นายปณิธาน จินดาภู อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า กรมฯ อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แร่ ในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการออกใบประทานบัตร เพื่อเปิดให้ดำเนินกิจการเหมืองแร่ และใบอาชญาบัตร ใช้สำรวจแร่ โดยในกฎหมายที่ปรับปรุงใหม่ จะมีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมมากขึ้น จากปัจจุบันที่อำนาจการอนุมัติจะอยู่ที่รมว.อุตสาหกรรมเพียงคนเดียว ซึ่งการกระจายอำนาจในการพิจารณาดังกล่าว จะช่วยให้การอนุมัติใบอนุญาตต่างๆเป็นไปอย่างรวดเร็ว และโปร่งใสมากขึ้นทั้งนี้ในพ.ร.บ.แร่ ฉบับปรับปรุงใหม่ จะแบ่งอำนาจการออกใบประทานบัตรออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับอนุมัติโดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จะพิจารณาประทานบัตรที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือเหมืองแร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ , ระดับอนุมัติโดยอธิบดี กพร. จะพิจารณาออกประทานบัตรในเหมืองขนาดกลาง เช่น เหมืองหิน โรงโม่หิน และระดับอนุมัติโดยผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล จะพิจารณาออกประทานบัตรเหมืองขนาดเล็ก ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เหมืองดินขาวส่วนการออกใบอาชญาบัตรให้มีการสำรวจแร่ จะแบ่งเป็นระดับเช่นกัน คือ ระดับอาชญาบัตรพิเศษ ออกโดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จะพิจารณาเหมืองแร่ที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 10,000 ไร่ต่อ 1 คำขอขึ้นไป ระดับอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ ออกโดยอธิบดี กพร. หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจะพิจารณาพื้นที่สำรวจขนาดกลางไม่เกิน 2,500 ไร่ และระดับอาชญาบัตรธรรมดา มีพื้นที่สำรวจขนาดเล็ก และไม่ใช้เครื่องจักรในการสำรวจ ซึ่งจะออกอาชญาบัตรโดยอบต.“จากการหารือในเบื้องต้น มองว่าหาก อบต. ยังไม่มีความรู้ ความชำนาญด้านเหมืองแร่ จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ กพร. ออกไปให้ความรู้ โดยในช่องแรก ขอบข่ายการอนุมัติประทานบัตร และอาชญาบัตรธรรมดา ที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ อบต. จะโอนไปให้ผู้ว่าราชการรับผิดขอบก่อน จากนั้นค่อยโอนมาให้ อบต. อีกครั้ง ส่วนกฎหมายฉบับนี้ กพร.จะเร่งเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติภายในเดือนส.ค.นี้“นอกจากนี้กรม ฯ ยังเตรียมออกข้อบังคับจ้างวิศวกรควบคุมเหมืองแร่เป็นบุคลากรที่ขึ้นตรงกับกพร. เพื่อการกำกับ หรือตรวจสอบ และรายงานเหมืองแร่ที่อาจขุดเจาะเหมืองแร่นอกเขตที่ได้รับอนุญาต หรือมีการกระทำผิดต่างๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย ต้องรายงานมายังกพร.และบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ประกอบการอย่างจริงจัง จากที่ผ่านมาวิศวกรควบคุมเหมืองแร่จะเป็นลูกจ้างของผู้ประกอบการ ทำให้วิศวกร อาจละเลยหน้าที่ในการตรวจสอบและควบคุมเหมืองแร่ให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย กรมเหมืองแร่ฯ ใช้โอกาสแก้กฎหมาย ลดอำนาจรัฐมนตรี ออกประทานบัตรผูกขาดรายเดียว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะลดอำนาจรัฐมนตรี
Blog
-

แนะลดอำนาจรัฐมนตรี
Facebook Comments -

พาณิชย์เตรียมรับมือลำไยล้นตลาด
นางจินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ผลผลิตลำไย ที่จะออกสู่ตลาดพบว่าจะมีปริมาณรวม 534,046 ตัน ออกสู่ตลาดแล้ว 3-5% ของผลผลิต โดยกรมการค้าภายในมีมาตรการต่าง ๆ ในการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร ในการกระจายสินค้า เช่น การเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดแหล่งผลิตจากภาคเหนือ ไปชายแดน ด้านหนองคาย อุดรธานี สระแก้ว และจังหวัดในภาคกลาง ด้านสระบุรี นครสวรรค์ พร้อมทั้งหารือร่วมกับผู้ประกอบการและชาวสวนที่เชียงใหม่ ลำพูน เร่งให้มีการรับซื้อเพื่อแปรรูปและกระจายผลสดไปภาคอื่น ๆ“กรมฯ จะนำชาวสวน มาจำหน่ายลำไย ในงานต่าง ๆ เช่น ที่ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 22-27 ส.ค.57 หรือในงานธงฟ้าทุกภาค และจัดจำหน่ายลำไยคุณภาพดี ทั้งลำไยสด และแปรรูป ที่สนามบินสุวรรณภูมิ"นอกจากนี้ ยังร่วมกับห้างค้าปลีก เช่น เทสโก้โลตัส บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เตรียมจัดจำหน่ายลำไยช่วงเดือนส.ค. 57 พร้อมทั้งประสานผู้ค้าจากเวียดนาม เร่งซื้อลำไย เพื่อส่งออกโดยกระจายรับซื้อในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา เชียงรายเพื่อส่งออกทุกวันสำหรับการประสานการเร่งรัดส่งออกกับ สคร. ที่ กรุงจาร์กาต้าประเทศอินโดนิเซีย ได้นำผู้แทนเกษตรกร ผู้ประกอบการไปร่วมงานจำหน่ายผลไม้ระหว่างวันที่ 18 ก.ค. – 17 ส.ค. และนำผู้นำเข้าจากอินโดเซีย มาพบผู้ประกอบการเชียงใหม่ ลำพูน หลังสิ้นสุดช่วงรอมฎอน เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกอีกด้วย ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการ จะช่วยระบายผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เตรียมรับมือลำไยล้นตลาดFacebook Comments -

สลากฯ แจงตัดสิทธิ์โควต้าคนพิการ
นางกุณฑีรา ตันติรังสี รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ ได้ตัดสิทธิ์รายชื่อคนพิการที่ได้รับโควต้าสลากฯ (ล็อตเตอรี่) ที่ไม่มาแสดงตัวและรับล็อตเตอรี่ไปจำหน่ายตามที่กำหนดไว้กว่า 1,254 ราย รวม 7,546 เล่ม ราคาเล่มละ 4,000 บาท ซึ่งสำนักงานสลากฯ ได้นำโควต้าดังกล่าว ไปจัดสรรแบบสุ่มให้คนพิการที่อยู่ในรายชื่อสำรองไว้ โดยเปิดโอกาสให้รายชื่อสำรองเหล่านั้นมาแสดงตัวภายในวันที่ 18-25 ก.ค.นี้ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ที่สำนักงานสลากฯ สนามบินน้ำ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรีทั้งนี้ จากผลการคัดเลือกจัดลำดับคนพิการที่แจ้งความประสงค์ขอรับสลากฯไปจำหน่าย ที่ให้สิทธิ์คนพิการที่ได้รับคัดเลือกจัดลำดับที่แจ้งความประสงค์ไว้ตั้งแต่ลำดับที่ 1-3,340 ราย และให้เข้ามาแสดงตัวพร้อมหลักฐาน และนำสลากฯไปจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 14-17 ก.ค.ทีผ่านมานั้น ณ สำนักงานสลากฯ แต่ปรากฎว่า ไม่มารายงานตัวถึง 1,254 ราย ดังนั้น สำนักงานสลากฯ จึงอาศัยพ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ พ.ศ. 2517 มาตรการ 17 และ 19 ซึ่งให้คนพิการที่มีรายชื่ออยู่ในลำดับการสุ่ม ที่เป็นรายชื่อสำรองตั้งแต่ ลำดับที่ 3,341-4,594 มาแสดงตัว และรับสลากฯกินแบ่งไปจำหน่ายแทนในวันที่กำหนดไว้ดังกล่าว เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ระเบียบ และข้อบังคับของสำนักงานสลากฯ"ทั้งนี้ รายชื่อสำรองลำดับดังกล่าวนั้น ให้นำเงินสดมาชำระค่าสลากฯคนละ 22,320 บาท และรับสลากฯไปจำหน่ายได้ทันที อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากฯ ขอสงวนสิทธิในการจัดสรรสลากฯ ให้แก่ผู้มาแสดงตัวตามจำนวนที่คงเหลือ จนกว่าจะครบตามจำนวนที่จัดพิมพ์ออกจำหน่าย 20,000 เล่มเท่านั้น"รายงานข่าวจากสำนักงานสลากฯ แจ้งว่า จำนวนผู้พิการที่ไม่เข้ามาแสดงตัวกว่า 1,254 รายนั้น สำนักงานสลากฯได้ติดต่อแ ละสอบถามเกี่ยวกับสิทธิ์ที่ได้รับสลากไปจำหน่ายครบทุกรายแล้ว โดยทุกรายรับทราบถึงสัญญาการจัดสรรอย่างครบถ้วน ซึ่งส่วนหนึ่งที่ไม่มารับสลากฯไปจำหน่าย เนื่องจากอาจเป็นผู้พิการที่ไม่สามารถขายสลากฯได้ด้วยตนเอง ทำให้ไม่ตรงกับสัญญาที่สำนักงานสลากฯได้แจ้งไว้ จึงต้องสละสิทธิ์ในการรับสลากฯไปจำหน่าย และอาจเกี่ยวข้องกับวงเงินที่จะเข้ามารับสลากฯไปจำหน่าย ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายกว่าคนละ 22,320 บาท บางรายอาจไม่มีเงินเพียงพอขณะเดียวกัน ในงวดประจำวันที่ 1 ส.ค.57 นี้ สำนักงานสลากฯ จะไปออกสลากสัญจร ที่ห้องชัยพฤกษ์ โรงแรมเลยพาเลซ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย พร้อมทั้งขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน มาร่วมชมการออกรางวัล เพื่อพิสูจน์ถึงความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และความโปร่งใสในการออกรางวัลด้วยตัวเอง ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สลากฯ แจงตัดสิทธิ์โควต้าคนพิการFacebook Comments