นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991 จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจกระดาษ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทกำลังรุกสร้างฐานสมาชิกกลุ่มร้านถ่ายเอกสารเพิ่มเติม เพื่อขยายโอกาสทางการค้า ด้วยการเสนอขายกระดาษถ่ายเอกสารราคาพิเศษแก่ร้านสมาชิก ภายใต้ชื่อโครงการดั๊บเบิ้ลเอก๊อปปี้ เมมเบอร์ หลังช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกระดาษติดลบ จากวิกฤตเศรษฐกิจ และการเมืองในประเทศ นอกจากนี้ ทิศทางสื่อสิ่งพิมพ์หลายราย ยังต้องปิดกิจการไป เพราะถูกสื่ออื่นเข้ามาแทนที่ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายภายในสิ้นปี จะขยายลูกค้าให้ครอบคลุมร้านถ่ายเอกสาร 1,000 แห่ง ทั่วประเทศ จากขณะนี้ที่ขยายไปแล้ว 700 แห่ง หลังเริ่มโครงการได้ 2เดือนที่ผ่านมา”ปีนี้ มีหลายปัจจัยทำให้การใช้กระดาษลดลง นอกจากนี้ ในหลายหน่วยงานยังหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ลดการใช้กระดาษลง และหันมาใช้กระดาษที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแทน ทำให้กระดาษดั๊บเบิ้ลเอ ยังขายได้อยู่ โดยรายได้หลักกว่า 60% มาจากกลุ่มออฟฟิศ และหน่วยงานราชการ รองลงมา คือร้านถ่ายเอกสารด้วยสัดส่วน 30% และการขายปลีกลูกค้าทั่วไปอีก 10%”ส่วนแผนดำเนินธุรกิจในต่างประเทศนั้น บริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพิ่มเติม จากขณะนี้ที่ขยายไปแล้ว 140 ประเทศทั่วโลก เป็นรายได้กว่า 80% ของทั้งบริษัท ขณะเดียวกัน ยังศึกษา และเริ่มทำตลาดกระดาษรีไซเคิ้ล จำหน่ายในกลุ่มประเทศแถบยุโรป และตะวันออกกลางตามกระแสความนิยมในแถบนั้น เบื้องต้นจะรอดูผลตอบรับจากลูกค้า ก่อนจะกำหนดทิศทางการทำตลาดต่อไปสำหรับยอดขายของบริษัทในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ถือว่ายังเติบโตในระดับปกติ 20% เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการขยายตลาดในต่างประเทศ ทำเติบโตได้ดีถึง 20% ขณะที่ตลาดในประเทศกลับเริ่มชะลอตัวลง เหลือเพียง 5-6% จากปกติที่เติบโต 10% ทั้งนี้คาดว่าภายในสิ้นปี จะมีรายได้ทั้งหมด 20,000 ล้านบาทหรือเติบโต 6-8% ซึ่งต่ำกว่าปกติที่ 10%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดับเบิ้ลเอหนีตายหันจับตลาดรีไซด์เคิ้ล
Blog
-

ดับเบิ้ลเอหนีตายหันจับตลาดรีไซด์เคิ้ล
Facebook Comments -

กำไรบริษัทจดทะเบียนปี57ต่ำกว่าเป้า
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยภาพรวมปีนี้อาจเติบโตเฉลี่ยเพียง 5-8% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้10% เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจ และการเมือง กดดันผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนให้โตต่ำกว่าที่คาดไว้ในหลายบริษั ทและถึงแม้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกัน บางธุรกิจยังประสบปัญหาการปรับตัว และบริหารค่าใช้จ่าย ทำให้ไม่สามารถเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ได้พร้อมกันนี้คาดว่าดัชนีหุ้นไทยปีนี้จะมีแนวรับที่1,500 จุด และแนวต้านที่ 1,600 จุด เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับความชัดเจนด้านนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมทั้งการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อนำมาสู่การเลือกตั้ง โดยประเมินว่าทิศทางการพัฒนาประเทศระยะยาว อาจทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจขยายตัวได้ 4-5% ภายใน 3-5ปีส่วนขณะ นี้ถึงแม้หุ้นในกลุ่มสื่อสารปรับตัวลดลง จากผลกระทบจากการเลื่อนประมูลโครงข่ายสัญญาณ 4 จี แต่เชื่อมั่นว่า ธุรกิจการสื่อสาร มีแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 5-10 ปี ข้างหน้า ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์นั้น คาดว่าจะได้รับผลดีจากโครงการของภาครัฐ แต่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ในการรอข้อสรุปด้านการประมูลต่าง ๆ เสร็จสิ้นนอกจากนี้ แนวโน้มการเข้าซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ อาจมีต่อเนื่องไปอีก 2เดือน ส่งผลดีในการช่วยหนุนดัชนีฟื้นตัวขึ้นได้ อีกทั้งมีโอกาสที่มูลค่าการซื้อขายจะกลับมาเป็นบวกจากปัจจุบัน ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติ ยังคงมีมูลค่าขายสุทธิกว่า20,000ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กำไรบริษัทจดทะเบียนปี57ต่ำกว่าเป้าFacebook Comments -

เงินบาททุบสถิติแข็งค่ารอบ8เดืือน
รายงานข่าวจากนักค้าเงินจากธนาคารกรุงเทพแจ้งว่า ค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาเปิดตลาดที่ระดับที่ 31.87-31.88 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.78-31.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 8เดือน นับตั้งแต่เดือนพ.ย. 56 เป็นผลจากภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าในภูมิภาคนี้รวมถึงไทย เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนของธนาคารกลางหสรัฐหรือเฟดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไรหลังเลิกมาตรการคิวอี นอกจากนี้การที่ค่าเงินบาทหลุดที่ระดับ 32.10 บาทต่อดอลลาร์ลงมา ส่งผลให้มีแรงขายดอลลาร์สหรัฐออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนแนวโน้มในวันที่ 23 ก.ค.แนะนำให้ติดตามปัจจัยที่จะเข้ามาสนับสนุนตลาดว่าจะมีหรือไม่รวมทั้งติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในรอบสัปดาห์นี้ก่อน “ค่าเงินบาทในช่วงปลายปีนี้มีโอกาสเคลื่อนไหวที่ระดับ32.50-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากเฟดถอนมาตรการคิวอีจะทำให้นักลงทุนหันไปเก็งกำไรดอลลาร์สหรัฐและจะส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินบาททุบสถิติแข็งค่ารอบ8เดืือนFacebook Comments