นายพิชญา พิสุทธิกุล อุปนายกสมาคมสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 21ต.ค.ที่ผ่านมา ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้น 3 ครั้งโดยครั้งละ 50 บาท เป็นผลมาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเนื่องจากนักลงทุนคาดว่าเฟดจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยหลังจากที่สิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ(คิวอี)ปลายเดือนต.ค.นี้เพราะกังวลว่าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ทำให้นักลงทุนแห่เทขายดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงขณะที่ค่าเงินในภูมิภาคแข็งค่าขึ้นส่วนแนวโน้มทองคำยังประเมินยากต้องรอดูสถานการณ์ในต่างประเทศอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ต้องดูการเคลื่อนไหวของเงินบาทถ้าแข็งค่าขึ้นมากอาจทำให้ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวมากนักแต่ถ้าอ่อนค่าลงอาจทำให้ราคาทองคำมีราคาสูงขึ้นนายกมลธัญพรไพศาลวิจิตผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์บริษัทจีทีเวลธ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่าทิศทางทองคำช่วงนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการเข้าสู่เทศกาลประจำปี หรือเรียกว่า "ดิวาลี" ของอินเดียในวันที่ 23 ต.ค.และเทศกาลแต่งงานของอินเดีย ทำให้ความต้องการซื้อทองคำมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงสัปดาห์นี้อย่างต่อเนื่องนอกจากนี้เป็นผลมาจากเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง รวมถึงการเก็งกำไรสัญญาล่วงหน้า ทำให้ราคาทองคำในตลาดสปอร์ตปรับเพิ่มขึ้นไปด้วยขณะเดียวกันต้องติดตามนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ปลายเดือนต.ค.นี้ว่าจะมีนโยบายขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่เพราะจะมีผลต่อราคาทองคำทั้งนี้แนะนำนักลงทุนถือครองในระยะสั้นเนื่องจากราคามีแนวโน้มผันผวนส่วนระยะยาวต้องรอดูสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขี้นในต่างประเทศก่อนซึ่งมองแนวรับไว้ที่ 1,225 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือราคาในประเทศอยู่ที่บาทละ 18,900 บาทและแนวต้านอยู่ที่ 1,255 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรืออยู่ที่บาทละ 1,255 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทศกาลแต่งงานอินเดียดัน’ราคาทองพุ่ง’
Blog
-

เทศกาลแต่งงานอินเดียดัน’ราคาทองพุ่ง’
Facebook Comments -

คมนาคมดันใช้อิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาขนส่ง
นายวรเดช หาญประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในการสัมมนาอนาคตอี-เฟรท และพอร์ท คอมมูนิตี้ ซิสเต็มส์สำหรับประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่เออีซีว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการอิเล็กทรอนิกส์ของ ประเทศ (กบส.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษาและจัดทำแนวทางพัฒนาระบบการเชื่อมโยง ข้อมูลด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างผู้ประกอบการขนส่งเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการขนส่ง ทางน้ำ ทางอากาศ และการขนส่งผ่านด่านชายแดน“การศึกษานี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพการแข่งขันหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 เพราะหากเปิดเสรีแล้วจะทำให้เกิดการแข่งขันด้านการค้า การลงทุน และธุรกิจการบริการการขนส่งระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ที่สำคัญการนำระบบไอทีมาใช้ จะช่วยลดการใช้เอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันได้ด้วย โดยเฉพาะการแข่งขันด้านอากาศที่จะต้องเร่งศึกษาก่อนเพราะจะมีการแข่งขันกันสูงมาก”นายวรเดช กล่าวว่า กรมการบินพลเรือน ยังได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษารายละเอียด เกี่ยวกับพื้นที่เขตปลอดภาษีหรือฟรีโซนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาโครงการโลจิสติกส์พาร์คด้วย หลังพบว่าปัจจุบันยังมีผู้ใช้บริการเขตฟรีโซนเพียง 30% จากเป้าหมายการขนส่งสินค้าที่ตั้งไว้ 3 ล้านตันต่อปีทั้งนี้สาเหตุหลักที่มีผู้ใช้บริการน้อย เนื่องจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางกอกไฟลท์เซอร์วิสเซส จำกัด (บีเอฟเอส) ได้รับสัมปทานจาก ทอท.ในราคาที่สูง ส่งผลให้ต้องมีการจัดเก็บค่าบริการสูงตามไปด้วย ดังนั้นต่อไปจะต้องปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านขนส่งทางอากาศในเขตพื้นที่ฟรีโซน คาดจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.นี้ และเสนอให้กระทรวงคมนาคม และ ครม. พิจารณาจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการต่อไป“หลังจากรับฟังความคิดเห็น พบปัญหาหลายด้านทั้งเรื่องกฎระเบียบ การบูรณาการ การสร้างกลไกติดตามงาน ซึ่งบริษัทจะศึกษาข้อมูลเพื่อแจกแจงข้อบกพร่องใ ห้กรมการบินพลเรือนรับทราบ ทั้งการแก้กฎระเบียบ การบริหารจัดการตลาด รวมทั้งการดึงกลุ่มสินค้าเป้าหมาย เช่น กลุ่มเวชภัณฑ์ กลุ่มสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาใช้บริการในพื้นที่ฟรีโซน นอกจากนี้บริษัทที่ปรึกษาจะศึกษาทางเลือกพื้นที่ฟรีโซนนอกสนามบินในอนาคต หากพื้นที่ฟรีโซนภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเต็มขีดความสามารถ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมดันใช้อิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาขนส่งFacebook Comments -

เปิด 4 บัญชี กองทุน กทปส.
กองทุน กทปส.เป็นหน่วยงานที่เน้นสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์สาธารณะจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทร คมนาคม พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.กสทช.)นายนิพนธ์ จงวิชิต รักษาการผู้จัดการสำนักงานกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เล่าว่า ขณะนี้กองทุนมีเงินรวมอยู่ที่ 27,110 ล้านบาท โดยแยกออกเป็น 4 บัญชีบัญชีที่ 1 ถือเป็นเงินที่ใช้ได้ทุกวัตถุประสงค์ มีอยู่ 12,114 ล้านบาท โดยจะรวมเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นทีวีดิจิตอลทั้งหมดกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้มาแล้วประมาณ 11,000 ล้านบาททั้งนี้ หลังมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งให้นำเงินส่วนที่เหลือเข้ากระทรวงการคลังทั้งหมด ดังนั้น กองทุนต้องหักเงินที่จะได้จากการประมูลทีวีดิจิตอลครั้งที่ 2 ในเดือน พ.ค. 58 อีกจำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นค่าคูปองทีวีดิจิตอลจนครบโครงการที่ต้องใช้เงินประมาณ 15,000 ล้านบาทสำหรับบัญชีที่ 2 นั้นจะมาจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุ และโทรทัศน์จำนวน 2% ต่อปี โดยจะใช้เพื่อโครงการ USO แต่ปัจจุบันยังไม่มีรายได้เข้ามาบัญชีที่ 3 จะมาจากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบการกิจการโทรคมนาคมที่ต้องนำส่งเข้ากองทุนในอัตรา 3.75% ต่อปี ประมาณปีละ 6,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีเงินอยู่ในบัญชีนี้ประมาณ 12,300 ล้านบาทและบัญชีที่ 4 จะเป็นเงินที่รับโอนมาจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จำนวน 2,657 ล้านบาท โดยขณะนี้กระทรวงเทคโน โลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้คืนมาให้ กสทช.จำนวน 950 ล้านบาท ในโครงการไวไฟฟรีทั่วประเทศสำหรับภาระผูกพันในโครงการหลัก ๆ ที่จะต้องใช้งบประมาณประกอบด้วย โครงการนำร่องบรอดแบนด์มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการติดตาม และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.)การจ่ายค่าชดเชยกรณีถ่ายทอดการออกอากาศฟุตบอลโลก 2014 ให้กับ บริษัท อาร์เอส จำกัด ตามคำสั่งของศาลโดยบอร์ดกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เห็นชอบอนุมัติจ่ายให้ 369 ล้านบาท การแจกคูปองทีวีดิจิตอล จำนวน 15,000 ล้านบาทโครงการที่หน่วยงานภายนอกของบเพื่อสนับสนุนโดยกรอบวงเงินปีนี้อยู่ที่ 500 ล้านบาท แต่มีผู้ขอสนับสนุนแล้วกว่า 200 กว่าโครงการ ในวงเงิน 2,000 กว่าล้าน ถือว่าเกินงบประมาณ ซึ่งกองทุนจะต้องมาคัดเลือกให้อยู่ในกรอบวงเงิน 500 ล้านบาท โดยจะต้องเสนอและเข้าที่ประชุม กสทช.เห็นชอบภายในปีนี้“เมื่อคำนวณเงินที่เหลือหักลบกับโครงการภาระผูกพันกว่า 13,580 กองทุนจะเหลือเงินอยู่ที่ 13,530 ล้านบาท”ทั้งนี้ หลังจากเงินที่ประมูลทีวีดิจิตอลหายไป แผนการดำเนินงานต่อจากนี้จะต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย โดยจะต้องทบทวนว่าเงินจะเข้ากองทุนจากทางไหน และถ้าไม่ได้หรือได้น้อยลง ยุทธศาสตร์กองทุนจะต้องเป็นอย่างไรถึงคราวที่ผู้จัดตั้งกองทุนและผู้เกี่ยว ข้องจะต้องมาดูว่า เม็ดเงินลดลง แล้วหน่วยงานรัฐที่เคยอยากได้มาบริหารจัดการกองทุนด้วย จะมีทีท่าเปลี่ยนไปหรือไม่.กัญณัฏฐ์ บุตรดี
Kanyanat25@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิด 4 บัญชี กองทุน กทปส.Facebook Comments