นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือทอท. เปิดเผยว่ายอดผู้โดยสารใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิในปี 57 คาดจะลดเหลือประมาณ 48-49 ล้านคนน้อยกว่าปี 56 ที่มีผู้โดยสาร 52 ล้านคนเนื่องจากปีนี้มีปัจจัยเสี่ยงกระทบตลอดทั้งปีทั้งปัญหาความวุ่นวายจากชุมนุมทางการเมือง การประกาศกฎอัยการศึกการที่รัฐบาลจีนเพิ่มความเข้มงวดในการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญจนทำให้ชาวจีนเดินทางมาไทยน้อยลง อย่างไรก็ตามผู้โดยสารสุวรรณภูมิที่ลดลงไม่ใช่ตัวชี้วัดสำคัญเพราะภาพรวมชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาใช้สนามบินดอนเมือง และสนามบินภูเก็ตเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ ทอท. ยังมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดทำให้ภาพรวมผู้โดยสารที่ใช้บริการทั่วประเทศในปีนี้จะเติบโตได้อยู่ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายของ ทอท.ที่ส่งเสริมชาวต่างชาติให้เดินทางไปใช้สนามบินอื่นทดแทนเพื่อลดความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ “ยอมรับว่าปีนี้ผู้โดยสารสุวรรณภูมิคงเติบโตไม่ถึงเป้าหมาย8% เพราะปัจจัยเสี่ยงเยอะ โดยเฉพาะในเดือนพ.ค.-มิ.ย.หลังมีการรัฐประหารและประกาศกฎอัยการศึก ทำให้ผู้โดยสารลดลงไปเกิน 10%แต่ขณะนี้การเมืองเริ่มแน่นอนขึ้นยอดผู้ใช้บริการก็เริ่มกระเตื้องขึ้นแล้วโดยมียอดผู้โดยสารใช้บริการรวมแล้ว 43-44 ล้านคน และเวลาอีก 2 เดือนเศษๆก็พยายามเร่งปรับแผนทำตลาดให้เติบโตถึง 50 ล้านคน” นางระวีวรรณกล่าวว่า เร็วๆ นี้ทอท.ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้ชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยว รวมทั้งจัดกิจกรรมครบรอบ 8 ปีสนามบินสุวรรณภูมิมอบโชครถยนต์ เมอเซเดส เบนซ์ และรางวัลอื่นรวมมูลค่า 2.5 ล้านบาทเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย อีกทั้งการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เห็นชอบยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมทำวีซ่านักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่เดินทางเข้ามาไทยเพิ่มด้วย ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิระยะ2 มูลค่า 60,000 ล้านบาท ขณะนี้ คสช.กำลังศึกษารายละเอียดของโครงการให้รอบคอบและมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่มั่นใจว่าโครงการจะต้องเดินหน้า เพราะขณะนี้มีผู้โดยสารเกินความจุสนามบิน 45ล้านคน หากไม่ทำจะกระทบต่อการให้บริการในอนาคต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดผู้โดยสารสุวรรณภูมิวืดเป้า
Blog
-

ยอดผู้โดยสารสุวรรณภูมิวืดเป้า
Facebook Comments -

จัดเก็บรายได้9เดือนต่ำเป้าแสนล้าน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การจัดเก็บรายได้รัฐบาล ช่วง 9 เดือน ปีงบประมาณ 57 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิทั้งสิ้น 1.552 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 110,242 ล้านบาท หรือ 6.6% เนื่องจากภาษีที่จัดเก็บจากฐานการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าและอากรขาเข้าจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งเป็นผลจากการหดตัวของมูลค่าการนำเข้าที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมทั้ง การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงส่งผลให้ผลประกอบการของภาคเอกชนไม่ขยายตัวเท่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ส่งผลให้การยื่นชำระภาษีจากผลประกอบการรอบปีบัญชี 56 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ขณะเดียวกัน ภาษีที่จัดเก็บจากฐานการอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์และภาษีน้ำมันจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากอุปสงค์รถยนต์ในประเทศหดตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการขยายระยะเวลาปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซล ขณะที่ การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจและการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่นสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้“การจัดเก็บรายได้รัฐบาลยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และการขยายระยะเวลาลดอัตราภาษีน้ำมันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้รัฐบาลต่ำกว่าเป้าหมาย แต่แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศที่มีสัญญาณดีขึ้น รวมทั้ง การดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีของกรมจัดเก็บภาษี คาดว่าจะเป็นผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดเก็บรายได้9เดือนต่ำเป้าแสนล้านFacebook Comments -

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 5.55 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (18 ก.ค.) ดัชนีปรับตัวลดลงและเคลื่อนไหวผันผวนในแดนลบตลอดช่วงเช้า สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดทั่วโลกเนื่องจากภาพรวมตลาดหุ้นไทยอ่อนแอจากแรงกดดันของปัจจัยความรุนแรงในต่างประเทศทำให้นักลงทุนทยอยขายสินทรัพย์เสี่ยง อีกทั้งยังไร้ปัจจัยบวกเข้าหนุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,530.11 จุด ลดลง 5.55 จุด หรือ 0.36% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 37,914.20 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 5.55 จุดFacebook Comments