Blog

  • กูเกิลกับแทงโก้ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    กูเกิลกับแทงโก้ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์พกพาสมัยใหม่เดี๋ยวนี้ นอกจากจะนึกถึงอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารได้ มีลูกเล่นต่าง ๆ ไม่แพ้คอมพิวเตอร์ แถมยังขนาดเล็กพกพาสะดวกกว่าด้วยแล้ว อีกหนึ่งลูกเล่นที่เหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้วสำหรับอุปกรณ์สมัยใหม่ก็คือกล้องนั่นเองครับ ไหนจะต้องใช้เพื่อคุยเฟสไทม์วิดีโอคอล ใช้ถ่ายรูปอัพลงอินสตาแกรม แชร์ลงเฟซบุ๊ก หรือแม้แต่ใช้ส่อง QR Code ดูข้อมูลต่าง ๆ เรียกว่าไม่ใช่แค่อุปกรณ์เสริมเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียวแล้วนะครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงเทคโนโลยีกล้องในอุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ แต่ที่ผมจะมาคุยกับคุณผู้อ่านไม่ใช่เรื่องว่ากล้องรุ่นล่าสุดมีความละเอียดกี่ล้านพิกเซลแล้ว หรือมีฟังก์ชันแต่งรูปฟรุ้งฟริ้งใส่มาให้บ้างแล้วหรือยัง แต่ผมจะมาพูดถึงกล้องบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในอนาคตที่บูรณาการเอากล้องดิจิตอลเข้ากับเทคโนโลยีการวิเคราะห์และเข้าใจภาพ หรือที่ภาษาวิชาการเรียกกันว่า คอมพิวเตอร์ วิทัศน์ (Computer Vision) ผมขออธิบายสักนิดนะครับว่าคอม พิวเตอร์วิทัศน์คืออะไร คือ โดยปกติแล้วสมาร์ทโฟนของเรามีกล้องติดอยู่ก็จริง ถ่ายภาพได้ก็จริง แต่ในภาพที่ถ่ายนั้นมีใครหรืออะไร อยู่ที่ตรงไหนหรือยังไงบ้าง สมาร์ทโฟนจะไม่รู้และตอบเราไม่ได้เลยสักอย่างใช่ไหมครับ ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์โดยสิ้นเชิง เพราะมนุษย์เรานอกจากจะมองเห็นได้เหมือนกล้องแล้ว ยังมีสมองที่สามารถวิเคราะห์รู้และแปลความได้ด้วยว่าในภาพนั้นมีอะไรอยู่บ้าง และความพยายามที่จะทำให้กล้องมีมันสมอง สามารถวิเคราะห์ตีความรูปภาพได้เหมือนกับที่มนุษย์เราทำได้นี่ล่ะครับคือ ศาสตร์แห่งคอมพิวเตอร์วิทัศน์ ตัวอย่างความสามารถเล็ก ๆ อย่างหนึ่งของคอมพิวเตอร์วิทัศน์ที่ถูกใช้ในกล้องดิจิตอลหลาย ๆ รุ่น ก็เช่น ระบบการโฟกัสและติดตามใบหน้าคนอัตโนมัตินั่นล่ะครับ ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ศาสตร์ของคอมพิวเตอร์วิทัศน์ทวีความสำคัญมากขึ้นไปพร้อม ๆ กับบทบาทของกล้องดิจิตอลที่มีมากขึ้น มีโครงการวิจัยดัง ๆ ของคอมพิวเตอร์วิทัศน์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ โปรเจคท์แทงโก้ (Project Tango) ของบริษัทกูเกิล ซึ่งออกมาเป็นรูปเป็นร่างและประกาศตัวไปเรียบ ร้อยแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องบอกก่อนนะครับว่าชื่อโปรเจคท์ Tango นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแอพพลิเคชั่น Tango สำหรับใช้สนทนากันที่มีขายอยู่บนเพลย์สโตร์แต่อย่างใด แต่เป็นโปรเจคท์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีความอัจฉริยะในด้านของการมองเห็นที่มีมันสมองจากศาสตร์คอมพิวเตอร์วิทัศน์ และเป็นส่วนหนึ่งของ Advanced Technology and Projects หรือ ATAP ของกูเกิล ที่ทีมนักวิจัยมาจากการซื้อกิจการของโมโตโรล่านั่นเอง ถ้าพูดถึงแผนที่กูเกิลหรือ Google Map แล้วผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคนรู้จักและใช้มันอยู่เป็นประจำ จะดูแผนที่แบบ 2 มิติหรือ 3 มิติก็ได้ จะใช้นำทางจากที่ไหนไปที่ไหนก็ได้ แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีข้อจำกัดว่ามีเฉพาะแผนที่และการนำทางภายนอกตัวอาคารเท่านั้น แต่โปรเจคท์แทงโก้ของกูเกิลนี่ล่ะครับ ที่จะช่วยต่อยอดแผนที่ให้เข้ามาสู่ภายในตัวอาคารได้ ให้พวกเราเองสามารถสร้างแผนที่ 3 มิติและระบบนำทางได้ในตัวตึกที่ทำงานของเรา ในบ้านของเรา หรือแม้แต่ในห้องส่วนตัวของเรา โดยเป้าหมายของโปรเจคท์แทงโก้นี้ คือ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วยกล้อง 2 ตัว แสงอินฟราเรดและเซ็นเซอร์อินฟราเรดสำหรับวัดความลึก รวมถึงชิพประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์วิทัศน์ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าในเวอร์ชั่นของแท็บเล็ต กูเกิลจะทำออกมาในขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว โดยการใช้งานนั้นก็เพียงแค่นำกล้องบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของโปรเจคท์แทงโก้ส่องไป ระบบก็จะทำการวิเคราะห์และสร้างแผนที่ 3 มิติของสิ่งแวดล้อมตรงหน้าออกมาได้ทันที ซึ่งผลที่ได้ไม่ใช่แค่รูปภาพ 2 มิติแบน ๆ เหมือนกล้องธรรมดานะครับ แต่เป็นแบบจำลอง 3 มิติที่พ่วงความสามารถวิเคราะห์ภาพมาให้ด้วย ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถรู้ได้ด้วยว่าในแบบจำลองนี้มีอะไรอยู่ที่ตรงไหนบ้าง สามารถนำมาต่อยอดสร้างเป็นระบบนำทาง 3 มิติภายในตัวอาคารได้ เรียกว่า เป็นโปรเจคท์ที่ใช้องค์ความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์ 3 มิติแบบเต็ม ๆ เลยล่ะครับ โปรเจคท์แทงโก้นี้ ทางกูเกิลได้เฟ้นหานักพัฒนาระบบและผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์มาเป็นจำนวนมากถึง 4,000 คนจากทั่วโลกเลยทีเดียวครับ ซึ่งความท้าทายที่สุดของทีมวิจัยนี้ คือ การที่กูเกิลต้องการให้แทงโก้มีความเร็วในการประมวลผลเป็นไปอย่างทันทีหรือที่เรียกว่า Real Time ครับ ถ้าคุณผู้อ่านเคยเล่นเกม 3 มิติที่ภาพสวย ๆ หรือเคยใช้โปรแกรมที่ทำงานกับภาพ 3 มิติมาบ้าง คุณผู้อ่านก็คงจะทราบดีว่าถ้าไม่ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีตัวประมวลผลและการ์ดจอแรง ๆ แล้วล่ะก็ การประมวลผลขนาดมหาศาลของแบบจำลอง 3 มิติจะทำให้เกิดอาการภาพกระตุกบ้าง คอมพ์อืดบ้าง แล้วนี่ถ้ามาทำบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่มีตัวประมวลผลเล็กกว่ามากแล้วล่ะ มันจะเป็นยังไง? ถือเป็นความท้าทายที่น่าจับตามองสำหรับกูเกิลในการสร้างโปรเจคท์แทงโก้นี้เลยล่ะครับ  ถึงตรงนี้คุณผู้อ่านหลายคนอาจจะยังคิดว่าเทคโนโลยีแผนที่ 3 มิติอย่างในโปรเจคท์แทงโก้นี้ดูจะเป็นอะไรที่เกินความจำเป็น มีไว้ก็ไม่รู้จะได้ใช้หรือเปล่า แต่อย่าลืมนะครับว่าในอดีตกล้องติดในโทรศัพท์มือถือก็เคยถูกมองว่าเป็นแค่ลูกเล่นเสริมที่สิ้นเปลือง ไม่มีความจำเป็น มีไว้เพื่อเพิ่มราคาให้โทรศัพท์มือถือมาก่อนเหมือนกัน เพราะโลกเทคโนโลยีของเราหมุนด้วยอัตราเร่งอยู่ตลอดเวลา คนที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ได้ก่อน และสามารถนำมาบูรณาการต่อยอดเข้ากับจินตนาการเจ๋ง ๆ ได้ก่อน ก็จะเป็นคนที่คว้าโอกาสในการสร้างนวัตกรรมสุดยอด ๆ ออกมาได้ก่อนเช่นกัน ในโลกไร้พรมแดนนี้ไม่ว่าใครก็สามารถกระโดดเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเสรีและสร้างสรรค์นี้ได้ ขอเพียงตั้งใจ กล้าที่จะคิด กล้าที่จะลงมือทำ ผมเชื่อว่าคนไทยเราก็มีโอกาสดีไม่น้อยไปกว่าใครในการร่วมไขว่คว้าโอกาสนี้ครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กูเกิลกับแทงโก้ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

  • พ็อกเกตโฟโต้ เครื่องอัดรูปแบบพกพา – ฉลาดใช้

    พ็อกเกตโฟโต้ เครื่องอัดรูปแบบพกพา – ฉลาดใช้

    สัปดาห์ที่แล้ว ผู้เขียนทำกิจกรรมอยู่สองอย่างที่ทำให้เพื่อนฝูงรอบข้างนั่งหัวเราะ  พร้อม ๆ กับบอกว่า อย่าให้นานนัก ชั้นอาย อย่างแรกคือ ถ่ายรูปแล้วอัดแจกกันตรงนั้น และกิจกรรมที่สอง คือ ใช้โมโนพอด หรือที่เราชอบเรียกกันว่าไม้เซลฟี เป็นอุปกรณ์ด้ามยาว ๆ สำหรับถ่ายเซลฟีทั้งแบบเดี่ยวและแบบหมู่ ช่วยให้หน้าไม่บานและบวม ไม่ต้องพึ่งพาใครถูกใจที่สุด วันนี้ขอเล่าให้ฟังเฉพาะกิจกรรมแรกก่อนนะคะ ไปเห็นและได้ลองเล่นแอลจี พ็อกเกต โฟโต้ รุ่น พีดี 239 ครั้งแรกในงานซีอีเอสที่ลาสเวกัส ชอบใจที่มีขนาดเล็กพอ ๆ กับโทรศัพท์มือถือ พรินต์หรืออัดภาพได้ทันทีเหมือนกล้องโพราลอยด์  ตอนนี้แอลจี ประเทศไทย ได้วางจำหน่ายพ็อกเกต โฟโต้  พีดี 239 ในเมืองไทยแล้ว ราคาประมาณ 4,490 บาท พ็อกเกตโฟโต้รุ่นนี้  ที่วางขายมี 3 สี คือ ขาว เหลือง และชมพู สาวหวานมากอย่างผู้เขียน จึงเลือกสีชมพู เพราะเป็นสีของเดลินิวส์ แกะกล่องออกมา จะมีวิธีใช้แปะเป็นสติกเกอร์อยู่ที่ตัวเครื่องเลย หากใช้จนคล่องหรืออ่านจนเข้าใจทุกขั้นตอนแล้วก็ดึงออกได้ทันที ไม่ต้องกังวล รับรองว่า ใช้งานง่ายจริง ๆ เริ่มแรกให้เอาสายชาร์จในกล่องมาชาร์จไฟให้เต็มก่อน ระหว่างนั้นก็เอาโทรศัพท์มือถือ จะเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์หรือไอโอเอส ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น พ็อกเกตโฟโต้ (pocket photo) จากแอพสโตร์และกูเกิลเพลย์สโตร์ มาติดตั้งไว้ที่สมาร์ทโฟน ขั้นตอนถัดมาเอากระดาษสำหรับอัดรูปที่มีขนาดเท่านามบัตร ซื้อมาครั้งแรกจะแถมมาให้หนึ่งซองมีประมาณ 10 แผ่น เวลาใส่กระดาษให้เอากระดาษสีเข้มที่มีรหัสคล้ายบาร์โค้ดไว้ด้านล่างสุด จากนั้นปิดฝาตัวเครื่อง ระวังอย่าไปสัมผัสกับแผ่นโลหะที่มีเครื่องหมายห้ามสัมผัส เพราะเหงื่อจากมืออาจทำให้ประสิทธิภาพของกระดาษและการพิมพ์ด้อยไป การใช้งานครั้งแรกไม่มีอะไรยุ่งยากเลย แค่เปิด NFC ที่โทรศัพท์จับคู่อุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกัน เหมือนจับคู่แชร์บลูทูธ จากนั้นก็เลือกรูปที่ต้องการอัด หรือพิมพ์ ระหว่างพิมพ์ เครื่องพ็อกเกตโฟโต้จะแสดงสถานะการทำงานผ่านไฟที่โชว์บนตัวเครื่อง รอแป๊บเดียว รูปก็จะไหลออกมาด้านบนตัวเครื่อง คุณภาพของรูปที่อัดออกมา อย่าไปคาดหวังว่าจะเริ่ดเหมือนภาพจากร้านอัดรูปหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว  เพราะมันเทียบกันไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าพรินต์ผ่านพรินเตอร์แน่นอน บางคนบอกว่า ดีกว่าภาพถ่ายจากกล้องโพราลอยด์ ขอแย้งว่า กล้องโพราลอยด์รุ่นหลัง ได้พัฒนาพิมพ์ภาพได้ชัดแจ๋ว และหันมาเล่นกับอุปกรณ์พกพามากขึ้น แต่ไม่ยังไม่เห็นมีใครเอาเข้ามาขายในบ้านเรา เหมาะสำหรับพกเป็นลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ในงานปาร์ตี้ หรือจัดกิจกรรมพิเศษ เพราะถ่ายภาพและอัดแจกได้ทันที ขอเตือนว่ากระดาษอัดรูปที่ใช้กับพีดี 239 ยังแพงอยู่ต่อแผ่นประมาณ 10 กว่าบาท ถ้าจะพิมพ์แจกเพื่อน แนะนำให้ทำตอนต้นเดือน. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พ็อกเกตโฟโต้ เครื่องอัดรูปแบบพกพา – ฉลาดใช้

  • ซุปเปอร์บอร์ดลุยรื้อผลตอบรัฐวิสาหกิจ

    ซุปเปอร์บอร์ดลุยรื้อผลตอบรัฐวิสาหกิจ

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันที่ 9 ก.ค.นี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน นอกจากจะหารือกรอบนโยบายการบริหาร และกำกับรัฐวิสาหกิจให้ดำเนินงานมีประสิทธิภาพและโปร่งใสแล้ว ยังจะหารือถึงการจ่ายผลตอบแทนกรรมการ รวมถึงการจ่ายโบนัสพนักงาน ให้เหมาะสมมากขึ้น เพราะพบว่ากรรมการมีผลตอบแทนทางอ้อมที่ซ่อนเป็นรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจจำนวนสูงมากขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา การจ่ายโบนัสของพนักงานรัฐวิสาหกิจนั้น คสช. ได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะเลขานุการของซุปเปอร์บอร์ด ทำข้อมูลรายงานให้คณะกรรมการทราบ เนื่องจากพบว่า มีหลายรัฐวิสาหกิจจ่ายโบนัสข้าราชการสูงถึงปีละ 3,000-4,000 ล้านบาท แต่ต้องมาขอเงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม รวมทั้ง ยังพบว่ารัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จ่ายโบนัสให้พนักงานปีที่ผ่านมาสูงถึง 11 เดือน ซึ่งสูงเกินไปเมื่อเทียบกับการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจอื่นทั้งนี้ คสช. ต้องการปรับปรุงการจ่ายผลตอบแทนกรรมการ และการจ่ายโบนัสพนักงานรัฐวิสาหกิจไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ประหยัดเงินของประเทศ สำหรับการจ่ายเงินผลตอบแทนของคณะกรรมการนั้น จะเสนอให้ลดผลตอบแทนการเบิกจ่ายค่ารับรองที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการของรัฐวิสากิจ ซึ่งพบว่าคณะกรรมการ เบิกสูงบางคน 3-4 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งมีทั้งค่าเดินทางไปต่างประเทศดูงาน การเลี้ยงรับรองลูกค้ารายใหญ่ เป็นต้นสำหรับการจ่ายเงินโบนัสของพนักงานรัฐวิสาหกิจนั้น จะเสนอให้จ่ายโบนัสของพนักงานรัฐวิสาหกิจ นอกตลาดหลักทรัพย์ใหม่ จากปัจจุบันจ่ายด้สูงสุดถึง 8 เดือน อาจต้องลดจำนวนเดือนลง หรือไม่ก็ต้องเพิ่มความเข้มข้นของการประเมิน ที่เป็นเกณฑ์การจ่ายโบนัสให้มากขึ้น รวมทั้งจะเสนอว่าการจ่ายโบนัสต้องเป็นกำไรจากผลการดำเนินงานจริง ๆ ไม่ใช้โยกเงินทางบัญชี เช่น เงินสำรองหนี้เสียกลับมาเป็นกำไร และการจ่ายโบนัสต้องกันเงินไว้สำหรับการเพิ่มทุนก่อน ไม่ใช่จ่ายโบนัสก่อนและมาขอเงินงบประมาณเพิ่มทุนขณะที่การจ่ายเงินโบนัสของพนักงานรัฐวิสาหกิจในตลท. จะเสนอให้ทบทวนจำกัดเพดานเหมือนกับรัฐวิสาหกิจที่อยู่นอกตลท. ซึ่งผลสรุปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของซุปเปอร์บอร์ด ที่จะเสนอให้ คสช. เห็นชอบออกมาเป็นคำสั่งต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซุปเปอร์บอร์ดลุยรื้อผลตอบรัฐวิสาหกิจ