Blog

  • ราคาทอง18ก.ค.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,450บาท

    ราคาทอง18ก.ค.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,450บาท

    วันที่ 18 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11:25 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 2 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,450 บาท รับซื้อ 19,662.52 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,950 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,450 บาท รับซื้อ 19,662.52 บาท ทองแท่งขาย 20,050 บาท รับซื้อ 19,950 บาท เวลา 11:25 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,500 บาท รับซื้อ 19,708.00 บาท ทองแท่งขาย 20,100 บาท รับซื้อ 20,000 บาท เวลา 09:28 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง18ก.ค.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,450บาท

  • ทุบโต๊ะไม่ผ่อนผันรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

    ทุบโต๊ะไม่ผ่อนผันรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

    นายวรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย เปิดเผยหลังหารือกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตองผบ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้แก้ปัญหาจำกัดน้ำหนักรถบรรทุกว่าในเบื้องต้น พล.อ.อ.ประจิน ได้ขอให้ผู้ประกอบการขนส่งปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนด โดยรถบรรทุกขนาดใหญ่ต้องบรรทุกไม่เกิน50.5 ตันและรถบรรทุก 10 ล้อ ไม่เกิน 25 ตัน รวมถึงให้กวาดล้างกลุ่มผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติกฎหมายด้วยส่วนความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ ขอให้ยื่นรายละเอียดให้ คสช.นำมาประกอบการพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ผู้ประกอบการขนส่งทางบกจะเร่งสรุปรายละเอียดของปัญหาเพื่อนำเสนอต่อคสช.ภายใน 2-3 วัน โดยเฉพาะประเด็นที่กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้อ้างอิงผลการศึกษาเรื่องจำกัดน้ำหนักรถบรรทุกที่ว่าจ้างมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นการอ้างอิงข้อมูลของคอสะพานแบบเก่า ในขณะที่คอสะพานแบบใหม่สามารถรับน้ำหนักได้ถึง28 ตัน และ 58 ตัน  โดยสาเหตุที่ต้องขอบรรทุกน้ำหนักเพิ่มเพราะได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งของผู้ประกอบการ สามารถขนส่งสินค้าได้น้อยลงและต้องเพิ่มเที่ยวรถมากขึ้น อีกทั้งยังไม่ขึ้นค่าขนส่งไม่ได้ เพราะอยู่ช่วงนอกฤดูกาลขนส่ง(โลว์ซีซั่น)ดังนั้นเป็นไปได้ที่ค่าขนส่งในช่วงปลายปี อาจต้องปรับขึ้นประมาณ 10 % เพื่อให้คุ้มทุน  ด้านนายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.57 ที่ผ่านมา ที่ได้มีการประกาศบังคับใช้มาตรการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่เกิน50.5 ตัน พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างดี  และยืนยันว่าคงไม่มีการทบทวนนโยบายเรื่องนี้เพราะผลการศึกษาที่สรุปออกมาชัดเจนว่าความเสียหายที่เกิดจากการบรรทุกน้ำหนักเกินนั้นทำให้ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณปีละกว่าแสนล้านบาทในการซ่อมบำรุงรักษาทางต่างๆ ซึ่งถือว่าไม่คุ้มกับผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยหรือผู้ประกอบการขนส่ง นอกจากนี้ที่ผ่านมา กรมฯ ยังได้ผ่อนผันการบรรทุกน้ำหนักเกินมาแล้วถึง3 ปี และได้หารือกับผู้ประกอบการขนส่งจนได้ข้อสรุปร่วมกัน หากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรออกมาเป็นเช่นไรจะต้องยอมรับแต่ในความเป็นจริงแม้ผลศึกษาระบุน้ำหนักที่เหมาะสมคือ 25 ตันสำหรับรถ 10 ล้อ และ50.5 ตันสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่  แต่ผู้ประกอบการกลับมาเรียกร้องกับทางคสช.อีก นายชัชวาลกล่าวต่อว่าน้ำหนักบรรทุกที่กรมฯ และกรมทางหลวงชนบทกำหนดให้ใช้ในปัจจุบัน ถือว่ามากกว่าเกณฑ์น้ำหนักของประเทศอื่นในอาเซียนที่จำกัดน้ำหนักไว้ที่ 21-38 ตันเท่านั้น ดังนั้นหากเปิดเสรีอาเซียนรถบรรทุกไทยที่จะข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายรถเพื่อบรรทุกให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสมาชิกอาเซียนด้วย  ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้จะต้องหาข้อสรุปให้ทันก่อนเปิดประชาคมอาเซียนเต็มรูปแบบในปี58   นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่าได้ขอให้ คสช.เข้ามาช่วยจัดระเบียบรถบรรทุก เพราะปัจจุบันมีผู้กระทำผิดกฎหมายโดยติดสติกเกอร์เพื่อบรรทุกน้ำหนักเกินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น จึงขอให้เข้มงวดในเรื่องนี้ด้วยรวมทั้งได้ขอให้มีการจัดโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้พร้อมเพื่อเข้าสู่การเปิดประชาคมอาเซียน เช่น จุดพักรถ สถานีขนส่งสินค้าเป็นต้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุบโต๊ะไม่ผ่อนผันรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

  • สวมใส่แบบไฮเทค -1001

    สวมใส่แบบไฮเทค -1001

    หากใครเดินสำรวจตลาดสินค้าไอทีในท้องตลาดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานี้ จะพบของไฮเทคแบบสวมใส่เป็นน้องใหม่มาแรงที่วางคู่กันกับโทรศัพท์มือถือหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกาแล็คซี่เกียร์ของซัมซุงที่เปิดตัวมาก่อนใครเพื่อน หรือจะเป็นโซนี่สมาร์ทวอตช์ นาฬิกาอัจฉริยะของโซนี่ ที่กำลังเป็นเทรนด์ซึ่งเปิดตัวใกล้ ๆ กับนาฬิกาอัจฉริยะ แต่ออกแนวคนรักสุขภาพและการออกกำลังกาย ก็เห็นจะเป็นการกลายร่างของสมาร์ทวอตช์ทั้งหลายที่ย้ายตัวเอง แปลงร่าง จับฟังก์ชั่นการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาวะของร่างกายมาใส่เป็นจุดขายหลัก เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากคนชอบของเล่นไฮเทคมาเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพและการออกกำลังกายแทน จริง ๆ แล้วอุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้ทางด้านสุขภาพมีออกมานานมากแล้ว อย่างเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจของโพลาร์ (Polar) ที่ใช้คาดอก แล้วต่อกับนาฬิกาแสดงผลลัพธ์ที่ใช้กันมานานในหมู่นักกีฬา แต่ก็จำกัดวงอยู่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์การกีฬาเท่านั้น แต่ก็อย่างที่หลายท่านเห็น ในเมื่อช่วงนี้เป็นเทรนด์ของอุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคทั้งหลาย อุปกรณ์ฟังก์ชั่นเดิม ๆ เหล่านั้น จึงถูกจับมาแปลงร่างกลายเป็นอุปกรณ์ติดตัวสำหรับผู้รักสุขภาพและการออกกำลังกายไป และดูเหมือนจะขายดิบขายดี ไม่แพ้สมาร์ทวอตช์ซะด้วยครับ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถลองค้นหาเพิ่มเติมได้ ผมจะหยิบยกตัวอย่างบางอันของอุปกรณ์เหล่านี้มาให้ดู เผื่อหลายท่านจะสนใจ ตัวอย่างเช่น นาฬิกาวัดอัตราการเต้นของหัวใจของโพลาร์เจ้าเก่า หรือจะเป็นซัมซุงเกียร์ฟิต (Gear Fit) หรือโซนี่สมาร์ทแบนด์ (Smartband) แถมด้วยผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมอย่างจอว์โบน (Jawbone) ที่วางขายเจ้า “อัป” (UP) ที่ล้วนแล้วจัดเต็มมาเพื่อเอาใจคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ ทั้งฟังก์ชั่นการนับก้าวในแต่ละชั่วโมง การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เวลาที่ใช้ในการวิ่ง ปริมาณแคลอรีที่ใช้ในแต่ละวัน แถมด้วยเวลาที่เจ้าของ “ได้” นอนในแต่ละวัน มีทั้งแบบนอนหลับสนิท แบบหลับไม่สนิท แถมด้วยการนับเวลาที่อยู่ดี ๆ เจ้าของก็ลุกขึ้นมากลางดึกอีกด้วย (ไม่ใช่ว่าอุปกรณ์ทั้งหมดที่ผมกล่าวถึงมานี้จะสามารถทำได้ครบทุกฟังก์ชั่น คุณผู้อ่านต้องลองศึกษาฟังก์ชั่นของอุปกรณ์แต่ละเจ้าให้ดี ว่าตรงกับความต้องการของตัวเองหรือไม่ก่อนจะหาซื้อมาใช้นะครับ) เจ้าอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาอยู่ประมาณ 3,000 ขึ้นไปถึงราว ๆ 6,000 บาท ใช้การเชื่อมต่อหลักเป็นบลูทูธ 4.0 และ NFC ซึ่งการใช้งานของอุปกรณ์พวกนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีสมาร์ทโฟนไว้ข้างตัวเสมอไป เพราะมันจะเก็บข้อมูลของเจ้าของไว้ตลอดเวลา เมื่อเข้าใกล้สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออยู่ ค่อยส่งข้อมูลไปยังสมาร์ทโฟนเพื่อแสดงผล เรื่องสนุกที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฮเทคกับสุขภาพยังไม่จบเพียงแค่นี้ครับ เพราะไมโครซอฟต์เองก็หันมาสนใจเล่นกับอุปกรณ์พวกนี้เช่นกัน แต่หันไปให้ความสนใจกับสมาร์ทบรา (Smart Bra) ที่ตั้งใจทำเพื่อสาว ๆ ในการแก้ปัญหาการกินอาหารมากเกินไปในยามเครียด เมื่อเกิดความเครียดขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจจะเปลี่ยนไปทำให้เราสามารถตรวจสอบสภาวะความเครียดได้จากอัตราที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ ประกอบกับการที่เหล่านักวิจัยคิดว่า บางครั้งสาว ๆ อาจไม่อยากสวมใส่อุปกรณ์บนข้อมือเพื่อมาบดบังสร้อยหรือนาฬิกาข้อมือสวย ๆ ของเธอ เจ้าสมาร์ทบราของไมโครซอฟต์นี้จึงถูกออกแบบให้วัด EKG (electrocardiogram) และ EDA (electrodermal activity) ในจุดที่ใกล้กับหัวใจและอยู่ในบราไปเลย เพื่อไม่ให้เจ้าของต้องสวมใส่เครื่องประดับอะไรเพิ่มเติม จากนั้นก็ส่งสัญญาณเตือนเมื่อจับสัญญาณของความเครียดได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าของรับประทานมากเกินไป แม้ไมโครซอฟต์จะไม่มีแผนการผลิตและวางขายเจ้าสมาร์ทบราเป็นผลิตภัณฑ์ของตนก็ตาม แต่มันก็แสดงให้เห็นว่า แนวโน้มของอุปกรณ์สวมใส่ไฮเทคในแนวรักสุขภาพและการออกกำลังกาย น่าจะได้รับความสนใจ และผลิตออกมาให้ผู้บริโภคอย่างเราได้เลือกซื้อ เลือกใช้กันอย่างหลากหลาย ด้วยราคาที่ไม่น่าจะแพงมากเกินไป “ว่าแต่…วันนี้คุณออกกำลังกายหรือยังครับ?” สุกรี สินธุภิญโญ (sukree.s@chula.ac.th) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สวมใส่แบบไฮเทค -1001