซิ่ง16,501ล้านบาท ลดลง11.34% และสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์12,808ล้านบาท ลดลง33.12% และสินปีนี้คาดว่าสินเชื่อจะอยู่ที่ 60,000-65,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง 88,059ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.67% และสิ้นปีอยู่ที่ 99,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไร247ล้านบาท เพิ่มขึ้น6.47% และปีนี้คาดว่ามีกำไรสุทธิ 470 ล้านบาทสำหรับแผนสินเชื่อรถยนต์มือสองนั้น บริษัทยังไม่มีนโยบายในการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากเห็นว่ามีความเสี่ยง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ในช่วง2 ปีที่ผ่านมา ได้ทดสอบตลาดสินเชื่อรถยนต์มือสอง และปล่อยกู้ไปกว่า 100 ล้านบาท แต่ประสบปัญหาหนี้เอ็นพีแอล ทำให้ต้องหยุดปล่อยสินเชื่อ และปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ 10 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลีสซิ่งกสิกรไทยเพิ่มเงินดาวน์สกัดหนี้เสีย
Blog
-

ลีสซิ่งกสิกรไทยเพิ่มเงินดาวน์สกัดหนี้เสีย
Facebook Comments -

บริษัททัวร์จีน-ไตัหวันลุ้นฟรีวีซ่าตัวโก่ง
นายศิษฎิ วัชรชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า )เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีน และไต้หวันเป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1ส.ค.-31ต.ค.นี้ว่า ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการออกประกาศเรื่องดังกล่าวทันที เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีเอกสาร และคำสั่งยืนยันอย่างเป็นทางการออกมาจากสถานกงศุลไทย ในประเทศจีนเลย ทำให้บริษัททัวร์ และนักท่องเที่ยวเกิดความกังวล และไม่มั่นใจที่จะเดินทางมา และส่งผลต่อเนื่องถึงจำนวน และรายได้จากการท่องเที่ยวของไทย เพราะปัจจุบันจีนเป็นตลาดหลักที่สำคัญทั้งนี้สมาคมฯประเมินว่า หากอนุมัติค่าธรรมเนียมวีซ่าฟรีได้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาไทยตั้งแต่เดือน สค.-ต.ค.ถึง800,000 –900,000 คนโดยใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งมีนักท่องเที่ยวอยู่ที่1.2 ล้านคน“ต้องยอมรับว่า เมื่อมีข่าวลงเกี่ยวกับการที่คสช.อนุมัติค่าธรรมเนียมวีซ่านั้น เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น ในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน และไต้หวัน และน่าจะเป็นสิ่งที่จะทำให้ตัวเลขตีตื้นขึ้นมาเกือบเท่าปีที่แล้วได้ แต่เมื่อขณะนี้ยังไม่เห็นความชัดเจน บอกได้เลยว่าก็คงจะทำได้ไม่ดีเท่ากับปีที่แล้ว อีกทั้งบริษัททัวร์เองก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องค่าธรรมเนียมวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนแทน หากยังไม่สามารถอนุมัติได้ทันเวลา เพื่อไม่ให้สูญเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวได้”ด้านนางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ขณะนี้ททท.ยังคงเดินหน้าทำตลาดและประชาสัมพันธ์เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนและ ไต้หวันมาอยู่ โดยยังคงหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะอนุมัติได้ทันเวลา เพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในตลาดดังกล่าว ซึ่งถือเป็นตลาดหลักสำคัญที่ทำรายได้ให้กับการท่องเที่ยวไทยด้านนายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กล่าวว่า ขณะนี้สสปน.ประมูลงานการจัดประชุมสัมนาขนาดใหญ่ที่นำนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนมาไทยได้แล้วถึง2 งานคือ งานยูนิซิตี้ และงานเฮอร์บัลไลท์ โดยจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาร่วมงานไม่ต่ำกว่า 100,000 คนห ลังจากนี้จะเร่งพัฒนาบุคลากรด้านการจัดประชุมและนิทรรศกา ร(ไมซ์) ผ่านการสร้างหลักสูตรอุตสาหกรรมไมซ์โดยเฉพาะ ให้กับสถาบันอาชีวะศึกษา เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจเสรีอาเซียน (เออีซี) ที่อุตสาหกรรมไมซ์ จะเติบโตมากขึ้นไม่ต่ำกว่า5-10%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บริษัททัวร์จีน-ไตัหวันลุ้นฟรีวีซ่าตัวโก่งFacebook Comments -

สำนักงานสลากฯเรียกผู้พิการรายงาน
รายงานข่าว จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ ได้ออกประกาศเรียกผู้พิการที่ได้รับการคัดเลือก และแจ้งความประสงค์ขอรับสลากไปจำหน่ายเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยให้ผู้พิการที่มีรายชื่ออยู่ในลำดับสำรอง ตั้งแต่ลำดับที่ 4,595-5,081 มาแสดงตัววันที่ 29 ก.ค.-1 ส.ค. นี้ ตั้งแต่เวลา8.00-15.00 น. เพื่อรับสลากฯ งวดวันที่ 16 ส.ค.57 ไปจำหน่าย เนื่องจากการประกาศที่ผ่านมาพบว่ายังมีผู้พิการไม่มาแสดงตัว และรับไปจำหน่าย 466 ราย คิดเป็นสลากฯ 2,793 เล่ม เล่มละ 4,000 บาททั้งนี้ผู้พิการที่เข้ามาแสดงตัว จะต้องนำเงินสดมาชำระค่าสลากฯ เพื่อนำสลากฯไปจำหน่ายได้ที่สำนักงานสลากฯ สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนนนนทบุรี ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยสงวนสิทธิ์ในการจัดสรรสลากฯให้แก่ผู้มาแสดงตัวตามจำนวนสลากฯที่คงเหลือ จนกว่าจะครบตามจำนวนที่จัดพิมพ์ออกจำหน่าย 20,000เล่มเท่านั้น หากไม่มาแสดงตัว และรับสลากฯไปจำหน่ายตามวันเวลา และสถานที่ ที่กำหนด โดยไม่มีเหตุผลสมควรสำนักงานสลากฯ จะถือว่าไม่ประสงค์รับสลากฯ ไปจำหน่ายและจะพิจารณาให้รายสำรองในลำดับถัดไปแทนจนครบตามจำนวนสลากฯที่มีอย่างไรก็ตา มยอมรับว่าสาเหตุที่ยังไม่มีผู้พิการเข้ามาแสดงตัว และรับสลากฯไปจำหน่ายนั้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะมีวงเงินไม่เพียงพอ เพราะขั้นต่ำ ต้องมีค่าใช้จ่ายกว่าคนละ22,320บาท ทำให้ต้องเสียสิทธิ์ฯ หรืออาจเป็นผู้พิการที่ไม่สามารถขายสลากฯได้ด้วยตนเอง ทำให้ไม่ตรงกับสัญญาที่ได้แจ้งไว้จึงต้องสละสิทธิ์ในการรับสลากฯไปจำหน่าย ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานสลากฯ ได้ติดต่อและสอบถามเกี่ยวกับสิทธิ์ที่ได้รับสลากไปจำหน่ายครบทุกรายแล้ว และทุกรายทราบถึงสัญญาการจัดสรรอย่างครบถ้วน“ค่าใช้จ่ายที่คนพิการต้องนำจ่ายเป็นค่าสลากฯคนละ22,320บาทนั้น ถือเป็นวงเงินที่สูง ส่งผลให้ผู้พิการบางราย ไม่สามารถเข้ามารับสลากฯไปจำหน่ายได้ เบื้องต้นสำนักงานสลากฯได้ติดต่อผู้พิการที่ได้รับสิทธิ์แล้ว หากไม่สามารถเข้ามารับสลากฯไปจำหน่ายได้ในงวดนั้นๆ ก็จะจัดสรรให้กับผู้พิการที่มีรายชื่ออยู่ในตำแหน่งสำรองรับไปจำหน่ายแทนก่อน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สำนักงานสลากฯเรียกผู้พิการรายงานFacebook Comments