สิทธิพลพรรณวิไล หรือ เนย นักพัฒนาชื่อดังในวงการไอที ได้เขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับ MeowChat ไว้ในบล็อก nuuneoi.com ว่า เมื่อวานซืนขณะที่กำลังเตรียมตัวขึ้นพูดที่งาน Start it up, Power it up ครั้งที่6 อยู่นั้น ก็ได้รับ Notification ทางFacebook จากเพื่อน เชิญชวนให้ไปโหลดแอพฯ MeowChat มาลง เลยขอยกเป็น กรณีศึกษา ที่น่าสนใจของการทำGrowth Hacking พูดถึง Startup ก็คือนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ทำโปรดักส์ขึ้นมาไม่มีเงินแยะแยะมากมาย แต่การทำ Marketing ก็ยังจำเป็นอยู่ดีในการเพิ่ม Growth จึงเกิดเป็นศาสตร์ของ GrowthHacking ขึ้นมา เพื่อ “หาเทคนิคทุกวิถีทางที่เพิ่มGrowth (หรือเพิ่มจำนวน User) ได้”โดยผู้ที่รับหน้าที่นี้ไปเรียกว่าตำแหน่ง Growth Hacker ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ทางสายกลางระหว่างMarketing Skill และ Technical Skill เรื่องนี้สำคัญมากก็เพราะไม่ว่าธุรกิจอะไรGrowth ก็สำคัญเสมอ หาก Growth หยุดธุรกิจก็จะสู่ขาลงในทันที วิธีการที่ใช้กันบ่อยคือ”ล่อให้คนที่ใช้อยู่บอกต่อ” หรือพูดอีกอย่างคือ”ใช้ผู้ใช้เป็นคนโฆษณาให้” มีอยู่หลายวิธีด้วยกันถึงคำนี้จะเพิ่งถูกนิยามมาเมื่อปี 2010 เท่านั้นเอง โดย Sean Ellis แต่ก็มีการทำมาแล้วหลายสิบปียกตัวอย่างเช่น Dropbox – ถ้าInvite คนอื่นมาได้ จะได้พื้นที่เพิ่ม 500MB Trello – ถ้าInvite คนอื่นมาได้ จะได้ Trello GoldMembership ฟรี 1 เดือนต่อ 1 Invite ที่ได้มามากสุด 12 เดือน Sublime – วันก่อนมีแคมเปญจับฉลากแจกฟรีLicense Sublime อันเลื่องชื่อ ถ้าใครยิ่งแชร์ออก Socialเยอะ ก็ยิ่งเพิ่มสิทธิ์ในการจับฉลากมากขึ้น Hotmail – ด้านใต้ของเมลแต่ละฉบับจะมีห้อยท้ายไปว่า “PS: I love you. Get your free e-mail at Hotmail” YouTube – ทำให้ผู้ใช้สามารถเอาวีดีโอไปEmbed ในเว็บของตัวเองได้ คนดูก็เลยรู้จัก YouTubeเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ Mailbox – ไม่ยอมให้ผู้ใช้ใช้เลยต้องรอคิวก่อนถึงจะใช้ได้ จนคนพูดถึงกันเยอะ ทั้งนี้ Growth Hacking ไม่จำเป็นต้องใช้เงินน้อยเสมอไป รัฐบาลสิงคโปร์ ก็ทำ GrowthHacking ให้กับ Startup Ecosystem ของตัวเองด้วยการอัดเงินให้กับ Investor ในโครงการ NRF ปีละเป็นร้อยล้านเหรียญซึ่งช่วยให้ Investor ตัดสินใจในการลงทุนง่ายขึ้น นั่นก็แปลว่า Startupก็จะมีโอกาสเกิดและเติบโตมากขึ้นตามไป Growth Hacking ฟังดูอาจจะเหมือนเป็นศัพท์หรูแต่ความจริงมันไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อนอะไรเลย ง่ายสุดคือการคิดว่า “จะทำให้เกิดการเติบโตได้อย่างไร”แค่นี้เอง ที่เหลือคือวิธีการ จะง่ายดายหรือพิสดารก็สุดแล้วแต่ความสร้างสรรค์จะกำหนด หรือที่นิยมทำกันสุดๆของ Startupเลยคือ “จะผลักดันให้คนบอกต่อกันได้อย่างไร”อาจจะแลกมาด้วยของอะไรบางอย่างเช่นที่ Dropbox ทำซึ่งไม่ใช่จะแจกอะไรไปดาดๆ ต้องแจกสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการและส่งผลดีต่อโปรดักส์เราด้วย หรือจะให้สื่อเขียนถึง ก็เพิ่ม Growthได้ไม่น้อย (ถ้าลงถูกที่) ด้านมืดของ Growth Hacking หรือสแปม ( Spam) ลำพังGrowth Hacking ก็สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นสแปม อยู่แล้ว เพราะมันอาศัยการบอกต่อเป็นหลักก็เลยต้องทำให้สมดุล ระหว่างความน่ารำคาญและการเติบโต เพราะหากมุ่งแต่จะสร้างการเติบโตโดยไม่สนใจอะไรจนเกิดเป็นสแปม จะเกิดภาพลบต่อโปรดักส์ทันที เช่น LINE Cookie Run แต่ได้รับคำร้องขอจาก Cookie Run ตลอดเวลาทั้งๆ ที่ไม่ได้เล่นเลย จนตอนนี้ลบ LINEทิ้งไปแล้วและก็เลิกเล่นเป็นการถาวร ทุกคนรับรู้ถึงความรำคาญหมด นี่เป็น GrowthHacking ที่สร้างผลลบต่อโปรดักส์อย่างมหันต์ และล่าสุด Meow Chat ถึงแม้มันจะเพิ่งระบาดในเมืองไทยแต่เมืองนอกเคยมีข่าวครึกโครมมาหลายเดือนแล้วเกี่ยวกับแอพฯตัวนี้ที่ใช้ GrowthHacking แบบ Spam จนถูกกาหัวไว้ว่าเป็นSpammer ตัวเป้ง มีเว็บนอก Warning มากมายถึงแอพฯตัวนี้(แต่ App Store, Google Play และ Facebook ก็ยังปล่อยให้มันเป็นไปอยู่) ความจริงแล้ววิธีการของ MeowChat นั้นแสนจะธรรมดามากคือเด้งขออนุญาตผู้ใช้ว่าจะส่ง Notification ไปหาเพื่อนทั้งหมดในลิสต์แล้วปกติคนอ่านกันมั้ย? … ไม่อ่าน ก็เลยกด Yes ไปสุดท้ายก็ส่ง Invite หาทุกคนเลย อาจจะเป็น User”s Fault ก็จริงแต่พอดูจาก UI Flow แล้วรู้สึกได้เลยว่าเป็นความตั้งใจของนักพัฒนาที่จะหลอกให้คนกด Yes แล้วยิงหาทุกคนพอเพื่อนได้รับ ก็นึกว่าเป็น Invite ที่ส่งมาอย่างตั้งใจเพราะเพื่อนส่งมาให้ ก็เลยลงแอพฯเรียบร้อย แล้วก็โดนหลอกให้กด Yes อีกแล้วก็เป็นแบบนี้เรื่อยไป วิธีการที่ Meow Chat ใช้นับเป็น Growth Hacking แบบนึง ถามว่าได้การเติบโตมั้ยในแง่จำนวน ตอบว่าได้แต่ถามว่าได้ผลดีมากกว่าผลเสียมั้ย? สามารถรักษาลูกค้าไว้ได้มั้ย? วิธี Block Meow Chat ให้เข้าหน้า Settings ตามURL https://www.facebook.com/settings?tab=blocking แล้วเลื่อนลงไปส่วนBlocking apps พิมพ์ไปว่า Meow Chat แล้วก็คลิกเลือก สิทธิพล สรุปว่า ควรใช้ GrowthHacking อย่างมีสติและจรรยาบรรณ เพราะมีวิธีให้เลือกใช้เยอะมากและก็เยอะมากที่เป็น Spam สร้างความรำคาญ อย่าหน้ามืดตามัวเพิ่ม Growthโดยไม่คิดอะไร คำนึงผลที่ตามมาด้วยคำนวณด้วยว่าสิ่งที่เสียไปมากกว่าได้หรือไม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทำไมเพื่อนต้องส่งแอพ Meow Chat ให้
Blog
-

ทำไมเพื่อนต้องส่งแอพ Meow Chat ให้
Facebook Comments -

วิทยุชุมชนเข้าเกณฑ์ออกอากาศได้แล้ว 362 สถานี
วันนี้(15ก.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจกาการะจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงเข้ามายืนยันตนและขอดำเนินการขอออกอากาศจำนวน 362 ราย โดยผู้ประกอบการที่สามารถออกอากาศได้นั้นต้องอยู่ใน 3 กลุ่ม ได้แก่1.ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงที่ใช้เครื่องส่งที่ผ่านการตรวจสอบและเป็นไปตามมาตรฐานทางเทคนิคฯ 2.ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงที่ใช้เครื่องส่งที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคฯ และ 3.ผู้ที่ได้ยื่นคำขออนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงไว้ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงพ.ศ.2555 แล้ว ซึ่งคำขออยู่ในระหว่างการพิจารณา โดย กสทช.จะประกาศรายชื่อวิทยุที่สามารถออกอากาศได้ผ่านหน้าเว็บไซต์ กสทช.เพื่อให้ผู้ที่รายชื่อไปดำเนินการติดต่อขอออกอากาศได้ในพื้นที่สำนักงาน กสทช.14 เขตร่วมกับกองทัพภาคกำหนดทั้งนี้สำหรับกรณีการใช้ใบเสร็จหรือสลิปหลักฐานการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมพิจารณาคำขออนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงมาใช้ดำเนินการจะสามารถดำเนินการได้เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่ามีการออกใบอนุญาตแล้ว ซึ่งขั้นตอนในการตรวจสอบสำนักงาน กสทช.เขตจะเป็นผู้ลิงค์ข้อมูลตรวจสอบจากสำนักงานกสทช.ส่วนกลางและในส่วนของใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงตัวจริงสำนักงานกสทช.ส่วนกลางจะส่งใบอนุญาตฯไปยังสำนักงาน กสทช.เขต ทั้ง14เขต ซึ่งผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงสามารถติดต่อขอรับใบอนุญาตได้จากสำนักงาน กสทช.เขตในพื้นที่ที่สถานีฯ ตั้งอยู่โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาติดต่อขอรับที่สำนักงาน กสทช.ส่วนกลาง“สำนักงาน กสทช.ขอย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงว่าหากยังไม่มีชื่อในประกาศรายชื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงที่มีสิทธิออกอากาศได้ของสำนักงานกสทช.แล้วทำการออกอากาศถือว่ามีความผิดตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและให้เพิกถอนการอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและให้ยุติการออกอากาศทันที จึงขอเตือนสถานีวิทยุกระจายเสียงว่าอย่าเพิ่งดำเนินการใดๆจนกว่าสถานีของท่านจะมีชื่อประกาศเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงที่มีสิทธิออกอากาศได้บนหน้าเว็บไซต์สำนักงาน กสทช. และสำหรับสถานีฯที่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศได้แล้วขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสำนักงาน กสทช.โดยเคร่งครัดหากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 3 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และสำนักงานกสทช.จะยึดใบอนุญาตและไม่ออกใบอนุญาตให้ใหม่”นายฐากร กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วิทยุชุมชนเข้าเกณฑ์ออกอากาศได้แล้ว 362 สถานีFacebook Comments -

โพสต์แบบไหนที่ไม่มีใครอยากอ่าน
นายปฐม อินทโรดมประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่ข้อความบน เฟซบุ้กในชื่อ PathomIndarodom โดยเสนอแนะ 10 ข้อคิดก่อน โพสต์พลีชีพ ว่า ถึงเราจะคุ้นเคยกับ Social Network มาหลายปีแต่ยังมีกรณีศึกษาให้เห็นอยู่บ่อยๆด้วยเหตุที่ต้องขึ้นเวทีเสวนาเรื่องนี้เป็นประจำ เลยขอเอา 10ข้อคิดก่อน “โพสต์พลีชีพ” มาฝากครับ1. สวนกระแสอยากดังระวังดับกลางอากาศ ตัวอย่างจากกรณี ด.ญ.วัย 13 ปี ที่สังคมกำลังโศกเศร้าแต่ดันไปถามว่า “น้องเค้าแต่งตัวโป๊มั้ย อ่อยผู้ชายรึเปล่า”คอมเมนต์แบบนี้โดนประนามทั่วสารทิศจนต้องปิด account หนีไปหลายรายแล้วครับ2. นินทาเจ้านายถึงจะฉลาดพอที่จะตั้งค่าเอาไว้ไม่ให้นายเห็นแต่รับรองว่าเพื่อนตัวดีแอบเก็บหน้าจอเอาไว้เรียบร้อยพร้อมส่งถึงมือเจ้านายในวันประเมินผลแน่นอนเพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการตัดกำลังคู่แข่งทีเผลอแบบนี้3. โพสต์อวดรู้คนดังหลายๆ คน เคยดับมาแล้วเมื่อโพสต์อะไรที่บ่งบอกถึงความฉลาด (น้อย) เช่น ยืนยันกับคนอื่นๆว่า ไททานิคเป็นแค่หนังไม่เคยมีเรื่องจริงเกิดขึ้น หรือสุขสันต์วันเกิดครบรอบ 2014ปีของโลกใบนี้ (ทำไปได้…)4. ขยันส่งข่าวลือไม่ว่าจะเป็นกินวิตามินซีกับกุ้งแล้วจะตายทันทีหรือโค้กกัดกระเพาะคนตายเพราะมีกรดรุนแรงขนาดล้างห้องน้ำได้ ฯลฯ อันนี้ก็โดน unfriendไปหลายคนเพราะน่ารำคาญครับ5. โพสต์ลั้ลลาในวันลาป่วยเช่นถ่ายรูปแพลงกิ้งบนยอดเขา รับรองว่าคุณงานเข้าแน่ถ้าคนในบริษัทมาเห็นเข้าเพราะเป็นกรณีไล่ออกมาแล้วหลายที่ครับ6. ฟ้องกระจายไม่อายชาวโลกตกเครื่องบินเพราะไปสายก็เอามาโพสต์ด่าสายการบิน อันนี้เงิบมาแล้วหลายคนเพราะชาวประชาเข้าใจดีครับกฏการบินเขาเป็นอย่างไร7. อ้อนวอนขอไลค์ขอความเห็นใจช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก กดไลค์ยิ่งมากยิ่งได้บริจาคเยอะ (ใครให้ก็ไม่รู้)อย่าเอาความน่าสงสารมาเรียกคะแนนให้ตัวเองเลยครับ8. ปัญหาภายในบ้านแม่ทะเลาะกับน้า อาเป็นเกย์ ฯลฯ บางเรื่องเอามาปรึกษากันได้แต่บางเรื่องมันชวนอึดอัดนะครับ แค่รู้ในบ้านก็พอ 9. เกรียนไม่เลือกที่โพสต์ระรานบนหน้า wall ของคนอื่น อันนี้ไม่ต้องพูดมากครับเสียมารยาทอย่างร้ายแรง แต่มีให้เห็นเป็นประจำ10. พิมพ์ผิดชีวิตเปลี่ยน… จะชมสาวฝรั่งว่า Nice Dimple (ลักยิ้มสวยจัง)ดันพิมพ์เป็น Nipple (หัวนมสวยจัง) อันนี้นอกจากติดเรทแล้วยังโดน blockตลอดชีพไปอีก ต้องตรวจก่อนโพสต์เสมอครับ /ปฐม ARiP
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โพสต์แบบไหนที่ไม่มีใครอยากอ่านFacebook Comments