Blog

  • บอร์ด ปตท.ชุดใหม่:ไม่ถูก คนหรือไม่ถูกใจ? – พลังงานรอบทิศ

    บอร์ด ปตท.ชุดใหม่:ไม่ถูก คนหรือไม่ถูกใจ? – พลังงานรอบทิศ

    ดิ้นกันยังกับไส้เดือนถูกขี้เถ้า เมื่อมีการประกาศรายชื่อ บอร์ด ปตท.ชุดใหม่ออกมาสัปดาห์ที่แล้ว นำโดย ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีต รมว.พลังงาน สมัยรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี คุณปิยสวัสดิ์ถูกโจมตีอย่างหนักว่าไม่เหมาะสมกับตำแหน่งกรรมการของบริษัท ปตท. ด้วยเหตุผลที่ยกขึ้นมาอ้างต่าง ๆ นานา แต่ไม่มีใครกล้าออกมาโจมตี หรือระบุเลย    ว่าคุณปิยสวัสดิ์ไม่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือแม้กระทั่งประธานกรรมการของบริษัท ปตท.  ข้อที่หยิบยกขึ้นมาโจมตีคุณปิยสวัสดิ์เป็นหลักกลับเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รมว.พลังงานในอดีต โดยเฉพาะเรื่องการต่ออายุสัมปทานปิโตรเลียมก่อนกำหนดหมดอายุเป็นเวลานานให้กับบริษัท เชฟรอน และการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 20 ที่มีการให้สัมปทานกันในสมัยของท่านมากถึง 30 แปลง ซึ่งถือว่ามากที่สุดกว่ายุคสมัยของรัฐบาลชุดใด ข้อกล่าวหาทั้งหมดได้ถูกนำมาปลุกระดมผ่านโลกออนไลน์ โดยหวังว่าจะสามารถสร้างเป็นกระแสสังคมเพื่อบีบ คสช. ให้เปลี่ยนใจ  แต่เคราะห์ดีที่ คสช. มีความหนักแน่น จึงสั่งให้ทั้งสามท่าน ออกมาแถลงข่าวชี้แจงข้อกล่าวหาและบอกกล่าวถึงสิ่งที่ท่านตั้งใจจะเข้าไปทำในฐานะบอร์ดของ ปตท. เพื่อแก้ไขสิ่งต่าง ๆ หรือเรื่องที่ยังค้างคาใจสังคมให้มีความชัดเจนและโปร่งใสมากขึ้น ส่วนข้อกล่าวหาในเรื่องการต่ออายุสัมปทานปิโตรเลียมแก่บริษัทเชฟรอน ก่อนหมดอายุสัมปทานเป็นเวลาหลายปี และเรื่องการเปิดแหล่งสัมปทานเป็นจำนวนมากนั้น เพื่อความเข้าใจโดยทั่วกัน ผมอยากเรียนให้ทราบความเป็นมาดังนี้ 1. การต่ออายุสัมปทานดังกล่าวเป็น การต่ออายุตามสัญญาที่ผู้ประกอบการมีสิทธิ   ที่จะได้รับการต่ออายุอยู่แล้ว และบริษัทที่ได้รับการต่ออายุมีอยู่สองบริษัทคือ บริษัท เชฟรอนและบริษัท ปตท.สผ. ไม่ใช่เชฟรอน บริษัทเดียว 2. เหตุที่ต้องต่ออายุก่อนกำหนดเป็นระยะเวลานาน เป็นเพราะขณะนั้นประเทศไทยมีความต้องการก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นสูงมาก ปตท.ได้ติดต่อขอซื้อก๊าซจากผู้ผลิตเพิ่มขึ้นจากวันละ 750 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน เป็น 1,250 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน ทำให้ผู้ประกอบการทั้งสองรายต้องลงทุนเพิ่มเป็นวงเงินสูงมาก รัฐบาลจึงต้องสร้างความมั่นใจให้โดยการต่ออายุสัมป ทานก่อนกำหนด 3. การเปิดให้สัมปทานเป็นจำนวนมากถึง 28 แปลงในรอบที่ 20 ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือความต้องการก๊าซของเราเพิ่มขึ้นสูงมาก ถ้าเราไม่เร่งเปิดสัมปทานให้มีการขุดเจาะและสำรวจ เราก็จะมีก๊าซไม่พอใช้ และเหตุการณ์ในปัจจุบันก็พิสูจน์แล้วว่าป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะในจำนวน 28 แปลงที่ให้สัมปทานไปนั้น สำรวจไม่พบปิโตรเลียมและต้องคืนพื้นที่ให้กับรัฐมาแล้วถึง 18 แปลง คงเหลือที่ยังคงสำรวจอยู่เพียง 10 แปลง และในจำนวนนี้พบก๊าซธรรมชาติขนาดเล็กอยู่เพียงแปลงเดียว ทั้งหมดนั้นก็คือคำตอบว่าทำไม ดร.ปิยสวัสดิ์ รมว.พลังงานในขณะนั้นจึงต้องเร่งรัดในเรื่องการต่ออายุสัมปทานและการเปิดสัมปทานอย่างมากมาย ความจริงควรถือว่าเป็นผลงานของท่านเสียด้วยซ้ำไป ผมจึงแปลกใจมากว่าสมัยที่รัฐบาลชุดที่แล้ว เอาแต่แต่งตั้งคนของตนเข้ามาเป็นกรรมการหรือประธานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ คนที่ออกมาประท้วง ดร.ปิยสวัสดิ์เหล่านี้เขาหายไปไหน หรือเขาเห็นว่านักการเมืองหรือนอมินี ของนักการเมืองเหล่านั้นดีกว่าและเหมาะสมกว่า ดร.ปิยสวัสดิ์ !!!.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ด ปตท.ชุดใหม่:ไม่ถูก คนหรือไม่ถูกใจ? – พลังงานรอบทิศ

  • กรมศุลกากรทำงานเชิงรุก

    กรมศุลกากรทำงานเชิงรุก

    นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมศุลกากร จะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นประเด็นเรียกร้องความไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรว่ามีการทุจริต เรียกเก็บภาษีของแบรนด์เนม และเก็บเงินใต้โต๊ะจากผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า หากผู้ประกอบการ หรือ ประชาชนรายใด พบว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถมาเรียกร้อง และขอคำชี้แจงจากกรมศุลกากรได้ทันที ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ได้เชิญผู้ประกอบการนำเข้าวัสดุก่อสร้าง ที่อ้างว่าถูกเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ และขู่ว่ามีการสำแดงราคาไม่ถูกต้อง แสดงพิกัดภาษีผิด มาหารือข้อเท็จจริง เพื่อทำความเข้าใจและรับเรื่องสอบสวนพิจารณาข้อเท็จจริง “ต่อไปนี้ผู้ประกอบการรายใด ที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเรียกเงินใต้โต๊ะ เอารัดเอาเปรียบ ไม่อยากให้พูดเยอะ แต่ให้เข้ามาแจ้ง ขอเข้าพบได้เลย ซึ่งยอมว่าปัญหาทุจริตไม่ใช่เรื่องใหม่ ตนในฐานะอธิบดีก็ยินดีจะรับทุกปัญหาไปหาแนวทางแก้ไข” ทั้งนี้ มีโยบายที่จะไปสุ่มตรวจการทำงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรในทุกสนามบิน รวมถึงด่านชายแดนทุกด่าน ซึ่งจะเป็นการกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะช่วยลดปัญหาทุจริตคอรัปชั่นได้ในระดับหนึ่ง โดยตนได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีหน้าที่ประจำด่านศุลกากร ปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้ามออกนอกพื้นที่ หรือเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อพบปะใคร ในเวลาราชการ ยกเว้น ป่วย หรือได้รับมอบหมายเท่านั้น แม้ว่าด่านจะมีงานน้อย ก็ต้องหากิจกรรมสร้างส่วนร่วมกับผู้ประกอบการมากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมศุลกากรทำงานเชิงรุก

  • สบน.เล็งหารือ คสช.

    สบน.เล็งหารือ คสช.

    น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.จะเสนอหารือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 350,000 ล้านบาท ที่สบน.ได้ชะลอเบิกจ่ายเงินกู้ไปแล้วก่อนหน้านี้ ว่ามีแนวดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเช่นไร หรือยังคงแผนการกู้ไว้หรือไม่ เพื่อให้การบริหารจัดการเงินกู้มีความเหมาะสมกับนโยบายของ คสช.มากขึ้นทั้งนี้ ที่ผ่านมา คสช.ต้องการทบทวนความเหมาะสมโครงการลงทุนดังกล่าวอีกครั้ง และได้ตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.เป็นประธานกรรมการ ซึ่งกรรมการชุดนี้จะพิจารณาโครงการลงทุนน้ำทั้งหมดอีกครั้งว่าโครงการใดมีความเหมาะสมที่จะต้องทำบ้าง ก่อนที่จะมอบหมายให้ สบน.ไปดำเนินการกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในโครงการดังกล่าว ไม่ได้กู้ทั้งหมดรายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมา สบน.ได้ทำสัญญาเงินกู้เพื่อใช้ในโครงการไว้กับ 4 ธนาคาร คือ ออมสิน กรุงไทย กรุงเทพ และกสิกรไทย โดยต้องเบิกจ่ายตั้งแต่ปี 56-61 ถ้าไม่สามารถเบิกเงินกู้ได้ตามเวลาที่กำหนด ถือหมดอายุเงินกู้ แต่ไม่ต้องเสียค่าปรับ เพราะได้กำหนดเงื่อนไขในสัญญาของ สบน.ไว้แล้วอย่างไรก็ตาม คสช.อยู่ระหว่างการทบทวนโครงการทั้งหมด โดยให้ชะลอการเบิกจ่ายเงินกู้ในโครงการน้ำไปก่อน จนกว่า คสช.จะสรุปกว่าจะเดินหน้าโครงการใดต่ออย่างไร ซึ่งขณะนี้มีการเบิกจ่ายเงินกู้ไปเพียง 20,250 ล้านบาท หากไม่สามารถเบิกเงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ถือว่าสิ้นสุดการใช้วงเงินกับธนาคาร

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สบน.เล็งหารือ คสช.