นายณัฎฐยศ สุริยเสนีย์ หัวหน้าสาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจออนไลน์ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บแล็ต ฯลฯ ดูได้จากตัวเลขการตลาดเมื่อปี 2555มีมูลค่าถึง 90,000 ล้านบาท และในปี 2556 ซึ่งมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 100,000 ล้านบาทขณะที่ในปี 2557 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 10%จากแนวโน้มดังกล่าว มหาวิทยารังสิต โดยสาขาวิชาระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์ และสาขาวิชาการจัดการธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์คณะบริหารธุรกิจ ได้จัดอบรมสัมมนา Smart Social Network ในหัวข้อ“เทคนิคการทำการตลาดด้วย Social Network”ซึ่งเป็นการเสนอแนะและบอกถึงเทคนิคการพัฒนาการตลาดอย่างไรให้ประสบความสำเร็จและเพิ่มยอดขายได้ซึ่งเป็นเครื่องมือการทำธุรกิจที่สำคัญ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมาวิทยากรในงานสัมมนานอกจากตัวแทนจากมหาวิทยาลัยรังสิตแล้วยังมีตัวแทนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทเรดดี เพลนเน็ต และตัวแทนจากบริษัทโมโนเทคโนโลยีจากการสัมมนา สรุปได้ว่า จุดแข็งของธุรกิจด้านนี้มีมากมายอาทิ ตัดภาระค่าเดินทาง ราคาถูกกว่าตามร้านค้า มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่น เป็นต้นจึงเป็นเหตุผลว่า การที่จะออกไปซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการมาใช้มันเสียเวลาจึงค้นหาเอาทางโลกออนไลน์ความน่าเชื่อถือเบื้องต้นอาจเกิดจากการรีวิวหรือเสนอแนะจากลูกค้าที่เคยใช้สินค้าของแล้วชื่นชอบและยังทำให้เป็นการตัดสินใจเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีหรือบางคนให้ความสนใจสินค้าจากต่างประเทศก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไป เพียงเลือกเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือเท่านั้นเองซึ่งถ้าเปรียบเทียบประเทศที่ใช้การซื้อขายผ่านโลกออนไลน์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นประเทศจีน มีประชากรที่ใช้ช่องทางนี้ประมาณ590ล้านคนเทียบกับประชากรทั้งประเทศของอเมริกาซึ่งจุดแข็งเหล่านี้ที่ทำให้ธุรกิจผ่านโซเชียลมีเดียมีผลกระทบโดยตรงกับชีวิตประจำวันของประชากรทุกๆประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม.รังสิตสัมมนาเทคนิคทำตลาดผ่านโซเชียล
Blog
-

ม.รังสิตสัมมนาเทคนิคทำตลาดผ่านโซเชียล
Facebook Comments -

กรมพัฒนาธุรกิจฯเร่งอบรมเถ้าแก่ภาคอีสานรับมือเออีซี
นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.ค. นี้กรมฯ จะมีการจัดอบรม“ก่อร่างสร้างธุรกิจ นิติบุคคลไทย”ให้ผู้ประกอบธุรกิจภาคอีสานตอนบนได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี กาฬสินธุ์มหาสารคาม ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา ณห้องออคิดบอลรูม 2-3โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจในจังหวัดเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ตามกฎหมายที่นิติบุคคลต้องปฏิบัติ ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องโปร่งใส นำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพธุรกิจเพื่อให้เป็นพื้นฐานและ รวมถึงการช่วยส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจมีความมั่นคงเข้มแข็ง และรับมือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58“เมื่อธุรกิจจดทะเบียนเป็นนิติบุคลแล้วต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งกรมฯได้จัดอบรมสัมมนาให้ความรู้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภาคธุรกิจรู้หน้าที่มีความรับผิดชอบตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงสิ้นสุดสภาพการเป็นนิติบุคคลและได้ปรับหลักสูตรการอบรมให้เป็นไปตามความต้องการของผู้เข้ารับการอบรมซึ่งผู้ทำและผู้สอบบัญชีสามารถนับชั่วโมงพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพเป็นด้านอื่นได้6 ชั่วโมง”โดยเนื้อหาการอบรมประกอบด้วยการเป็นนิติบุคคลที่ดีและสิ่งที่นิติบุคคลต้องปฏิบัติการบริหารธุรกิจอย่างมีคุณภาพภาษีที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลการเตรียมความพร้อมของธุรกิจเพื่อรองรับเออีซีและเทคนิคการบริหารธุรกิจด้วยการบัญชีแบบเศรษฐกิจพอเพียงนอกจากนี้ยังได้จัดทำคู่มือเพื่อให้นิติบุคคลปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องก่อนพัฒนาให้มีความเข้มแข็งภายใต้กลยุทธ์บันได 3 ขั้น คือ1)สร้างองค์ความรู้และเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการ2)ยกระดับธุรกิจสู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพและมาตรฐานสากลและ3)สร้างโอกาสทางการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจฯเร่งอบรมเถ้าแก่ภาคอีสานรับมือเออีซีFacebook Comments -

หุ้นไทยวันที่ 9 ก.ค. 57 ปิดบวก 0.34 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 ก.ค.ดัชนีปรับตัวลดลงระยะสั้นในช่วงเช้าจากนั้นทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นและเคลื่อนไหวในแดนบวกจนกระทั่งปิดตลาดโดยตลอดทั้งวันมีแรงขายทำกำไรเนื่องจากตลาดปรับตัวสูงก่อนหน้านี้แต่ขณะเดียวกันได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อสุทธิด้วยปริมาณเพิ่มมากขึ้นอีกครั้งซึ่งหุ้นขนาดใหญ่อย่างสื่อสาร และธนาคารยังเป็นตัวผลักดันดัชนีหลักส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,511.85 จุดและลดลงต่ำสุด 1,504.08 จุดจนมาปิดตลาดที่ 1,507.92 จุด เพิ่มขึ้น 0.34จุด หรือ 0.02% ด้วยมูลค่าซื้อขาย36,606.30 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.เอไอเอสปิดที่ 225.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท2.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 18.10บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท3.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 22.40บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท4.เซปเป้ ปิดที่ 32.25บาท ลดลง 0.25 บาท5.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่179.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 9 ก.ค. 57 ปิดบวก 0.34 จุดFacebook Comments