Blog

  • วอนคสช.เร่งจัดระเบียบโรงแรมเลี่ยงภาษี

    วอนคสช.เร่งจัดระเบียบโรงแรมเลี่ยงภาษี

    นายกฤษฎา ตันสกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยว่า ต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปรับแก้กฎหมาย เรื่องการจดทะเบียนโรงแรม เพื่อทำให้โรงแรมนอกระบบ หันมาจดทะเบียนเป็นโรงแรมอย่างถูกต้อง เนื่องจากที่ผ่านมา ที่พักประเภทดังกล่าว ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจโรงแรม ทำให้มีต้นทุนที่ถูกกว่า จึงเกิดการแข่งขันด้านราคาห้องพักที่ไม่เป็นธรรม ประกอบกับหากยังมีโรงแรมกลุ่มนี้อยู่ จะส่งผลกระทบระยะยาว ทำให้ราคาไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยเฉพาะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงมากขึ้น“ปัจจุบันโรงแรมทางภาคใต้ แม้นักท่องเที่ยวยังคงเข้ามาเที่ยวต่อเนื่อง แต่ด้วยจำนวนห้องพักในพื้นที่5จังหวัดอันดามันคือ จ.ภูเก็ตกระบี่ ตรัง พังงา ระนองนั้นมีมากกว่า 80,000 ห้อง ในจำนวนนี้ เป็นโรงแรมนอกระบบกว่า 60% ยังไม่นับรวมกลุ่มเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ หรือคารชุด ที่ปล่อยให้เช่นเป็นรายเดือน หรือรายวันอีกกว่า 20,000 ห้อง ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทำให้กลุ่มโรงแรมห้องพักที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ใช้กลุยุทธ์ด้านราคาทำการตลาด จนกลุ่มโรงแรมที่ถูกกฎหมาย ต้องหั่นราคาเพื่อทำการตลาดตามไปด้วยโดยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของปีคาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ 75-80% ส่วนทั้งปีคาดว่าจะมียอดนักท่องเที่ยว 14 ล้านคนสร้างรายได้กว่า 250,000 ล้านบาท เติบโตเท่ากับปี 56 ที่ผ่านมาด้านนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาห้องพักนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีการแก้กฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียน และจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ก็เชื่อว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการขึ้นราคาห้องพัก เพราะต้องทำแผนการตลาด ที่ต้องพิจารณากับโรงแรมกลุ่มเหล่านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปี 58 น่าจะเติบโตได้ 15% หรืออาจมากกว่าเนื่องจากฐานปี 57 ต่ำส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยพื้นที่กรุงเทพคาดว่าอยู่ที่ 60-70%ทั้งนี้ ทิศทางของโรงแรม เริ่มเป็นการจองผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจะเป็นกลุ่มที่ตั้งในพื้นที่เหมืองหลวง เดินทางด้วยตัวเองได้สะดวก หรือเป็นเมืองที่มีสนามบินนานานาชาติดังนั้นด้านทิศทางของการทอ่งเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่จะรุกเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเดินทางเอง (เอฟไอที) มากขึ้นกำลังเริ่มเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวโลกเริ่มเป็นสิ่งที่ดี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนคสช.เร่งจัดระเบียบโรงแรมเลี่ยงภาษี

  • สภาเอสเอ็มอีส่อแววแท้ง

    สภาเอสเอ็มอีส่อแววแท้ง

    นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี ตามที่สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (เอทีเอสเอ็มอี) ได้หรือไม่ เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความจำเป็น และความเหมาะสมในการแต่งตั้ง โดยสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือ แนวทางการผลักดันเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ ตามนโยบายของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.)“ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำลังทำแผนแม่บทการเอสเอ็มอี ซึ่งกระทรวงฯ ต้องรอรายละเอียดก่อน รวมทั้งดำเนินการร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงอุตฯ เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวบรวมแผนการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีร่วมด้วย”แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีอาจเกิดขึ้นยาก เนื่องจากการสอบถามความเห็นหลายฝ่ายเช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ต่างก็ไม่เห็นด้วยในการจัดตั้ง เพราะมองว่าเป็นเรื่องซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน เนื่องจากที่ผ่านมา ส.อ.ท. และสภาหอการค้าฯ มีหน่วยงานที่ดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอยู่แล้วเช่น สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) ของส.อ.ท. และกระทรวงอุตสาหกรรมก็มีหน่วยงานที่ดูแลอย่าง สสว.อยู่แล้วนางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมเอทีเอสเอ็มอี กล่าวว่า ส่วนตัวยังมั่นใจการผลักดันการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีจะสำเร็จเป็นรูปธรรมแน่นอน ซึ่งวันที่ 17ก.ค.นี้เวลา 13.00น. ตัวแทนภาคีเอสเอ็มอี ที่เกิดจากการรวมตัวจาก 13 สมาคม 3 ชมรมรวมสมาชิกกว่า 50,000 คน จะเดินทางเข้าหารือประเด็นนี้กับนายวิฑูรย์ พร้อมยื่นหนังสือแสดงจุดยืนของภาคีเอสเอ็มอี เห็นตรงกันในการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายของ คสช.ที่ต้องการยกระดับให้เอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ"ยอมรับว่า เรื่องนี้อาจเป็นไปได้ยาก เพราะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยแล้วออกมาคัดค้าน อ้างว่าเป็นการทำงานซ้ำซ้อน กับส.อ.ท. และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ทำหน้าที่ดูแลและให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง ยังมีเอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายเล็ก ๆ ที่เข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ดังนั้นส่วนตัวจะเดินหน้าเรื่องนี้ ไม่ยอมถอยเด็ดขาดโดยวันที่ 17 ก.ค.นี้ จะมีความชัดเจน เรื่องการผลักดันแนวทางนี้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สภาเอสเอ็มอีส่อแววแท้ง

  • เซียนหวยเซ็งล็อตเตอรี่งวดนี้ยังขาย100บาาท

    เซียนหวยเซ็งล็อตเตอรี่งวดนี้ยังขาย100บาาท

    รายงานข่าวจากผู้ค้าส่งสลากกินแบ่งรัฐบาล (ล็อตเตอรี่) เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายล็อตเตอรี่ งวดวันที่ 16ก.ค.นี้ เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่คึกคักอย่างที่คาดการณ์กันไว้ เพราะได้รับผลกระทบจากการที่ประชาชนไม่ค่อยซื้อล็อตเตอรี่ แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะมีนโยบายประกาศให้ขายใบละ 80-92 บาทได้นั้น แต่ยังมีผู้เร่ขาย และจักรยานส่วนใหญ่ ยังขายสลากฯใบละ 100 บาท ส่งผลให้ประชาชนที่ต้องการเสี่ยงโชคออกมาเลือกซื้อลดน้อยลง ทำให้แผงสลากฯ ที่ขายเกินราคาตามที่ คสช. กำหนดไว้ ไม่สามารถขายได้ เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีสลากฯเหลืออยู่จำนวนมาก โดยราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ใบละ 80-95 บาท“หลังจากนโยบายแก้ปัญหาขายล็อตเตอรี่เกินราคาของ คสช. ทำให้ลูกค้าจำนวนมากเข้ามาสอบถาม และต้องการซื้อในราคาขายปลีกที่ใบละ 80 บาท แต่ร้านค้าส่วนใหญ่จะขายใบละ 90 บาท เพราะเป็นราคาเพดาน ที่คสช.กำหนดไว้ให้ขายได้ และเมื่อผู้เร่ขายสลากฯ รับซื้อในราคาดังกล่าวแล้ว ทำให้ต้องปรับราคาเพิ่มขึ้น เพื่อทำกำไรเป็นใบละ 100 บาท พอถึงช่วงใกล้การออกรางวัล จึงส่งผลให้ผู้ที่เร่ขายส่วนใหญ่เหลือสลากฯ อยู่เต็มแผง เพราะประชาชนไม่เลือกซื้อในราคาดังกล่าว”ขณะเดียวกัน สำหรับการสรรหาผู้อำนวยการสลากฯ คนใหม่ ที่ขณะนี้มีผู้ยื่นใบสมัครมาแล้วกว่า 6 รายนั้น สำนักงานสลากฯ ควรที่จะเปิดเผยรายชื่อผู้สมัครทั้งหมด ไม่ใช้ปกปิดไว้ และมาประกาศผลให้ประชาชนรับทราบทีหลัง เนื่องจากการเข้ามาดูแลสำนักงานสลากฯ ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เป็นใครก็ได้ เพราะสำนักงานสลากฯ ถือเป็นองค์กรหลัก ในการส่งรายได้เข้ารัฐ หากให้ใครที่มีประวัติไม่ดีเข้ามาบริหารงาน ก็จะเกิดการโกง และหาผลประโยชน์ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย และลดความน่าเชื่อถือจากประชาชนอย่างมากสำหรับเลขเด็ดงวดวันที่16 ก.ค.นี้ บรรดาเซียนหวยนิยมซื้อกันมากและขายดีเป็นพิเศษ อยู่ในกลุ่มเลขมงคล ทั้งเลขวันอาสาฬบูชา 711,เข้าพรรษา712,ครบรอบสมเด็จย่า114 ปี,สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช 62 ปี ,ประสูติ 28 ก.ค. 2495,พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี 57 ,2500, ทักษิณ ชินวัตร 65,2492, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 47,2510, ขบวนรถไฟน้องแก้ม 174 และเลขเบิ้ล 44, 55, 66, 88 ถูกเลือกซื้อจากแผงสลากฯจำนวนมาก โดยมีราคาเฉลี่ยสูงอยู่ที่ใบละ 100-110 บาททั้งนี้การออกรางวัลสัญจรของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลวันที่ 16ก.ค.นี้ จะเดินทางไปออกรางวัลที่ห้องกาญจนาภิเษก 2สถาบันวิชาการทีโอที ซอยงามวงศ์วาน 17 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าชมขั้นตอนการออกรางวัลลอตเตอรี่ ของสำนักงานสลากฯได้อย่างใกล้ชิด หรือติดตามชมการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที ตั้งแต่เวลา15.00-16.00น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เซียนหวยเซ็งล็อตเตอรี่งวดนี้ยังขาย100บาาท