Blog

  • แบงก์มั่นใจศก.ไทยดันสินเชื่อเข้าเป้า

    แบงก์มั่นใจศก.ไทยดันสินเชื่อเข้าเป้า

    นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า  ธนาคารยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่ออยู่ที่8% แม้ว่าครึ่งปีแรกสินเชื่อชะลอตัวจากปัญหาการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา  แต่ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทำให้มีการลงทุนของภาครัฐ  ภาคเอกชน และการบริโภคเพิ่มขึ้น  ส่วนแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ผ่านมาได้มีแพกเกจช่วยลูกค้าอยู่แล้วทั้งยืดเวลาชำระหนี้และดอกเบี้ยเป็นรายกรณีซึ่งขึ้นกับว่าผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบจากการเมืองในช่วงที่ผ่านมามากน้อยแค่ไหนและมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมยังขยายตัวสูง “หนี้เอ็นพีแอลช่วงต้นปีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของธุรกิจทำให้ลูกค้ารายย่อยมีการค้างชำระหนี้อยู่มาก แต่ปัจจุบันได้ลดลงแล้ว โดยปีนี้จะคุมเอ็นพีแอลไม่ให้เกิน2.2%” นายกิตติพันธ์  อนุตรโสตถิ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจขนาดใหญ่  ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า  ขณะนี้มีลูกค้าให้ธนาคารเป็นที่ปรึกษาในการระดมทุนประมาณ15,000-20,000 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ การออกหุ้นการค้าระหว่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารความเสี่ยง โดยเชื่อว่าสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ปีนี้ยังเติบโต6% เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกมียอดปล่อยสินเชื่อกว่า 19,000 ล้านบาท  และช่วงครึ่งปีหลังสินเชื่อยังเติบโตดี จากทั้งปีตั้งไว้35,000 ล้านบาท และเน้นสินเชื่อภาคเอกชนมากกว่าราชการ อย่างไรก็ตาม ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทฟีโก้คอร์ปอเรชั่นเพื่อซื้อกิจการโรงแรมในเยอรมนีวงเงิน 45 ล้านยูโร  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์มั่นใจศก.ไทยดันสินเชื่อเข้าเป้า

  • ตั้ง “ออมสิน”ประธานบอร์ด รฟท. แก้ปัญหารถไฟ

    ตั้ง “ออมสิน”ประธานบอร์ด รฟท. แก้ปัญหารถไฟ

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9ก.ค. ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้มีหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมแจ้งให้ทราบว่า หัวหน้า คสช.ได้ลงนามแต่งตั้งให้นายออมสินชีวะพฤกษ์  อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ทำให้บอร์ดมีอำนาจเต็มตามกฎหมายที่จะเรียกประชุมเพื่อพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงและหาคนรับผิดชอบจากกรณีเด็กหญิงอายุ13 ปีถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ คาดว่าบอร์ดจะนัดประชุมได้ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ เบื้องต้นตนได้หารือกับนายออมสินถึงเรื่องดังกล่าวแล้วและขอให้บอร์ดใช้นาทีที่สำคัญนี้ในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ร.ฟ.ท.อย่างจริงจัง  ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาการทำหน้าที่ของผู้ว่าการร.ฟ.ท. ขั้นตอนการรับบุคคลากรเข้าทำงานและ มาตรการตรวจตราความปลอดภัยบนขบวนรถไฟ  เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีมาตรการที่ดีแล้วแต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ “นาทีนี้ ร.ฟ.ท.ต้องหันกลับมาดูปัญหาและแก้ไขที่ระบบอย่างจริง  ซึ่งจำนวนพนักงานที่มีอยู่ปัจจุบันจะมากหรือจะน้อย ไม่ใช่เรื่องสำคัญความสำคัญอยู่ที่ว่าผู้บริหารจะมีการบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพการบริการที่ดีเรียบร้อยและปลอดภัย  ซึ่งบอร์ดร.ฟ.ท.ชุดใหม่คงต้องแก้ปัญหาแบบเร่งด่วนเพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร เราจำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นรถไฟให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้ง “ออมสิน”ประธานบอร์ด รฟท. แก้ปัญหารถไฟ

  • พาณิชย์เร่งล้างสต็อกข้าว 18 ล้านตันใน 3 ปี

    พาณิชย์เร่งล้างสต็อกข้าว 18 ล้านตันใน 3 ปี

    นางดวงพร รอดพยาธิ์  รักษาการอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า  กรมฯตั้งเป้าที่จะระบายข้าวในสต็อกรัฐบาล จำนวน 18 ล้านตันให้หมดภายใน 3 ปีหรือเฉลี่ยเดือนละ 500,000 ตัน ผ่าน 4 แนวทางประกอบด้วยการประมูลทั่วไป, การประมูลผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย เอเฟท), การขายตรงแก่ผู้ประกอบการ และการขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)  เนื่องจากสาเหตุที่ไม่เร่งระบายเหมือนกับรัฐบาลชุดก่อนเพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อราคาข้าวเปลือกในประเทศโดยเฉพาะข้าวนาปี 57/58 ที่จะออกมาในช่วงปลายปี   โดยกรมฯจะนำเสนอแนวทางดังกล่าวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วันที่ 11 ก.ค.นี้ ทั้งนี้แนวทางการระบายข้าวอาจมีการปรับเปลี่ยนในวิธีการดำเนินการบ้าง โดยจะเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และเอกชน มากขึ้น และจะเปิดให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามาซื้อข้าวได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งใดๆทั้งสิ้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้รายเล็กเข้าร่วมประมูลเป็นกองๆ ละประมาณ 20,000 กระสอบได้        สำหรับแนวทางการทำตลาดนั้นรัฐบาลจะไม่แย่งตลาดกับภาคเอกชนแต่ทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันและมีการช่วยเหลือในการทำตลาดมากขึ้นตามนโยบายของคสช. พร้อมทั้งมีการทำแผนร่วมกันในเพิ่มสัดส่วนตลาดข้าวในประเทศที่ไทยเคยครองตลาดแล้วถูกคู่แข่งอย่างเวียดนามแย่งตลาดไปในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา “แนวทางในการระบายข้าวนั้นกรมฯจะไม่เร่งให้หมดเพราะจะไปกระทบต่อราคาข้าวไทย แต่จะดูแนวโน้มความต้องการปริมาณข้าวของโลกเป็นหลัก เนื่องจาก คสช. ยกเลิกโครงการจำนำข้าวไปแล้วจึงไม่มีข้าวใหม่เข้ามาเพิ่มในสต็อก ดังนั้นหากมีการตรวจสอบปริมาณข้าวในสต็อกหมดแล้วก็จะทำให้หน่วยงานต่างๆมีการวางแผนในการบริหารจัดการต่อไป ซึ่งคาดว่าในเดือน ส.ค. นี้ก็จะเริ่มระบายข้าวได้แล้ว โดยไม่ต้องให้มีการตรวจให้เสร็จก่อน” ส่วนแนวโน้วสถานการณ์ข้าวครึ่งปีหลัง เชื่อว่าจะเป็นโอกาสในการขายข้าวของไทย เพราะปริมาณผลผลิตข้าวทั่วโลกจะน่าจะลดลง จากปรากฎการณ์เอลนินโญ่ น่าจะทำให้ต่างประเทศเข้ามาซื้อข้าวไทยเพิ่มเติมคาดว่าในปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวได้ในระดับ 8-10 ล้านตันจากในช่วง 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.-มิ.ย.57) ไทยส่งออกข้าวแล้ว 5.35 ล้านตัน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 50%  มูลค่า 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 19% 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เร่งล้างสต็อกข้าว 18 ล้านตันใน 3 ปี