Blog

  • แพ็กเกจทัวร์เที่ยวญี่ปุ่นราคาพุ่ง

    แพ็กเกจทัวร์เที่ยวญี่ปุ่นราคาพุ่ง

    นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผยว่า ในเดือน ส.ค.นี้ราคาแพ็กเกจทัวร์ไปเที่ยวญี่ปุ่น จะเพิ่มขึ้นประมาณ 20%  จากปัจจุบันเริ่มต้นที่ 30,000 บาทต่อทริป เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตรการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มรายจ่ายต่างๆ เพื่อปรับระบบภายใน อาทิ การฝึกหัดพนักงานขับรถทัวร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตามคนไทยจะยังคงใช้ฐานราคาเดิม ได้ ไปอีกสักระยะ เพราะบริษัททัวร์ได้จองสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์) ไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งถือปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้ราคาแพ็กเกจถูกลง “ตั้งแต่อนุญาตฟรีวีซ่าไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น คนไทยก็ยังนิยมไปเที่ยวสูงมาก และทำให้ผู้ประกอบการแย่งชิงลูกค้ากัน และเปิดกลยุทธ์แบบสงครามราคาถูก จากเดิมแพ็กเกจอยู่ที่ 40,000-60,000 บาทก็เหลือเพียงเริ่มต้นที่ 30,000 บาทก็เที่ยวญี่ปุ่นได้แล้ว ซึ่ง สิ่งที่จะช่วยทำให้เซฟค่าแพ็กเกจลงมาได้ คือ การเดินทางด้วยสายการบินโลว์คอสต์ ที่ปัจจุบัน ไทยมีทั้ง เจ็ทสตาร์แอร์ไลน์ที่ให้บริการอยู่ แล้ว และจะเปิดเส้นทางใหม่ สายกรุงเทพฯ-ฟุกูโอกะ ขณะเดียวกัน แอร์เอเชียเอ็กซ์ที่จะเปิดบริการเดือน ก.ย.นี้ ก็จะมีบินตรงจาก ดอนเมือง – นาริตะ และจาก ดอนเมือง- โอซาก้า” สำหรับภาพรวมด้านการเดินทางออกนอกประเทศของนักท่องเที่ยวไทย(เอาท์บาวด์) ในปี 57 ยังคงเติบโตได้ดี เพราะเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มดีจากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้จ่ายค่าจำนำข้าวให้กับชาวนาครบจำนวน บวกกับสภาวะการเมืองที่สงบคนเริ่มหันมาสนใจท่องเที่ยวได้ จึงคาดว่านักท่องเที่ยวเอาท์บาวด์ในปี 57 จะเติบโตด้วยตัวเลขสองหลัก จากปี 56 ที่เดินทางมา 5.7 ล้านคนโดยแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมส่วนใหญ่จะเป็นเอเชีย ได้แก่ โตเกียว ฮ่องกง สิงคโปร์ โอซาก้า (จากการสำรวจผ่าน www.hotels.com ปี 56) “ต้องยอมรับว่า เมื่อก่อนการเดินทางออกนอกประเทศจะเป็นการกระทำของลูกค้าระดับสูง (ไฮเอนด์) เท่านั้น แต่สมัยนี้จากการที่มีสายการบิน โลว์คอสต์มากขึ้น คนไทยเลยมีจุดกระตุ้นได้ง่ายค่าใช้จ่ายลดลง นักท่องเที่ยวระดับกลางมาท่องเที่ยวได้และต่อไปเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจเสรีอาเซียน (เออีซี) จะเป็นจุดกระตุ้นที่สำคัญของการเดินทางในเชิงท่องเที่ยวและธุรกิจต่อไปด้วย” นอกจากนี้คนไทยยังเริ่มนิยมเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกไปในประเทศใกล้ๆ อาทิ กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ ฮ่องกง พม่า และมาเลเซีย โดยเขมรและลาวราคาเริ่มต้นยังอยู่ที่หลักพันบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ไม่สูงมากนัก ส่วนแหล่งท่องเที่ยวระยะไกลใหม่ๆ สมาคมเริ่มวางแผนที่จะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวที่เที่ยวบ่อยมีความชำนาญไปบุกตลาดใหม่ๆ เช่น อียิปต์ จอร์แดน์ และโมร็อกโค

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แพ็กเกจทัวร์เที่ยวญี่ปุ่นราคาพุ่ง

  • ยอดพนันบอลโลกหาย 2 หมื่นล้าน

    ยอดพนันบอลโลกหาย 2 หมื่นล้าน

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า  ยอดการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ ประเทศบราซิลร ะหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค.57 มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าลดลงจากเดิมที่ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้เกือบ 70,000 ล้านบาทเหลือเพียง 45,000 – 50,000 ล้านบาท  ส่วนใหญ่มาจากนโยบายการปราบปรามบ่อนการพนันของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้มงวดทำให้เม็ดเงินในการพนันบอลลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 40,000 – 45,000 ล้านบาทเหลือเพียง 20,000 –  25,000 ล้านบาทหรือหายไป 20,000 ล้านบาท “การปราบปรามการพนันบอลอย่างเข้มงวดเป็นเรื่องที่ดีมากในแง่ของสังคม ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็พึ่งพอใจและส่งเสริมให้ปราบปรามอย่างมาก แต่หากมองเฉพาะในแง่ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างเดียวเม็ดเงินที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจมีทั้งในระบบ นอกระบบ และ ผิดกฎหมาย ซึ่งในส่วนของเม็ดเงินที่หายจากการพนันฟุตบอล 20,000 ล้านบาท ก็จะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลกลดลงจากเดิมที่คาดว่าเม็ดเงิน 70,000 ล้านบาทจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 0.3-0.5%  หากเหลือเม็ดเงิน 40,000-45,000 ล้านบาทจีดีพีจะลดลงเหลือ 0.2-0.3%” นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สาเหตุที่เงินจากการพนันที่หายไป 20,000 -25,000 ล้านบาทจนส่งผลกระทบจากจีดีพีหายไป 0.1-0.2%  เนื่องจากเม็ดเงินดังกล่าวสามารถหมุนในระดับได้อย่างน้อย 3 รอบ หรือไม่ต่ำกว่า 60,000 – 75,000 ล้านบาท นอกจากนี้เม็ดเงินจากการพนันลดลงแล้วยังพบว่าประชาชนต่างจังหวัดชะลอการใช้จ่าย เช่น ซื้อชุดฟุตบอลหรือของที่ระลึกในการเชียร์ทีมที่ชอบ รวมถึงการไปเชียร์บอลตามร้านอาหาร เนื่องจากเศรษฐกิจในต่างจังหวัดยังไม่ฟื้นตัวมากนักโดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตรอย่างข้าวและยางพาราอยู่ภาวะที่ตกต่ำ รวมถึงช่วงเวลาการแข่งขันตรงกับช่วงดึกทำให้ประชาชนส่วนใหญ่กลับมาดูการถ่ายทอดฟุตบอลที่บ้านเพราะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี “เม็ดเงินการบริโภคสินค้าที่ประเมินไว้ 20,000 -25,000 ล้านบาทแม้จะมีการซบเซาลงบ้างแต่คงไม่เยอะ โดยเฉพาะร้านอาหารที่ไม่คักคักมากนัก รวมถึงชุดฟุตบอล ที่ส่วนหนึ่งทีมดังๆ ซึ่งมีแฟนบอลในไทยจำนวนมากตกรอบเร็วกว่ากำหนด เช่น ทีมอังกฤษ, อิตาลี, สเปน เป็นต้น” นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สาเหตุที่ในระยะหลังประชาชนมีการเล่นพนันบอลกันมากก่อนที่จะมีคสช.เข้ามาปราบปราม เนื่องจากในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีคนที่เล่นพนันบอลต้องการเงินรางวัลเกินครึ่ง ส่วนที่เหลือก็จะเป็นการเล่นตามกระแส รวมถึงเพื่อความสนุกสนาน เป็นต้น            “สิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าย้ำคือ ไม่สนับสนุนการพนันในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกแม้ว่าจะทำให้จีดีพีลดลงจากเดิม เพราะเรื่องดังกล่าวจะเกิดปัญหาสังคมตามมาภายหลังโดยเฉพาะในกลุ่มที่แพ้พนันบอลในวงเงินมากๆ  ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดในการรับชมฟุตบอลโลก, ให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในการเรื่องของโทษและสิ่งที่จะได้รับเมื่อติดพนันบอล, ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเล่นกีฬา, ควรถ่ายทอดซ้ำในคู่ที่เป็นที่นิยม และให้ตำรวจตรวจตราเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันอาชญากรรมและการทะเลาะวิวาท เป็นต้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดพนันบอลโลกหาย 2 หมื่นล้าน

  • เปิดเว็บไซต์ขายมันสำปะหลัง

    เปิดเว็บไซต์ขายมันสำปะหลัง

    รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กรมฯ ได้จัดทำระบบตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเพื่อเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยกับผู้ซื้อ  ผู้ใช้ ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเว็บไซต์ https://tapioca.dft.go.th โดยสมาชิกสามารถสร้างร้านค้าออนไลน์บนระบบฯ ได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย และกรมฯ จะเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลร้านค้าออนไลน์ของสมาชิก ไปยังกลุ่มผู้ซื้อ ผู้ใช้ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทั้งในและต่างประเทศ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น งานอินเตอร์เนชั่นนอล เทรด แฟร์ เป็นต้น                   ทั้งนี้ เดือน ก.ค. 57 กรมฯ จะจัดคณะเดินทางไปฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างร้านค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังออนไลน์ บนระบบดังกล่าว ให้กับผู้ประกอบการมันสำปะหลัง เพื่อให้สามารถสร้างร้านค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะจัดฝึกอบรมในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ชลบุรี กำแพงเพชร และกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังส่วนใหญ่ของประเทศ “ตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เป็นเครื่องมือทางการตลาด ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมันสำปะหลังของไทย สามารถเข้าถึงผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ ได้โดยตรง ถือเป็นช่องทางการขยายตลาดมันสำปะหลังอีกทางหนึ่ง” ขณะเดียวกัน กรมฯ จะเข้าไปช่วยพัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย เพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยผลักดันให้ผู้ประกอบการลานมัน ผลิตมันเส้นสะอาด ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงกว่ามันเส้นทั่วไป  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดเว็บไซต์ขายมันสำปะหลัง