Blog

  • สบน.เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์7-10ปี

    สบน.เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์7-10ปี

    น.ส.จุฬารัตน์สุธีธร ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.จะเปิดขายขายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นอายุ7 ปี และ 10 ปี วงเงิน 30,000 ล้านบาทให้ประชาชนและนักลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 15-25 ก.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนใจซื้อมากกว่าวงเงินที่เปิดขายอย่างแน่นอน เนื่องจากอดีตที่ผ่านมา สบน.เคยออกพันธบัตรออมทรัพย์วงเงิน 80,000 ล้านบาทก็มีผู้สนใจซื้อหมดภายในไม่กี่วัน ทั้งนี้พันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้ยังให้ผลตอบแทนสูง โดยพันธบัตรออมทรัพย์อายุ 7 ปีอัตราดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.75% ต่อปีโดยดอกเบี้ยดังกล่าวนั้น ชดเชยภาษีดอกเบี้ยจ่าย 15% ที่เป็นภาระของผู้ซื้อต้องจ่ายรวมกับบวกผลกำไรอีกเล็กน้อย เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลอายุเดียวกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ให้ผลตอบแทน 4.25% และพันธบัตรรัฐบาลอายุ 50 ปีให้ผลตอบแทน 4.34% ต่อปี ซึ่งเมื่อเทียบการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้ ถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดีมากเพราะพันธบัตรออมทรัพย์อายุ 7 ปี ให้ผลตอบแทนเท่ากันพันธบัตรรัฐบาล 30 ปีและพันธบัตรออมทรัพย์อายุ  10 ปีให้ผลตอบสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล 50 ปี สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่สนใจซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้ ได้จากธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์โดยซื้อผ่านตู้เอทีเอ็ม และเคาเตอร์ของธนาคารโดยในส่วนของกรุงไทยนั้น ซื้อผ่านระบบออนไลน์ของธนาคารได้อีกช่องทางหนึ่ง หากผู้ที่ต้องการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์เป็นบัตรของขวัญให้ผู้อื่น ซื้อได้ที่ธนาคารกสิกรไทย น.ส.จุฬารัตน์กล่าวว่า การขายพันธบัตรออมทรัพย์ 2 วันแรก คือ วันที่ 15-16 ก.ค. นี้จะเปิดขายให้เฉพาะผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ให้ซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคารหลังจากนั้นวันที่ 17-20 ก.ค. เปิดให้บุคคลทั่วไป รวมถึงมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไรซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคารและ 21-25 ก.ค. เปิดให้บุคคลทั่วไป โดยไม่กำหนดเพดานการซื้อสูงสุดแต่หากมีผู้สนใจเต็มวงเงินก็จะปิดการซื้อขายทันที

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สบน.เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์7-10ปี

  • ไอซีที ระบุโพสต์หนุ่มหน้าใสขอค่าเลี้ยงดูไม่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมฯ

    ไอซีที ระบุโพสต์หนุ่มหน้าใสขอค่าเลี้ยงดูไม่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมฯ

    วันนี้ (8 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของชายหนุ่มหน้าตาดี โดยในข้อความระบุถึงความต้องการหาคนเลี้ยงดูเพื่อให้จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นจำนวนเงินเดือนละกว่า 2 หมื่นบาทนั้น ล่าสุดเจ้าของภาพที่อยู่ในโพสต์ได้ออกมาชี้แจงว่าตนถูกกลั่นแกล้งซึ่งตนได้เรียนจบแล้ว และจะเอาผิดกับผู้ที่นำรูปออกมาโพสต์เพื่อดำเนินคดี ซึ่งในวันที่ 9 ก.ค.57 จะยื่นหนังสือถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อให้หาตัวผู้ที่นำรูปและข้อความดังกล่าว ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายธนิต ประภาตนันท์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่าสำหรับกรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดทางพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ…หรือ พ.ร.บ.คอมฯ เนื่องจากเป็นการหมิ่นประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายและอับอาย โดยหากจะตีความการการกระทำความผิดทางพ.ร.บ.คอมฯ จะมี 3 ข้อ หลักด้วยกันคือ การหมิ่นเบื้องสูง ความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคง และการโพสข้อความลามกอนาจาร ที่ไม่สามารถยอมความได้ เป็นต้น ทั้งนี้ หากผู้เสียหายมายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อกระทรวงไอซีที กระทรวงไอซีทีก็จะรับเรื่องไว้พิจารณา และจะอธิบายพร้อมให้คำแนะนำว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีที ระบุโพสต์หนุ่มหน้าใสขอค่าเลี้ยงดูไม่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมฯ

  • คลังยันไม่เข้าตรวจภาษีรถตู้-วินมอไซค์

    คลังยันไม่เข้าตรวจภาษีรถตู้-วินมอไซค์

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เปิดให้ผู้บริการมาลงทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อแก้ปัญหา ลดความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้บริการนั้น ในส่วนของกระทรวงการคลัง และกรมสรรพากร คงไม่เข้าไปตรวจสอบรายชื่อ หรือกำหนดนโยบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับมาตรการทางภาษี เนื่องจากผู้ประกอบอาชีพสาธารณะ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ และมีรายได้ที่ไม่แน่นอนทั้งนี้ ตามหลักของกรมสรรพากร ผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะเก็บภาษีจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษตามที่กฎหมายกำหนด และมีรายได้เกิดขึ้นตามเงื่อนไข หากการประกอบอาชีพดังกล่าวแล้วเข้าข่ายการเสียภาษี ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้อง แต่หากไม่ถึงเกณฑ์ โดยเฉพาะเงินได้สุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นอยู่แล้ว“นโยบายที่ คสช.ดำเนินการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะและรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพราะต้องการปัญหาลดความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งกระทรวงการคลัง และกรมสรรพากร คงไม่เข้าไปซ้ำเติมหรือตรวจสอบอะไรเพิ่มเติมอีก เนื่องจากอาชีพดังกล่าวเป็นอาชีพที่มีรายได้ที่ไม่มั่นคงและมีความเสี่ยงมาก”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังยันไม่เข้าตรวจภาษีรถตู้-วินมอไซค์