Blog

  • ธปท.เตือนประชาชนระวังแบงก์ปลอมระบาด

    ธปท.เตือนประชาชนระวังแบงก์ปลอมระบาด

    นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีประชาชนพบธนบัตรปลอมชนิดราคา 100บาทนั้น ขณะนี้ ธปท.ทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งได้ตรวจสอบ และพบว่ามีธนบัตรปลอมชนิดราคา 1000บาท หมายเลข 9ฉA3828862 และหมายเลข 9ฉA3828863 เข้ามาในระบบซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากธนบัตรจริงที่สำคัญสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าคือ ไม่ปรากฏลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ทั้งนี้ ธปท.ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมลงพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องวิธีสังเกตธนบัตรพร้อมกันนี้ธปท.ขอความร่วมมือจากประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตก่อนรับธนบัตรด้วยวิธีง่าย ๆ 3วิธีคือ การสัมผัสที่ เนื้อกระดาษธนบัตรจะเป็นกระดาษชนิดพิเศษมีความเหนียว แกร่ง ทนต่อการพับดึงและให้ความรู้สึกแตกต่างจากกระดาษทั่วไป และการสัมผัสตัวเลขแจ้งราคาและคำว่ารัฐบาลไทยจะรู้สึกสะดุดกับหมึกพิมพ์นอกจากนั้น ให้ยกส่อง โดยเมื่อยกธนบัตรส่องกับแสงสว่างจะเห็นลายน้ำพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ในเนื้อกระดาษอย่างชัดเจน ทั้งด้านหน้า และด้านหลังรวมถึงรูปลายไทยขนาดเล็กที่มีความโปร่งแสงเป็นพิเศษ และแถบสีโลหะฝังอยู่ในเนื้อกระดาษบนแถบมีตัวเลขแจ้งชนิดราคา หรือตราสัญลักษณ์ฯด้วยสุดท้ายคือ การพลิกเอียง เนื่องจากบริเวณมุมของธนบัตร พิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์ชนิดพิเศษ เมื่อพลิกธนบัตรไปมา สีของตัวเลขจะเปลี่ยนสลับจากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งได้สำหรับผู้ที่ได้รับธนบัตรปลอม หรือสงสัยว่าเป็นธนบัตรปลอม ขอความร่วมมือไม่นำออกใช้ เพราะถือว่าจะมีความผิดตามกฎหมาย แต่ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากการแจ้งเบาะแสนี้น ำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดฐานปลอมแปลงธนบัตร ซึ่งผู้แจ้งจะได้รับรางวัลนำจับ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.เตือนประชาชนระวังแบงก์ปลอมระบาด

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ปิดลบ 17.58 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ปิดลบ 17.58 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่29ก.ค.นี้ ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นระยะสั้น ในช่วงเช้า จากนั้นทยอยปรับตัวลดลง เคลื่อนไหวในแดนลบ จนกระทั่งปิดตลาด เนื่องจากตลาดไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน ประกอบกับราคาปิดกำไรต่อหุ้น (พีอี) อยู่ในระดับสูง กดดันให้หุ้นมีราคาแพงขึ้น ด้านนักลงทุนจึงเริ่มเทขายทำกำไร เพื่อลดความเสียง ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด1,518.75 จุดและทะยานขึ้นสูงสุด1,546.72 จุดจนมาปิดตลาดที่1,520.55 จุดลดลง 17.58 จุด หรือ1.14%ด้วยมูลค่าซื้อขาย54,004.95 ล้านบาท
    สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.ช.การช่าง ปิดที่25.00บาท ลดลง 1.75บาท2.บีแลนด์ ปิดที่2.20บาท ลดลง 0.08 บาท3.ธ.กสิกรไทย ปิดที่203.00บาท ลดลง 7.00บาท4.ทรู ปิดที่11.00บาท ลดลง 0.40 บาท5.แสนสิริ ปิดที่2.08บาท ลดลง0.28บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ปิดลบ 17.58 จุด

  • “แสนสิริ”เพิ่มทุน8,000 ล้านบาท

    “แสนสิริ”เพิ่มทุน8,000 ล้านบาท

    นายเศรษฐา ทวีสินกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า เมื่อวันที่28 ก.ค.ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้นุมัติแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก8,209 ล้านบาทจากเดิม11,614ล้านบาท เป็น 19,823ล้านบาท ภายในปี 62ด้วยการออกหุ้นสามัญใหม่3,614 ล้านหุ้นราคาหุ้นละ 1.07บาท และออกใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นสามัญ(วอแรนท์ 2)ไม่เกิน 3,614ล้านหน่วย ให้ผู้ถือหุ้นทุกรายในอัตราส่วน3 หุ้นเดิมต่อ1 วอแรนท์โดยกำหนดใช้สิทธิ์ภายในวันที่7 ต.ค.นี้และจะขออนุมัติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่12 ก.ย.57 เพื่อรองรับยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนและเน้นการสร้างกำไรเพิ่มมากขึ้นนับจากนี้ จากนี้ไปบริษัทจะดำเนินงนภายใต้กลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการแสวงหาโอกาส ปรับกลไกภายในองค์กรให้สอดคล้องกับโอกาสในการสร้างประโยชน์สูงสุดและมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องซึ่งในส่วนของปีนี้ยังคงตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่33,000 ล้านบาทจากโครงการที่รอโอนอยู่55,000 ล้านบาทซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้18,000 ล้านบาทที่เหลือทยออรับรู้ถึงปี59 ด้านยอดขายนั้นยังมั่นใจว่าจะได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้30,000 ล้านบาทแม้ว่าครึ่งปีแรกนี้จะทำได้เพียง 4,000ล้านบาทก็ตามทั้งนี้เพราะมีโครงการที่พร้อมขายมูลค่าอีก6,000 ล้านบาททำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีกำไรสิทธิ์10-11% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่8% และปีหน้าจะเพิ่มเป็น13-14% ได้ “เราตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ10% ในช่วง 3ปีหลังจากนี้ โดยปีหน้าคาดว่าจะมีรายได้ 35,000-36,000ล้านบาท ปี 59เป็น 40,000-42,000ล้านบาท และเป็น 44,000-47,000ล้นาบาท ในปี 60ซึ่งกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจหลังจากเพิ่มทุนจะเน้นการเพิ่มอัตรากำไรสุทธิมากกว่ายอดขายรวมถึงการทำให้ช่องว่างระหว่างยอดขายกับยอดรับรู้รายได้ต่ำลง” “ การเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมากทำให้มั่นใจว่าจะขึ้นเป็นที่3 ในวงการอสังหาริมทรัพย์โดยนอกจากมีเงินทุนมากพอที่จะขยายธุรกิจครบวงจรทั่วประเทศแล้วยังนำไปลดสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนลงจากปัจจุบัน2.14เท่า เหลือ 0.8–1เท่าใน 3ปีข้างหน้าได้ด้วยซึ่งจะสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทได้เป็นอย่างดี”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “แสนสิริ”เพิ่มทุน8,000 ล้านบาท