Blog

  • “ดีแทค” ดึง “แจ๊ส ชวนชื่น” ออกอีบุ๊คผ่านแอพดีแทครีดเอฟเวอร์

    “ดีแทค” ดึง “แจ๊ส ชวนชื่น” ออกอีบุ๊คผ่านแอพดีแทครีดเอฟเวอร์

    วันนี้(22ก.ค.) นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า หลังจากเปิดแอพพลิเคชั่นดีแทค รีดเอฟเวอร์เพื่อให้บริการ อีบุ๊ค และอีแมกกาซีน จากหลายสำนักพิมพ์ ได้รับผลตอบรับดี มีคนดาวน์โหลดแล้ว1 แสนราย โดย 70 % เป็นการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน และอีก 30%ใช้งานผ่านแท็บเล็ต และเป็นลูกค้าที่ดาวน์โหลดอ่านต่อเนื่องประมาณ 3-4หมื่นรายต่อเดือน คิดเป็นยอดดาวน์โหลดเฉลี่ย 4-5เล่มต่อเดือน ต่อคน   ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้เพิ่มขึ้นเป็น1.5 แสนรายภายในสิ้นปีนี้ โดยล่าสุดได้ร่วมกับแจ๊ส ชวนชื่น นำเสนอหนังสือ it” jazz style ซึ่งเขียนโดยแจ๊ส ชวนชื่น เป็นเรื่องราวการเล่าเรื่องราวชีวิตสนุกๆ โดยใช้เทคนิคพิเศษพรัอมวิดีโอ และเกม แต่งตัว จัดเสื้อผ้าเชื่อว่าจะขยายกลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นได้ นอกจากนี้ในอนาคตยังได้เตรียมหนังสือดิจิตอลเพิ่มขึ้นอีกหลายเล่มจากหลายสำนักพิมพ์ อาทิ ดูดวง หนังสือธรรมมะเพื่อตอบสนองผู้ใช้งานให้หลากหลายมากขึ้น   ” ดีแทคต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมหนังสือให้เกิดธุรกิจใหม่ในด้านออนไลน์เหมือนเช่นที่เคยทำกับธุรกิจเพลงให้สามารถมีรายได้ในรูปแบบดิจิตอลเพิ่มขึ้นได้ ผู้สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดีแทครีดเอฟเวอร์ได้ทั้งในแอพสโตร์ และเพลย์สโตร์ พร้อมกับดาวน์โหลดหนังสือของแจ๊สชวนชื่น ไปอ่านได้ฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” นายปกรณ์ กล่าว   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ดีแทค” ดึง “แจ๊ส ชวนชื่น” ออกอีบุ๊คผ่านแอพดีแทครีดเอฟเวอร์

  • คสช.ขยายเวลากองทุนกรอ.ถึงปี 58

    คสช.ขยายเวลากองทุนกรอ.ถึงปี 58

    พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการกองทัพบก และหัวหน้าคสช. เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ขยายเวลาการดำเนินการของกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.)ออกไปอีก 1 ปี หรือให้ครอบคลุมเฉพาะปีการศึกษา58 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับนักศึกษารายใหม่ในปี 58 รวมถึงผู้กู้เงินรายเก่าที่จำเป็นต้องกู้เงินกับกรอ.ต่อเนื่องจนจบหลักสูตรทั้งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาผลกระทบกับนักศึกษารายใหม่ หรือนักศึกษาปี 1 ที่ต้องการกู้เงินกับกองทุนแล้ว ยังต้องรอการจัดทำร่างพ.ร.บ.กองทุนเพื่อการศึกษาซึ่งเป็นการรวบรวมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกรอ. เข้าด้วยกันให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งล่าสุดฝ่ายสังคมและจิตวิทยา ที่ดูแลรับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ ยังอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมกฎหมายฉบับดังกล่าวให้เสร็จสิ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานกองทุนเพิ่มขึ้นจากเดิม“การเห็นชอบให้ขยายเวลาดังกล่าว จะช่วยลดปัญหาและความเสี่ยงต่อเกี่ยวกับการชำระหนี้เงินกู้คืนกองทุนฯ จากเหตุที่ไม่สำเร็จการศึกษาและยังเป็นการเสริมสร้างโอกาสสร้างงานให้เยาวชน ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย”นอกจากนี้ที่ประชุมคสช. ยังอนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปี 57 วงเงิน 1,300 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยวงเงินดังกล่าวกระทรวงศึกษาจะไปจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน15,441 แห่งพ.อ.วินธัย กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นผลจากข้อสั่งการของ หัวหน้าคสช. ที่มอบหมายฝ่ายสังคมจิตวิทยา ไปพิจารณาความเหมาะสมของการดำเนินโครงการเพื่อทดแทนการขาดแคลนครู และเพิ่มโอการทางการศึกษาให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลโดยเชื่อมโยงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ไปยังเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายผลการศึกษาผ่านดาวเทียมต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.ขยายเวลากองทุนกรอ.ถึงปี 58

  • พาณิชย์รื้อกฎหมายแข่งขันทางการค้าใหม่

    พาณิชย์รื้อกฎหมายแข่งขันทางการค้าใหม่

    นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ กำลังปรับปรุงแก้ไข เนื้อหาสาระในพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดจะแก้ไขทั้งฉบับ เพื่อให้เหมาะสมกับการบังคับใช้ในสภาพธุรกิจปัจจุบัน คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ เพื่อนำเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา หากได้รับความเห็นชอบ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ เพื่อออกเป็นข้อกฎหมาย และให้มีผลบังคับใช้ต่อไปสำหรับสาระสำคัญที่จะปรับปรุงได้แก่ การแก้ไขคำนิยามของธุรกิจที่จะอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งจะต้องครอบคลุมถึงบริษัทในเครือ ที่ต้องนำมารวมเป็นส่วนแบ่งทางการค้า กับบริษัทแม่ด้วย เพราะถือว่าเป็นธุรกิจเดียวกัน หากรวมแล้วมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 50% ก็จะเข้าข่ายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด ตามมาตรา 25 จากเดิมที่กฏหมายยังไม่ได้กำหนดให้นำบริษัทในเครือมารวมพร้อมทั้งกำหนดให้รัฐวิสาหกิจที่มุ่งหวังทำกำไร และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายฉบับนี้ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจ สามารถดำเนินธุรกิจได้โดยอิสระ เช่น ขายต่ำกว่าทุนเพื่อหวังกำไร ซึ่งทำให้ธุรกิจเอกชนอื่นได้รับผลกระทบ“ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี ในการแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าขนาดใหญ่ ให้มีความเหมาะสม และสามารถบังคับใช้ได้จริง ซึ่งขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายมีความเป็นไปได้ ที่จะแก้ไขได้สำเร็จ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์รื้อกฎหมายแข่งขันทางการค้าใหม่